Skip to main content

ภาษา

 

การต่อสู้ในเมืองโมซุลทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความโหดร้ายและความหิวโหย

ชาวอิรักหลายคนเล่าให้เราฟังว่า มีกลุ่มติดอาวุธคอยยิงประชาชนที่พยายามหลบหนีจากตัวเมืองโมซุล ในขณะที่คนหลายพันคนติดอยู่ในตัวเมืองและถูกใช้เป็นเกราะกำบัง

 

ชายสองคนอุ้มเด็กที่ได้รับบาดเจ็บไปที่ปลอดภัยผ่านซากปรักหักพังบนถนนในเมืองโมซุล ในวันที่ 24 มิถุนายน

ฮัมมาม อัลอาลิล, อิรัก – อาบู ทาฮาก็ติดอยู่ในตัวเมืองโมซุล หลังจากที่หลานของเขาถูกยิงจากการพยายามหลบหนีออกจากเมืองโมซุล เขาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธที่รุนแรงขนาดที่ว่าถ้าเขาถูกพบพร้อมกระเป๋าเขาอาจถูกฆ่าได้

อาบู ทาฮาตัดสินใจที่จะซ่อนตัวอยู่ที่ชั้นใต้ตินกับลูกของเขาอีก 9 คน และรอให้การต่อสู้จบลง ในที่สุด รัฐบาลอิรักต่อสู้จนสามารถเข้ามาถึงบริเวณหมู่บ้านของเขา ทำให้พวกเขาสามารถหลบหนีออกมาได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

วันถัดมา อาบูวัย 53 ปี นั่งอยู่ที่ศูนย์พักพิงค่ายผู้ลี้ภัยเมืองฮัมมาม อัลอาลิลทางตอนใต้ของโมซุลที่สร้างโดย UNHCR เขาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความโล่งใจ

“ผมไม่สามารถอธิบายได้ว่าผมดีใจมากแค่ไหน” เขากล่าว “ที่นี่ทุกอย่างดีกว่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่พวกเราเห็นในเมืองโมซุล ถ้าให้ผมเล่าเรื่องราวความโหดร้ายที่พวกเราเจอ ผมคงเล่าวันนี้ไม่จบ”

 

ในช่วงสัปดาห์วันที่ 21 มิถุนายน ชาวอิรักกว่า 20,000 คนลี้ภัยจากโมซุลตะวันตก เช่นเดียวกันกับอาบู ทาฮา คนส่วนใหญ่ต้องหลบหนีการต่อสู้อันรุนแรงบนถนนในตัวเมืองที่ทหารอิรักพยายามตอบโต้กลับเพื่อรักษาเมืองสุดท้ายที่ควบคุมโดยทหารหรือก็คือเมืองโมซุล

พลเรือนที่ติดอยู่ในบริเวณที่ควบคุมโดยกลุ่มติดอาวุธต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการเสียชีวิตเมื่อพยายามหลบหนีเนื่องจากมีทหารสกัดยิงแนวหน้าที่มีกลุ่มติดอาวุธเป็นเป้าหมายในขณะเดียวกัน คนที่อยู่ในบริเวณตัวเมืองที่ควบคุมโดยทหารก็ต้องเผชิญกับความอันตรายของโจมตีของกลุ่มติดอาวุธ

 

“ตอนนี้การต่อสู้รุนแรงได้เกิดขึ้นบนท้องถนนในพื้นที่ที่ใกล้บ้านเรือนซึ่งได้เพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม”

 

“ประชาชนถูกบังคับให้เคลื่อนที่ตามกลุ่มติดอาวุธและถูกใช้ให้เป็นเกราะกำบัง” บรูโน่ เกตโด ผู้แทน UNHCR ในอิรักกล่าว “ตอนนี้การต่อสู้รุนแรงได้เกิดขึ้นบนท้องถนนในพื้นที่ที่ใกล้บ้านเรือนซึ่งได้เพิ่มความเสี่ยงให้ประชาชนมากขึ้นกว่าเดิม” เขากล่าว

พลเรือนหลายหมื่นคนยังติดอยู่ในตัวเมืองโมซุล อาหารที่กักตุนไว้กำลังจะหมดลง พวกเขาไม่มีไฟฟ้าและน้ำสะอาดใช้ ทำให้เกิดความเจ็บป่วยและต้องเผชิญสภาวะความอดอยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและผู้สูงวัยที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอเกินไปที่จะหลบหนีได้

