Skip to main content

ภาษา

 

นายฟิลลิปโป กรันดี เน้นย้ำถึงความต้องการเร่งด่วนของผู้ลี้ภัยในประเทศบังคลาเทศ

จากการช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่องจนถึงตอนนี้ เขาไม่เคบพบเห็นผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือมากขนาดนี้มาก่อน

 

ณ กรุงเจนีวา- หลังจากการเดินทางเยือนภูมิภาค นายฟิลลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ แถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญานับแสนคนที่ลี้ภัยมายังประเทศบังคลาเทศด้วยความยากลำบาก  โดยกล่าวว่าเขาไม่เคยพบเห็นผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือมากเท่านี้มาก่อน

High Commissioner Filippo Grandi talks to a young Rohingya man at Kutupalong camp in Cox’s Bazar, Bangladesh, in the wake of a mass exodus of refugees from neighbouring Myanmar.  © UNHCR/Roger Arnold

“ผมเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศบังคลาเทศ ที่ซึ่งผมได้เห็นผู้คนลี้ภัยจากความรุนแรงเกินกว่าที่จะจิตนาการได้กับตาของตัวเอง” เขากล่าวในงานแถลงข่าว เมื่อวันพุธที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ที่สำนักใหญ่องค์การสหประชาชาติ ซึ่งเขาได้ชี้แจงถึงอุปสรรคที่กำลังเผชิญในวิกฤติการณ์จำนวนผู้ลี้ภัยที่เพิ่มจำนวนสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

นายกรันดี ผู้ทำงานด้านมนุษยธรรมในที่ต่างๆทั่วโลกมาทั้งชีวิต กล่าวว่า เขาไม่เคยพบผู้คนที่เดินทางมาถึงประเทศที่ลี้ภัยโดยแทบไม่มีอะไรติดตัวมาเลยเช่นนี้มาก่อน

“พวกเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก พวกเขาต้องการทุกอย่าง”

“พวกเขาหนีมาอย่างไม่ทันตั้งตัวจากความรุนแรงที่โหดร้าย และหนีมาโดยไม่มีอะไรติดตัวมาเลย พวกเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างมากทั้ง อาหาร สุขภาพ ที่พักพิง” เขาชี้แจง  “พวกเขาไม่มีอะไรเลยจริงๆ ตั้งแต่ผมทำงานมายังไม่เคยเห็นผู้คนที่หนีมาด้วยสิ่งของที่เล็กน้อยเท่านี้มาก่อน พวกเขาต้องการความช่วยเหลือในทุกๆด้านจริงๆ”

นายกรันดี ตอบรับความช่วยเหลือที่หลั่งไหลเข้ามาด้วยน้ำหนึ่งใจเดียวกันในนามของเจ้าหน้าที่ภาครัฐของบังคลาเทศ และประชาคมโลก แต่ยังเตือนว่าการช่วยเหลือนี้จำเป็นต้องได้รับอย่างต่อเนื่องและมากขึ้นกว่าเดิม

“นี่ไม่ใช่สถาณการณ์ฉุกเฉินเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ เราต้องการความช่วยเหลือจากพวกคุณทุกคน” เขากล่าวและเตือนว่า “เมื่อข้อจำกัดของสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ สุขอนามัยที่ย่ำแย่ ประกอบกับจำนวนคนมหาศาลจนล้นพื้นที่ คุณคงจินตนาการถึงความเป็นไปได้ในการเกิดโรคระบาดได้เป็นอย่างดี”

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกรันดีเดินทางเยือนค่ายส่วนขยายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองในเมืองค็อกบาซาร์ ประเทศบังคลาเทศ เพื่อไปเห็นสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ขั้นรุนแรงที่ผู้ลี้ภัยต้องเผชิญ เนื่องจากมีผู้ลี้ภัยราว 480,000 คน เดินทางมายังประเทศบังคลาเทศในอาทิตย์ที่ผ่านมา

With Balukhali refugee camp and other settlements growing on a daily basis, access to clean water is restricted to these water wells.  © UNHCR/Paula Bronstein

นายกรันดี กล่าวว่า 15,000 ต่อวัน คือจำนวนสูงสุดของจำนวนผู้ลี้ภัยที่เดินทางข้ามชายแดนเข้ามาต่อวัน อย่างไรก็ตามตอนนี้การหลั่งไหลของผู้คนได้ลดจำนวนลง มีรายงานว่ายังมีผู้คนที่พลัดถิ่นหลงเหลืออยู่ในประเทศเมียนมาร์ ซึ่งอาจเป็นผู้ที่กำลังหาทางข้ามชายแดนมายังประเทศบังคลาเทศ 

พวกเขาหนีจากความรุนแรงที่ร้ายแรงมากกว่าปกติ และผิดธรรมดา

“เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ พวกเขาไม่เคยถูกสำรวจจำนวนที่แน่นอน ก่อนหน้านี้อาจมีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาอยู่ราว 300,000 คน ในประเทศบังคลาเทศ ตอนนี้จำนวนประชากรน่าจะอยู่ราวๆ 700,000 – 800,000 คน ” เขากล่าวกับสื่อ

นายกรันดี กล่าวว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดจากวิกฤติในครั้งนี้คือความบอบช้ำทางจิตใจของผู้ลี้ภัยเหล่านี้ ซึ่งเขาได้ให้คำจำกัดความว่า “เป็นความรุนแรงที่ร้ายแรงมากกว่าปกติและผิดธรรมดา”          

“ผมได้พูดคุยกับผู้หญิงจำนวนหนึ่งซึ่งตกเป็นเหยื่อจากการถูกข่มขืน หรือได้รับบาดเจ็บจากการขัดขืนการถูกข่มขืน ผมพูดคุยกับเด็กๆ หลายคน น่าตกใจมากที่พวกเขาไม่มีความรู้สึกใดๆ เนื่องจากพวกเขาได้รับความบอบช้ำทางจิตใจรุนแรง พวกเขาเล่าให้ผมฟังว่าพวกเขาเห็นพ่อ-แม่ และญาติพี่น้อง หรือเพื่อนถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาอย่างไรบ้าง” เขาเล่า 

นายกรันดี ได้ยกย่องความช่วยเหลือจากชุมชนท้องถิ่นที่แสดงความมีน้ำใจและได้ให้ความช่วยเหลือโดยไม่ต้องร้องขอ

“ประเทศบังคลาเทศไม่ใช่ประเทศที่ร่ำรวย และผู้ที่ได้ให้ความช่วยเหลือไม่ใช่ผู้ที่ร่ำรวยเช่นกัน สองสิ่งนี้ควบคู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี ที่ยังเปิดประตูชายแดนให้ผู้ลี้ภัยเข้าประเทศเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง และเป็นอีกครั้งที่ประเทศซึ่งมีทรัพยาการไม่มากนักเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ ให้กับประเทศอื่นๆ ที่มีทรัพยากรมากกว่าและจำกัดการเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้นในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัย ” เขากล่าว

ความช่วยเหลือของคุณคือสิ่งจำเป็นเร่งด่วนต่อเด็ก ผู้หญิงและครอบครัวผู้ลี้ภัยในบังคลาเทศ

โปรดบริจาคตอนนี้