Skip to main content

ภาษา

 

การต่อสู้ที่รุนแรงทางตะวันออกของเมืองกูตา ประเทศซีเรีย ส่งผลให้ผู้ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นเพิ่มจำนวนสูงขึ้น

 

การต่อสู้ที่รุนแรงทางตะวันออกของเมืองกูตา  ประเทศซีเรีย ส่งผลให้ผู้ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นเพิ่มจำนวนสูงขึ้น

UNHCR เรียกร้องความคุ้มครองและความปลอดภัยแก่เด็ก ผู้หญิงและครอบครัวชาวซีเรียหลายแสนคน ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในเมืองกูตาและพื้นที่โดยรอบ

 

 

 

เมืองดามัสกัส ประเทศซีเรีย อาลิ ทูมา อายุ 75 ปี หนีจากการต่อสู้ในเมืองกูตา ของประเทศซีเรีย ขาของคุณตาอาลิดามด้วยเหล็ก ต้องใช้ไม้เท้าพยุง

“แม้ว่าขาของฉันจะหัก ฉันก็ต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้” คุณตาพูดและเล่าให้ฟังถึงการเดินทางที่ยากลำบากเพื่อแสวงหาที่พักพิงที่ปลอดภัยพร้อมกับภรรยาและหลานๆ “ฉันใช้ไม้เท้าช่วยเดิน” คุณตาอาลิเสริม

คุณตาอาลิและครอบครัวเป็นหนึ่งในเด็ก ผู้หญิงและครอบครัวชาวซีเรีย 45,000 คน ที่สงครามบังคับให้เดินทางหนีจากทางตะวันออกของเมืองกูตา หาที่พักพิงที่ปลอดภัยในค่ายที่พักพิงชั่วคราวในซีเรียและพื้นที่โดยรอบเมืองดามัสกัส เมืองหลวงของประเทศ

 

ประชาชนจำนวนมากติดอยู่ในพื้นที่กว่า 5 ปี เพราะการต่อสู้ และจำนวนมากที่เดินทางมาถึงที่พักพิงเช่นคุณตาอาลิ ต้องพิการ สูญเสียอวัยวะหรือได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจรุนแรง ท่ามกลางฝุ่นควันจากซากปรักหักพัง คุณตาเล่าให้ฟังว่าภรรยาของคุณตา ทรุดลงทันทีที่มาถึงและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที หมอบอกว่าเธอกำลังทรมานด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก

“ฉันต้องออกไปจากที่นี่ แม้ว่าขาของฉันจะหัก ฉันใช้ไม้เท้าช่วยเดิน” 

 

“นั่นเป็นเพราะความยากลำบากต่างๆที่เราต้องเผชิญเป็นเวลานานหลายปี... และตอนนี้เราไม่รู้ว่าเราต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหน หนึ่งวัน สองวัน หรือหนึ่งสัปดาห์ ไม่มีใครรู้เลย” คุณตาเล่า

ตั้งแต่สงครามในประเทศซีเรียปะทุขึ้นเมื่อเจ็ดปีก่อน ประชาชน 5.4 ล้านคน ถูกบังคับให้หนีออกจากประเทศ ขณะที่ชาวซีเรีย 13.5 ล้านคนภายในประเทศ ต้องการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม 

ในการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัย UNHCR เน้นย้ำถึงข้อเรียกร้องในความคุ้มครองและความปลอดภัยของทั้งผู้ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นใหม่และประชาชนหลายแสนคน ที่ยังติดอยู่ในพื้นที่จากการต่อสู้ที่รุนแรงและต้องการความช่วยเหลือ

โมฮัมหมัด เป็นหนึ่งในผู้ที่หนีจากความอันตรายในสงคราม จากบ้านในเมืองซัคบา ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตรจากทางตะวันออกของเมืองดามัสกัสเมื่อวันเสาร์ เขาพูดด้วยความกลัวว่าอาจจะไม่สามารถข้ามจุดผ่านที่เมืองฮามูริยา ไปถึงที่พักพิงที่ปลอดภัย  