ในศูนย์พักพิงฮัมมาม อัลอาลิล อาบู ทาฮา ได้นำถุงขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า ในถุงนั้นมีน้ำตาลเกือบหนึ่งช้อนอยู่ น้ำตาลนี้อาบูนำไปผสมกับน้ำให้ลูกของเขาดื่มเป็นอาหารในช่วงที่หลบหนี

  • ฮาลานช่วยคาลิดา ลูกสาวที่ได้รับการบาดเจ็บหลบหนีจากโมซุล ประเทศอิรัก วันที่ 25 มิถุนายน © UNHCR/Cengiz Yar

  • แม่และลูกชายเข้าสวมกอดกันหลังถูกแยกจากกันในขณะที่หลบหนีการต่อสู้ในย่านเมืองเก่าของเมืองโมซุล ประเทศอิรัก วันที่ 24 มิถุนายน © UNHCR/Cengiz Yar

  • ชายสองคนช่วยหญิงชราหลบหนีจากเมืองโมซุล ประเทศอิรัก วันที่ 24 มิถุนายน © UNHCR/Cengiz Yar

  • หญิงชาวชาวอิรักทำความสะอาดใบหน้าด้วยน้ำหลังเดินทางถึงพื้นที่ที่ควบคุมโดยรัฐบาลอิรัก ในเมืองโมซุล ประเทศอิรัก วันที่ 23 มิถุนายน © UNHCR/Cengiz Yar

 

“ตอนนี้ลูกๆได้ทานอาหารและนอนหลับอย่างสบายใจ ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ” เขากล่าว ในขณะที่ชี้ไปทางซาห์รา ลูกสาววัย 6 ปีที่กลายเป็นคนหูหนวกเนื่องจากระเบิดและกระสุนที่ตกบริเวณใกล้บ้านของพวกเขาในโมซุล

“พวกเด็กๆยังไม่หยุดกินตั้งแต่มาถึงที่นี้เมื่อวาน พวกเขาหิวมาก” เขากล่าว อมีรา ภรรยาของฮาบู ทาฮาวัย 51 ปีกล่าวเสริมว่าพวกเขาป่วยจากการดื่มน้ำที่สกปรกจากบ่อน้ำ 

 

“พวกเด็กๆยังไม่หยุดกินตั้งแต่มาถึงที่นี่เมื่อวาน พวกเขาหิวมาก”

 

จากข้อมูลของรัฐบาล มากกว่า 875,000คนได้หลบหนีออกจากโมซุลตั้งแต่มีการต่อสู้เพื่อยึดครองเมืองซึ่งการต่อสู้เริ่มต้นเมื่อเดือนตุลาคม 2016 โดย เกือบ 700,000 คน หนีจากโมซุลตะวันตก กว่า 679,000 คนยังคงไม่มีที่อยู่ คนจำนวนมากอาศัยอยู่ที่ค่ายพักพิงใกล้เมืองโมซุล

หลังจากบ้านของเธอถูกโจมดีด้วยจรวดในย่านชีฟา เมย์ซา มูฮาเม็ด วัย 47 ปีได้หลบหนีผ่านซากปรักหักพัง

“พวกเราสบายดี” เธอพูด ในขณะที่เธออยู่ที่ศูนย์พักพิงฮัมมาม อัลอาลิลโดยมีญาติพี่น้องนั่งอยู่ใกล้ๆ “พวกเรารู้สึกปลอดภัยแต่เหนื่อย ตอนนี้พวกเราต้องการแค่พักผ่อน”

เมย์ซากล่าวว่า ในเมืองโมซุล กลุ่มติดอาวุธบอกให้ครอบครัวของเธอและคนอื่นๆเจาะรูผนังบ้านของพวกเราเพื่อที่จะให้พวกเขาสามารถเคลื่อนที่ตามถนนในเมืองได้โดยไม่มีใครเห็น

“ถ้าพวกเขามาแล้วไม่เห็นรูบนผนัง พวกเราก็จะโดนทรมานและฆ่า” เธอกล่าวว่าก่อนหน้านี้เธอต้องการหนีแต่ไม่สามารถทำได้ “พวกเรารู้ว่ากลุ่มติดอาวุธได้ฆ่าหลายครอบครัวที่พยายามหนีก่อนหน้าพวกเรา”