Skip to main content

ภาษา

 

รายงานการคุกคามทางเพศในผู้ชายเพิ่มมากขึ้นในวิกฤติผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย

จากการศึกษา UNHCR พบว่าการข่มขืน ทรมาน และการคุกคามทางเพศในผู้ชายและเด็กชายทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ประเทศซีเรียเพิ่มจำนวนมากขึ้น

 

จากการศึกษา UNHCR พบว่าการข่มขืน ทรมาน และการคุกคามทางเพศในผู้ชายและเด็กชายทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ประเทศซีเรียเพิ่มจำนวนมากขึ้น

 

ความรุนแรงทางเพศและการทรมานในผู้ชายและเด็กผู้ชายในประเทศซีเรียโดยกลุ่มต่างๆขยายตัวมากขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ © UNHCR/Dominic Nahr
ความรุนแรงทางเพศและการทรมานในผู้ชายและเด็กผู้ชายในประเทศซีเรียโดยกลุ่มต่างๆขยายตัวมากขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ © UNHCR/Dominic Nahr

 

ทาเร็ก ถูกคุมขังอยู่ในห้องขังที่ทั้งเล็กและมืดเป็นเวลาหลายเดือนร่วมกับคนอื่นๆอีกกว่า 80 คน ระหว่างสงครามที่เกิดขึ้นในประเทศซีเรีย แต่สภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายกลายเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเหตุการณ์โหดร้ายที่เขาต้องเผชิญ ทาเร็กและผู้ต้องขังคนอื่นๆ ถูกบังคับให้ถอดเสื้อผ้าในเวลากลางคืน มัดด้วยเชือกรวมกัน ถูกทรมานด้วยเครื่องช๊อตไฟฟ้าที่อวัยวะเพศและถูกข่มขืนโดยผู้คุมขัง 

“พวกเขาเข้ามาที่ห้องขังเพื่อทำร้ายเรา แต่มันมืดเกินไป เรามองไม่เห็นพวกเขา เราได้ยินเสียงผู้คนร้องว่า ‘หยุด! อย่า!’ ..... ผมคิดว่าเราต้องตายแน่” เขาเล่า ไม่ได้มีเพียงทาเร็กที่พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ รายงานการศึกษาโดย UNHCR ระบุว่า ความรุนแรงทางเพศและการทรมานในผู้ชายและเด็กผู้ชายในประเทศซีเรียโดยกลุ่มต่างๆขยายตัวมากขึ้นเกินกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้

UNHCR ศึกษาข้อมูลโดยการสัมภาษณ์และจากการสนทนากับกลุ่มเป้าหมายผู้ลี้ภัยราว 196 คน ในประเทศอิรัก เลบานอนและจอร์แดนในช่วงปลายปี 2559 แต่ละคนให้ข้อมูลที่น่าตกใจกับเรา บอกเล่าเรื่องราวที่พวกเขาหรือคนรู้จักต้องเผชิญกับความรุนแรงทางเพศและการถูกข่มขืนโดยกลุ่มต่างๆ ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เราพบว่าเหตุการณ์ส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากจากทั้งหมดเกิดขึ้นในที่คุมขังและเรายังพบการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กผู้ชายในช่วงอายุ 10 ปี โดยผู้ชายอายุมาก

 

“เพื่อนของผมทำงานกับผู้ชายอายุ 60 ปี เขาปฏิเสธที่จะให้ค่าตอบแทนจนกว่าเพื่อนของผมยอมทำตามที่สั่งเพื่อให้ความสุขกับเขา”

 

มีการเปิดเผยว่าผู้ที่เป็นเพศทางเลือกเช่นทาเร็ก มีความเสี่ยงที่จะโดนคุกคามทางเพศมากกว่าแม้ว่าจะเดินทางออกนอกซีเรียแล้วก็ตาม ในประเทศซีเรีย กลุ่มติดอาวุธถูกรายงานว่าเป็นผู้กระทำความผิดดังกล่าวมากที่สุด ขณะที่การล่วงละเมิดที่เกิดขึ้นนอกประเทศเกิดจากการฉวยโอกาสในรูปแบบต่างๆ

เด็กผู้ชายผู้ลี้ภัยตกอยู่ในอันตรายจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศในเงื้อมมือของผู้ลี้ภัยด้วยกันหรือผู้ชายในชุมชนท้องถิ่นในประเทศที่ลี้ภัย

มีรายงานว่าการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศและการแบล็กเมล์เกิดขึ้นกับผู้ลี้ภัยผู้ชายในประเทศที่ลี้ภัยโดยเฉพาะกับผู้ที่ทำงานเป็นแรงงานนอกระบบ ครอบครัวของพวกเขาส่วนมากมีฐานะยากจน

