Skip to main content

ภาษา

 

เด็กชาวโรฮิงญาที่ไม่มีพ่อแม่ต้องทำหน้าที่ของผู้ใหญ่เร็วเกินไปจากสถานการณ์ที่บีบบังคับ

ในประเทศบังคลาเทศ เด็กผู้ลี้ภัยวัยรุ่นนับพันคนต้องดูแลพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องที่เด็กกว่าหลังจากสูญเสียครอบครัวจากความรุนแรงในประเทศเมียนมาร์

 

ราเบียในวัยเพียง 18 ปีเพิ่งสูญเสียพ่อแม่และต้องเป็น แม่” ให้หลานอีก 2 คน 

 

พ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตเมื่อหลายเดือนก่อนตอนที่หมู่บ้านของเธอในเมืองบูทิดอง ประเทศเมียนมาร์ ถูกทำลาย ในช่วงชุลมุนเธอถูกแยกจากพี่น้องทั้ง 4 คนและในระหว่างที่กำลังตื่นตระหนกและเสียใจนั้นเองเธอได้พบกับหลานอายุ 4 และ 9 ขวบ ข้างถนน พวกเขาพากันหนีไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อหาที่พักพิงที่ปลอดภัยก่อนข้ามชายแดนมายังประเทศบังคลาเทศ

 

มันเป็นการเดินทางที่ยากลำบากมาก หลานของฉันร้องไห้ตลอดเวลา คิดถึงพ่อแม่และน้องชายคนเล็กของพวกเธอราเบียเล่า ขณะนึกย้อนถึงการเดินเท้า 25 วัน ไม่มีสิ่งของหรืออาหารติดตัว มีเพียงเสื้อผ้าที่เอาติดตัวมาได้

 

ทั้ง 3 คน มาถึงศูนย์ให้ความช่วยเหลือชั่วคราวก่อนพักพิงในค่ายผู้ลี้ภัย ซึ่งเป็นที่พักด่านแรกของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่เพิ่งเดินทางมาถึงประเทศบังคลาเทศ ที่นี่พวกเขาจะได้รับอาหารร้อนๆ น้ำสะอาดและเสื้อผ้าใหม่ หนึ่งอาทิตย์ต่อมาพวกเขาย้ายไปในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองและพักในที่พักพิงชั่วคราวใกล้กับเพื่อนบ้านที่เคยอยู่หมู่บ้านเดียวกันในประเทศเมียนมาร์

 

ตั้งแต่เราสูญเสียพ่อแม่ หนูต้องทำหน้าที่เป็นแม่ และพวกเขาเป็นเหมือนลูกๆของฉันราเบีย กล่าว “หนูจะดูแลพวกเขาไปตลอดชีวิต ถึงแม้ว่าหนูอาจจะไม่ได้แต่งงาน หนูอยากเห็นพวกเขาได้รับการศึกษาที่ดี”

 

สถานการณ์น่าเศร้าที่เกิดขึ้นกับราเบียตอนนี้เป็นเรื่องที่พบเห็นได้เป็นประจำในค่ายผู้ลี้ภัยและที่พักพิงในเมืองค็อกบาซาร์ ที่ซึ่งผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาราว 650,000 คน เดินทางเข้ามาหลังหนีจากความรุนแรงที่ปะทุขึ้นในประเทศเมียรมาร์ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

 

"ตั้งแต่เราสูญเสียพ่อแม่ หนูต้องทำหน้าที่เป็นแม่"

 

UNHCR เชื่อว่ากว่าร้อยละ 55 ของจำนวนผู้ลี้ภัยทั้งหมดเป็นเด็ก นับพันคนต้องลี้ภัยมาโดยลำพัง ปราศจากพ่อแม่ ครอบครัวหรือชุมชนที่จะให้ความคุ้มครอง และต้องกลายเป็นผู้ดูแลญาติพี่น้องที่อายุน้อยกว่าในช่วงเวลาเพียงข้ามคืน ผลจากการนับจำนวนครัวเรือน ครอบครัวผู้ลี้ภัยราว 5,600 ครอบครัวอยู่ภายใต้การดูแลของเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