“เราเดินมาพร้อมกับเด็กผู้ชายสองคนมากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว เราทุกคนกลัวมากเพราะการต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่... ผมต้องการเพียงแค่อนาคตที่ปลอดภัยของเด็กๆ” เขาพูด

ตั้งแต่การขยายตัวครั้งล่าสุดของวิกฤตการณ์เริ่มต้นขึ้น เจ้าหน้าที่ UNHCR อยู่ที่จุดข้ามผ่านและพื้นที่ตั้งของที่พักพิงชั่วคราว เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ลี้ภัยหลายพันครอบครัวจากทางตะวันออกของเมืองกูตา ที่มาถึงด้วยความเหนื่อยล้า หิวโหย กระหายและเจ็บป่วย มีเพียงสิ่งของเพียงเล็กน้อยที่ติดตัวมาด้วย

ตอนนี้ผู้ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นกลุ่มใหม่พักอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวจำนวน 7 แห่ง ในอาคารต่างๆ เช่น โรงเรียนและสถานที่อื่นๆ ที่ไฟฟ้าเข้าถึง ซึ่งมีสภาพความเป็นอยู่ที่อัตคัด มีเพียงของใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเท่านั้น ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของ UNHCR ความต้องการความช่วยเหลือมีมากและเติบโตขึ้นทุกชั่วโมง และยังมีความเสี่ยงสูงในปัญหาเรื่องสุขภาพ

“ที่พักพิงที่มีอยู่ตอนนี้แออัด เต็มไปด้วยคนจำนวนมากและยังขาดแคลนระบบสาธารณะสุข”

“ที่พักพิงที่มีอยู่ตอนนี้แออัด เต็มไปด้วยคนจำนวนมากและยังขาดแคลนระบบสาธารณะสุข ผู้คนต่อแถวนานหลายชั่วโมงเพื่อใช้ห้องน้ำและส่วนมากไม่มีแสงสว่าง” อังเดรจ มาเฮกิก โฆษก UNHCR กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวที่กรุงเจนีวา เมื่อวันอังคาร

นายอังเดรจ กล่าวว่า UNHCR และองค์กรพันธมิตรทำงานในพื้นที่ตลอดเวลาเพื่อมอบสิ่งของช่วยชีวิต ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับองค์กร Syrian Arab Red Crescent หน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติ และองค์กรทางมนุษยธรรมต่างๆ 

องค์กรพันธมิตรของ UNHCR ลงทะเบียนให้กับผู้ที่ไม่มีเอกสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กแรกเกิดที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนเกิด เพื่อแก้ปัญหาในการมอบความคุ้มครองร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐประเทศซีเรีย UNHCR ได้ส่งมอบสิ่งช่วยชีวิตกว่า 180,000 ชิ้น ได้แก่เสื่อนอน ผ้าห่ม ผ้าพลาสติกเอนกประสงค์ ชุดกันหนาว ตะเกียงพลังงานแสงอาทิตย์ ถังเก็บน้ำสะอาด และชุดอุปกรณ์ประกอบอาหาร

 

ในที่พักพิงหลายแห่ง ผู้คนต้องอาศัยอยู่กลางแจ้งบนสนามของโรงเรียน พวกเขาสิ้นหวัง ใช้ผ้าห่มที่ได้รับจาก UNHCR กั้นเป็นฉากเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวและเพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัวจากแสงอาทิตย์ในตอนกลางวันและความหนาวเหน็บในเวลากลางคืน 

 

UNHCR เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตอบสนองต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชนในการปฏิบัติต่อประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และผู้ที่หนีออกจากพื้นที่ตะวันออกของเมืองกูตา

 

โปรดบริจาคช่วยชีวิตพวกเขาร่วมกับ UNHCR