“เพื่อนของผมทำงานกับผู้ชายอายุ 60 ปี เขาปฏิเสธที่จะให้ค่าตอบแทนจนกว่าเพื่อนของผมยอมทำตามที่สั่งเพื่อให้ความสุขกับเขา” อับราฮิม ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในประเทศเลบานอนเล่า “เพื่อนของผมออกจากงานไม่ได้เพราะต้องจ่ายค่าเช่าบ้านและต้องดูแลครอบครัว เขาอายุ 30 ปี แต่งงานมีครอบครัวแล้วแต่ไม่สามารถเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ครอบครัวฟังได้” 

ผู้ให้สัมภาษณ์ 1 คน ในกลุ่มเด็กผู้ลี้ภัยที่อาศัยในประเทศที่ลี้ภัยเล่าให้เราฟังว่าเขาถูกล่วงละเมิดทางเพศ “เป็นประจำทุกวัน” รายงานได้ยกคำพูดของเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายที่ให้ข้อมูลเราว่าปัญหาส่วนมากเกิดขึ้นในลักษณะของ “การถูกกลั่นแกล้ง” แต่จะถูกพบว่ามีการกระทำในลักษณะการล่วงละเมิดทางเพศเกี่ยวข้องด้วยในเวลาต่อมาเช่นการถูกข่มขืน เด็กผู้ชายจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนเพราะปัญหาดังกล่าว

“นี่เป็นการเปิดเผยเรื่องราวที่น่าสะเทือนใจ ความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นจากการถูกคุกคามทางเพศไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแต่ในผู้หญิงและเด็กผู้หญิงแต่ยังเกิดขึ้นกับผู้ชายและเด็กผู้ชายตามที่ปรากฎในรายงาน”  โวเกอร์ เติร์ก ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยของ UNHCR

 

“เรากำลังเผชิญกับวัฏจักรของปัญหาที่ร้ายแรง ที่ซึ่งมีความช่วยเหลือมีเพียงน้อยนิด...และวัฒนธรรมของการปกปิด ไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น”

“และมันยิ่งชัดเจนว่าเรากำลังเผชิญกับวัฏจักรของปัญหาที่ร้ายแรงเมื่อที่ซึ่งความช่วยเหลือมีเพียงน้อยนิด มีข้อจำกัดในการเข้าถึงผู้ตกเป็นเหยื่อ การบริการที่ไม่ทั่วถึงและวัฒนธรรมของผู้คนที่ไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำให้เรื่องที่เกิดขึ้นดูเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก” เขาเสริม

รายงานของ UNHCR ช่วยสนับสนุนแนวคิดการศึกษาสาเหตุของการคุกคามทางเพศและการขยายตัวของปัญหาดังกล่าวที่ส่งผลกระทบต่อเด็กผู้ชายและผู้ชายผู้ลี้ภัย รวมถึงแนวทางการศึกษาข้อปฏิบัติในการระบุความต้องการของผู้ตกเหยื่อการคุกคามทางเพศที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือ

มีข้อแนะนำมากมายที่ได้รับจากองค์กรด้านมนุษยธรรมและองค์กรพันธมิตรต่างๆ หลังจากมีรายงานนี้ออกไป  ซึ่งรวมถึงความต้องการของมาตรการการป้องกันที่เข้มแข็งมากขึ้น การบริหารจัดการที่ดีขึ้นและเป็นความลับ  การคุ้มครองเหยื่อจากการย้อนกลับมาทำร้าย การดูแลเหยื่อที่ดีขึ้น และการสร้างความตระหนักรู้ที่ดีขึ้นในกลุ่มเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ

รายงานนี้ยังมีข้อแนะนำสำหรับการศึกษาเพิ่มเติมว่าควรมีการป้องกันและตอบสนองต่อการคุกคามทางเพศในผู้ชายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นระหว่างเหตุการณ์ความขัดแย้งและการพลัดถิ่น การเยียวยาความเจ็บปวดทางจิตใจและอารมณ์ที่ยังคงอยู่กับเหยื่อหลังเหตุการณ์ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาบางคนไม่สามารถรับไหว

อาห์เหม็ด ผู้ลี้ภัยในประเทศเลบานอน เล่าให้ฟังว่าคุณลุงคนหนึ่งของเขายังคงทนทุกข์อยู่กับเหตุการณ์เลวร้ายที่เผชิญจากสถานกักกันในซีเรีย

“หลายเดือนต่อมาหลังจากลุงของผมถูกปล่อยตัว เขาล้มลงทั้งน้ำตาต่อหน้าเราทุกคนและเล่าว่า ไม่มีส่วนไหนในร่างกายที่ไม่โดนทรมานด้วยสว่านไฟฟ้า ลุงผมถูกข่มขืน” อาเหม็ดเล่า “หลังจากถูกปล่อยตัว เขาไม่กินอะไรและกลายเป็นคนติดสุรา เขาเสียชีวิตลงเพราะไตวาย”