Skip to main content

ภาษา

 

สถานการณ์ฉุกเฉินผู้ลี้ภัยที่บังคลาเทศ

หลายหมื่นคนลี้ภัยทุกวัน พวกเขาเหนื่อยล้า หิวโหย และเจ็บป่วยหลังจากต้องเดินเท้าหลายวันลี้ภัยข้ามป่า ข้ามภูเขา และแม่น้ำ และมีเพียงเสื้อผ้าเท่านั้นที่นำติดตัวมาด้วย

 

ชาวโรฮิงญาเดินทางเพื่อลี้ภัยความรุนแรงในอัตราที่สูงขึ้นเรื่อยๆ 

พวกเขาใช้เวลาหลายวันเดินผ่านป่าและภูเขา หรือเดินทางโดยเรือที่อันตรายเพื่อข้ามอ่าวเบงกอล พวกเขามาถึงด้วยความเหนื่อยล้า หิวโหย และเจ็บป่วย ต้องการความคุ้มครองจากนานาชาติ และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม   

ชาวโรฮิงญาคือกลุ่มบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ เป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในประเทศเมียนมาร์ การอพยพครั้งล่าสุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาจำนวนมากที่เดินทางมาถึงประเทศบังคลาเทศเป็นเด็กและผู้หญิงรวมไปถึงเด็กแรกเกิด ส่วนที่เหลือเป็นผู้สูงอายุซึ่งต้องการความช่วยเหลือและความคุ้มครองเพิ่มเติม 

ค่ายผู้ลี้ภัยทั้งสองค่ายได้แก่ ค่ายกูตูปาลอง และนายาปารา ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเดิมเป็นที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากว่า 33,000 คน ก่อนวิกฤติครั้งนี้จะเกิดขึ้น ตอนนี้จำนวนผู้ลี้ภัยของทั้งสองค่ายเพิ่มสูงขึ้นเป็น 77,000 โดยประมาณ ซึ่งจำนวนนี้เกินกว่าที่ค่ายทั้งสองแห่งสามารถรองรับได้ จากการหลั่งไหลของผู้ลี้ภัยที่เพิ่งเดินทางมาถึงและต้อนรับโดยครอบครัวผู้ลี้ภัย หรือพักอยู่ในค่าย โรงเรียน ศูนย์ชุมชนและอื่นๆ 

“พวกเขาเผาทำลายบ้านของเรา และบังคับให้เราออกจากบ้านด้วยการยิง เราเดินใช้เวลาเดินเท้า 3 วัน ผ่านป่า”

–โมฮัมเหม็ด หนึ่งในผู้ลี้ภัยมายังประเทศบังคลาเทศพร้อมกับครอบครัวอีกเจ็ดคนและเด็กแรกเกิด 

ตอนนี้ผู้ลี้ภัยจำนวนมากอาศัยอยู่ภายนอกค่ายในที่พักชั่วคราวที่สร้างขึ้นเองง่ายๆ ใช้วัสดุที่หาได้ง่ายไม่มีอะไรมากกว่าผ้าใบกันน้ำรองบนเสาไม้ไผ่ ระบบสาธารณูปโภคและการบริการด้านต่างเกินขีดจำกัด ในขณะที่ผู้ลี้ภัยยังคงหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆในสภาวะแวดล้อมที่ย่ำแย่ถึงขีดสุดนี้  เราทำงานร่วมกับรัฐบาลประเทศบังคลาเทศและหน่วยงานต่างๆ เพื่อค้นหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อให้ที่พักพิงแก่พวกเขา     

จากจำนวนผู้ที่หลังไหลเข้ามาในทุกๆวันทำให้ความต้องการที่พักพิงชั่วคราว พื้นที่สำหรับสร้างที่พัก ผ้าห่ม และการช่วยเหลือด้านต่างๆ เป็นเรื่องฉุกเฉิน เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจากน้ำและอากาศ ผู้ลี้ภัยและผู้คนในชุมชนที่ให้ที่พักพิงต้องการน้ำสะอาด ระบบสาธารณสุข และสิ่งของเครื่องใช้อย่างเร่งด่วน โดยพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบางได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ เด็กๆ และผู้สูงอายุ

 

  • © UNHCR

  • © UNHCR

  • © UNHCR

  • © UNHCR

  • © UNHCR

ความช่วยเหลือจาก UNHCR ในวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา 

วิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยลี้ภัยชาวโรฮิงญาเป็นวิกฤติผู้ลี้ภัยที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก เราทำงานร่วมกับรัฐบาลประเทศบังคลาเทศและองค์กรพันธมิตรเพื่อตอบสนองต่อความต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่นี้

เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา UNHCR ได้ลำเลียงอุปกรณ์ช่วยชีวิตกว่า 700 ตัน ทางเครื่องบิน ซึ่งประกอบไปด้วย เต็นท์ที่พัก ผ้าพลาสติกเอนกประสงค์  ผ้าห่ม มุ้งกันยุง ชุดเครื่องครัว และถังใส่น้ำ ในขณะที่การลำเลียงครั้งต่อไปได้ถูกวางแผนไว้แล้ว

ด้วยความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตร เราช่วยเหลือรัฐบาลในการสร้างค่ายส่วนต่อขยายใหม่ใกล้กับค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองซึ่งรวมถึงการสนับสนุนเงินในการสร้างถนนเพื่ออำนวยความสะดวกในการก่อสร้างและการเดินทางเข้ามาของผู้ลี้ภัย สนับสนุนการวางแผนการก่อสร้างค่ายส่วนต่อขยาย  สร้างห้องน้ำและบ่อน้ำ รวมทั้งการปรับปรุงคุณภาพน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขอนามัย และการแจกจ่ายอุปกรณ์ในการสร้างที่พักพิงชั่วคราว

สำหรับมาตราการแก้ไข้ปัญหาด้านสุขภาพ เช่นโรคท้องร่วงเฉียบพลัน เราอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างห้องน้ำจำนวน 8,000 แห่งเพื่อผู้ลี้ภัย จนถึงตอนนี้ UNHCRและองค์กรพันธมิตร ได้ร่วมกันติดตั้งห้องน้ำราว 500 แห่ง บ่อน้ำตื้นอีก 51 แห่ง รวมทั้งบ่อน้ำลึกอีก 8 แห่งเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ลี้ภัยสามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดภายในค่ายได้  ยิ่งไปกว่านั้นเรายังสนับสนุนโครงการหยอดวัคซีนป้องกันโรคท้องร่วงให้แก่ผู้ลี้ภัยของรัฐบาลที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมโดยความร่วมมือกับ UNICEF และ WHO

UNHCR ร่วมกับคณะกรรมการบรรเทาทุกข์ผู้ลี้ภัยและการกลับประเทศของประเทศบังคลาเทศ

ดำเนินการเก็บข้อมูลนับจำนวนครอบครัวผู้ลี้ภัยในค่ายกูตูปาลองและส่วนต่อขยายบาลูคลาลิ โดยข้อมูลที่ได้จากการเก็บประวัติครอบครัวและกลุ่มเปราะบางจะช่วยพัฒนาการมอบความช่วยเหลือและการวางแผนเพื่อหาทางออกในอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คณะทำงานเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัย นำโดย UNHCR ยกระดับความช่วยเหลือไปสู่ผู้ลี้ภัยในทุกๆค่าย โดยเราทำงานจากระบบอ้างอิงและจัดสรรพื้นที่ที่ปลอดภัยให้ผู้ลี้ภัยที่ตกเป็นเหยื่อจากความรุนแรงทางเพศ รวมทั้งพยายามระบุและจำแนกเด็กที่ตกอยู่ในความเสี่ยงเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม

ทีมงานของเราเตรียมพร้อมตลอดเวลาท่ามกลางสถานการณ์ของผู้ลี้ภัยที่มีความเป็นไปได้ว่าจะหลั่งไหลเข้ามาเพิ่มเติมทั้งทางพื้นดินและทางทะเล UNHCRและองค์พันธมิตรยังมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในขั้นตอนก่อนการระบุตำแหน่งที่ตั้งถิ่นฐานชั่วคราวและส่งมอบความช่วยเหลือสำหรับผู้ลี้ภัยใหม่อาจเดินทางมาถึงเพิ่มเติม

UNHCR ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยการส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือในหลายภาคส่วน ตอนนี้เรามีเจ้าหน้าทีทีมฉุกเฉินทั้งหมด 182 คน ในประเทศบังคลาเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ชาวบังคลาเทศจำนวน 84 คน เราจะยังคงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในพื้นที่เพียงพอกับจำนวนและความซับซ้อนของวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องนี้

UNHCR ต้องการงบประมาณราว 280 ล้านบาทอย่างเร่งด่วนเพื่อใหความช่วยเหลือในวิกฤติการณ์ด้านมนุษยธรรมในประเทศบังคลาเทศครั้งนี้ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2561

เรามีงานอีกหลายสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่เด็กๆ ผู้หญิง และผู้ชายที่ลี้ภัยจากความรุนแรง

บริจาคตอนนี้เพื่อช่วยชีวิต