Skip to main content

ภาษา

คุณอภิเชษฐ์  รักศรีอักษร

คุณอภิเชษฐ์ รักศรีอักษร

ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บ.คิง เพาเวอร์
นักกีฬาโปโลทีมชาติ เหรียญทองแดงกีฬาซีเกมส์ ปี 2551
ผู้บริจาคยูเอ็นเอชซีอาร์

ลองจินตนาการว่าคุณเป็นทายาทธุรกิจพันล้าน คุณอยากจะใช้ชีวิตอย่างไร ความหรูหรา และความสะดวกสบายอาจทำให้คุณลืมนึกถึงคนที่ด้อยโอกาสกว่าที่อยู่ในสังคมเดียวกับคุณก็เป็นได้  แต่นักกีฬาโปโลทีมชาติวัย 27 ปีคนนี้ มุ่งมั่นที่จะทำงานหนัก เรียนรู้ และเติบโตไปกับธุรกิจของครอบครัวด้วยตนเองโดยไม่ใช้สิทธิพิเศษแต่อย่างใด และที่สำคัญ เขาไม่ลืมที่จะยื่นมือให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในสังคม

“ผมว่าประเทศเราเป็นประเทศที่ให้โอกาสกัน ตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ไม่ว่าชาติไหน ศาสนาใดที่เข้ามาในประเทศเรา อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ลี้ภัย เราก็ให้โอกาสเขาตั้งรกราก หรือทำกิจการต่างๆ ในประเทศเราได้ ธรรมชาติของคนไทย เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาได้” อภิเชษฐ์กล่าว

สิ่งสำคัญที่เป็นพื้นฐานสร้างจิตใจที่โอบโอ้มอารี และชอบช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ คุณอภิเชษฐ์ให้เหตุผลว่า

“จริงๆ พวกเราก็ไม่ได้โตมาสบายเลย พ่อแม่ ก็ลำบากมาก่อน ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆท่านจะมีทรัพย์สินอย่างในปัจจุบันนี้ เราก็เห็นมาตลอดว่า ตอนโน้น ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวกันมา ท่านก็ยังบริจาคช่วยเหลือโน่น ช่วยเหลือนี่ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเรา ทำให้เราเห็นว่าเราไม่สามารถอยู่คนเดียวในสังคมได้ ขนาดตัวเราที่ว่าแย่แล้ว ก็ยังมีคนที่แย่กว่าเรา หากเราสามารถช่วยเหลือเขาได้ ผมว่ามันเป็นความสบายใจทั้งของเรา และผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือด้วย”

การช่วยเหลือสังคมมีหลายประเภท แต่สำหรับคนรุ่นใหม่อย่างเขามีแนวความคิดว่า

“ผมให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา บางทีให้เงินอย่างเดียวก็ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้เขาโดยตรง แต่การศึกษาจะช่วยให้เขาสามารถทำมาหากิน ช่วยเหลือตนเองได้ อย่างน้อยเขาก็จะไม่ต้องเป็นผู้รับบริจาคอีกต่อไป เขาจะเลี้ยงตัวเอง แล้วก็เลี้ยงครอบครัวได้”

ถึงคุณอภิเชษฐ์จะเคยได้สัมผัสและร่วมเล่นโปโลกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าชายวิลเลี่ยมมาแล้ว แต่เขากลับไม่ได้มองเฉพาะผู้ที่สูงกว่าเพียงอย่างเดียว

“คนที่น่าสงสารยังมีอยู่เยอะ ถ้าเรามีความพร้อม มีศักยภาพเพียงพอ เราอยู่สบายแล้ว เราอาจจะไม่มีเวลาไปลงแรง เราก็สละกำลังทรัพย์ที่ไม่ได้กระทบกับความเป็นอยู่เรามาก แต่สามารถช่วยเหลือคนได้อีกหลายร้อยชีวิตผมว่าก็น่าจะช่วยกันบริจาค เงินบริจาคไม่ต้องเป็นหมื่น เป็นพัน เป็นแสน เราบริจาคเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่กระทบการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของเรา มันเป็นกุศลที่บริสุทธิ์ ผมว่าทุกอย่างอยู่ที่ความตั้งใจของเรามากกว่า”

ถึงแม้จะไม่รู้จักผู้ลี้ภัยเป็นอย่างดี อภิเชษฐ์กล่าวทิ้งท้ายเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยว่า

“ผมว่าผู้ลี้ภัยเป็นผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น และเขาก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น คนที่จากบ้านจากเมืองมาแค่นี้ ชีวิตมันก็แย่แล้ว การที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ให้โอกาสคน เพื่อที่จะไม่ให้เขาต้องประสบกับเคราะห์ร้ายมากขึ้นไปอีก”