Skip to main content

ภาษา

Hassan Heba

ครอบครัวชาวซีเรียเฝ้ารอความหวังอันสดใสกับชีวิตใหม่ที่เลบานอน

ฮัสซันโดนลักพาตัวถึง 5 ครั้ง และโรงเรียนลูกๆของเธอก็ถูกวางระเบิด แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยที่ประเทศเลบานอน  แต่ความทรงจำเก่าๆเกี่ยวกับบ้านของพวกเขาก็ยังไม่เคยเลือนหาย

ฉัน (วาร์ดา อัล-จาวาฮิรี เจ้าหน้าที่ UNHCR) พบกับผู้ลี้ภัยจำนวนมากเมื่อฉันได้ทำงานร่วมกับ UNHCR  หลายคนบอกเล่าเรื่องราวชีวิตอันยากลำบากระหว่างถูกเนรเทศจากบ้านเกิดของตนเองอย่างเปิดเผย พวกเขาเล่าถึงความกังวลที่พวกเขามีต่ออนาคตของลูกๆหรือแม้แต่ปัญหาชีวิตคู่ ครั้งหนึ่ง มีผู้หญิงคนนึงดึงตัวฉันเข้าไปในที่พักของเธอ ขอร้องให้ฉันตะโกนใส่สามีของเธอเพื่อบอกให้เขาหยุดทำร้ายเธอ สามีภรรยาอีกคู่ชวนฉันดื่มชา และอธิบายให้ฉันฟังว่าทำไมพวกเขาถึงอยู่ด้วยกันไม่ได้ ฉันเป็นที่ปรึกษาปัญหาชีวิตคู่ของพวกเขาอยู่วันหนึ่งเต็มๆ

ฉันคิดเสมอว่าคนที่พูดปัญหาเหล่านั้นออกมาจะไม่เป็นอะไร แต่ฉันกังวลกับคนที่ไม่ยอมพูดมันออกมามากกว่า เช่นฮีบา เราพบกันครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วในหุบเขาบีกา ประเทศเลบานอน ณ งานแสดงภาพถ่ายจากผลงานเด็กๆผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ฮีบาดูแตกต่างจากผู้คนในฝูงชน  ดวงตาสีเขียวคู่โตของเธอเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ดูเหมือนเธอกำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งความทุกข์แม้ว่ารอบตัวของเธอจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่คึกคักของงานเทศกาลก็ตาม

ฉันเดินเข้าไปหาเธอ เราเริ่มบทสนทนาด้วยเรื่องของรูปภาพที่ลูกสาวเธอเป็นคนถ่าย เธอเปิดเผยเรื่องราวของเธอเองอย่างช้าๆ และเล่าให้ฉันฟังถึงความสิ้นหวังของเธอที่เธอไม่สามารถส่งลูกสาวทั้งสองของเธอให้เข้าเรียนได้  “อย่าคิดว่าฉันเป็นแม่ที่แย่เลยนะคะ แต่บางครั้งฉันก็คิดว่ามันไม่ยุติธรรมที่จะมีพวกเขาตั้งแต่แรก” เธอพูดด้วยหัวใจที่เจ็บปวดที่สุด

ฮีบาทำงานเป็นคุณครูอาสาสมัครช่วยเด็กๆผู้ลี้ภัยรวมถึงลูกของเธอทั้งสามคน ที่ศูนย์อินเตอร์เอสโอเอสในเมืองซาห์เลห์ ประเทศเลบานอน UNHCR/Ivor Prickett
ฮีบาทำงานเป็นคุณครูอาสาสมัครช่วยเด็กๆผู้ลี้ภัยรวมถึงลูกของเธอทั้งสามคน ที่ศูนย์อินเตอร์เอสโอเอสในเมืองซาห์เลห์ ประเทศเลบานอน UNHCR/Ivor Prickett

ชีวิตของเธอตอนนี้ช่างแตกต่างจากตอนที่เธออาศัยอยู่ในกรุงดามัสกัสที่ที่เธอและฮัสซันผู้เป็นสามี มีอาชีพที่ดี และมีเงินมากพอที่จะส่งลูกสาวทั้งสองคนไปโรงเรียนที่ดี และการเกิดของจาฟาร์ลูกชายคนเล็กของครอบครัวก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกมีความสุขมากกว่าเดิม

แต่สงครามพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากพวกเขา ฮีบาเล่าถึงช่วงเวลาที่ฮัสซัน สามีของเธอโดนลักพาตัวเป็นครั้งที่ 5 และเล่าถึงวันที่โรงเรียนของลูกสาวของเธอถูกวางระเบิด เด็กทั้งสองหนีออกมาได้และไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่นั่นเปรียบเสมือนฟางเชือกสุดท้ายสำหรับเธอจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้พวกเขาตัดสินใจหนีไปยังประเทศเลบานอน

ขณะที่พวกเขาเดินทางมายังประเทศเลบานอน ฮีบาซ่อนแมวของเธอไว้ในกระเป๋า บุซซี่ชอบยืนบนบ่าของฮีบาเหมือนกับนกแก้ว UNHCR/Ivor Prickett
ขณะที่พวกเขาเดินทางมายังประเทศเลบานอน ฮีบาซ่อนแมวของเธอไว้ในกระเป๋า บุซซี่ชอบยืนบนบ่าของฮีบาเหมือนกับนกแก้ว UNHCR/Ivor Prickett

ตอนแรกพวกเขาไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อรับความคุ้มครองจาก UNHCR เพราะรู้สึกว่า “คนอื่นๆสมควรได้รับความช่วยเหลือมากกว่า” ฮีบากล่าว แต่ 2 ปีผ่านไปเงินที่พวกเขาเก็บสะสมเอาไว้หมดลงไปกับค่าอาหารและค่าเช่าที่พัก พวกเขาจึงจำเป็นต้องขอรับการช่วยเหลือในเวลาต่อมา ฮัสซันกลับไปทำกิจกรรมอดิเรกของเขาอีกครั้งซึ่งนั่นก็คือการตกปลา ทุกๆเช้าไม่ว่าจะมีพายุฝน หิมะตก หรือแดดออก เขาจะออกไปตกปลาเพื่อช่วยหาอาหารมาให้ครอบครัวของเขาอีกแรง

2 ปีผ่านไปเงินที่พวกเขาเก็บสะสมเอาไว้หมดลงไปกับค่าอาหารและค่าเช่าที่พักพวกเขาจึงเข้ารับการช่วยเหลือในเวลาต่อมา

ฉันยังเดินทางไปพบฮีบาและครอบครัวของเธอเมื่อฉันมีโอกาส ในขณะเดียวกันเราสองคนยังติดต่อกันอยู่ตลอดผ่านโปรแกรมสนทนา Whatsapp ที่ทำให้เราสามารถส่งข้อความหากันได้เพื่อติดตามความเป็นไปของกันและกัน

ครั้งล่าสุดที่ฉันเดินทางไปเยี่ยมฮีบา ขณะที่เรากำลังบอกลากัน เธอกอดฉันนาน และกระซิบบอกฉันว่า “ฉันไม่รู้ว่าเดือนหรือปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวฉันและสามีของฉัน คนเดียวที่ฉันไว้ใจให้ดูแลลูกๆของฉันที่เลบานอน ก็คือเธอ”

เธอพูดอะไรอย่างนั้น ฉันยืนอยู่ตรงนั้นทั้งน้ำตา และปลอบเธอว่าทุกคนจะต้องปลอดภัย

หลังจากวันนั้น ฮีบาสามารถส่งลูกสาวทั้งสองคนของเธอไปโรงเรียนได้ ฮัสซันสามีของเธอยังทำหน้าที่ในการช่วยหาอาหารอยู่ เขาตกปลาได้แล้วแต่ดวง ส่วนฮีบากับฉันยังคงติดต่อกันผ่านWhatsapp และรอคอยที่เราทั้งสองจะพบหน้ากันอีกครั้ง

เขียนโดย วาร์ดา อัล-จาวาฮิรี เจ้าหน้าที่ UNHCR