จายนาบ บิบิ อายุ 14 ปี ยังคงโศกเศร้าต่อการจากไปของแม่ของเธอระหว่างเดินทางมายังประเทศบังคลาเทศเมื่อ 2 เดือนก่อน “เราคลุมร่างของเธอด้วยผ้าห่มแล้วจากมา” เธอเล่าทั้งน้ำตา “หนูคิดถึงแม่มาก”

 

ราเบีย คาทุน วัย 18 ปี กับหลานสาว อัมแม ซาลมา อายุ 8 ขวบ และนัวร์ คาลิมา อายุ 4 ขวบ นั่งพักที่ศูนย์ให้ความช่วยเหลือชั่วคราวก่อนพักพิงในค่ายผู้ลี้ภัย หลังจากเดินเท้าเป็นเวลากว่า 10 กิโลเมตร จากชายแดนประเทศเมียนมาร์มายังค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง © UNHCR/Andrew McConnell
ราเบีย คาทุน วัย 18 ปี กับหลานสาว อัมแม ซาลมา อายุ 8 ขวบ และนัวร์ คาลิมา อายุ 4 ขวบ นั่งพักที่ศูนย์ให้ความช่วยเหลือชั่วคราวก่อนพักพิงในค่ายผู้ลี้ภัย หลังจากเดินเท้าเป็นเวลากว่า 10 กิโลเมตร จากชายแดนประเทศเมียนมาร์มายังค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง © UNHCR/Andrew McConnell

 

นอกจากจะต้องทำใจจากการสูญเสียแม่ เธอยังต้องดูแลน้องชายอายุ 8 ขวบ โชคดีที่ตอนนี้เด็กทั้ง 2 คน อาศัยอยู่กับอดีตเพื่อนบ้านผู้ที่เป็นเพื่อนที่ดีกับแม่ของพวกเขาทั้งสอง

“เราไม่เคยคิดภาพว่าเด็กๆต้องมีชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเช่นนี้ แต่ที่นี่ผมได้พบกับเด็กหลายคนที่อยู่ลำพังและจำเป็นต้องรับหน้าที่ของผู้ใหญ่ ดูแลน้องๆ” หลุยส์ อูบิน เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานอาวุโสของ UNHCR ในเมืองค็อกบาซาร์

UNHCR และองค์กรพันธมิตรทำงานร่วมกันเพื่อระบุครอบครัวของผู้ลี้ภัยที่อยู่ภายใต้การดูแลของเด็กๆ รวมไปถึงเด็กที่ต้องอยู่ตามลำพังหรือไม่มีพ่อแม่เป็นรายบุคคล เพื่อเข้าถึงพวกเขาและให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม

"ผมได้พบกับเด็กหลายคนที่อยู่ลำพังและจำเป็นต้องรับหน้าที่ของผู้ใหญ่ ดูแลน้องๆ"

UNHCR และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องในการให้ความคุ้มครองเด็กกำลังจัดตั้งและเตรียมแผนงานการจัดหาครอบครัวอุปถัมภ์เพื่อการแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนในชุมชนผู้ลี้ภัยเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆผู้ลี้ภัยเหล่านี้จะปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กๆและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการศึกษาอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างเพื่อลดระดับความกดดันแก่เด็กๆที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่ของผู้ใหญ่

 

เป็นการยากที่เด็กๆจะหลุดพ้นจากบทบาทเหล่านี้ ไอชา ต้องรับหน้าที่เป็น “แม่” ตั้งแต่เธออายุเพียง 7 ขวบ พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตด้วยวัณโรคในประเทศเมียนมาร์เมื่อ 10 ปี ก่อน ทิ้งให้เเธอต้องดูแลน้อง 3 คน พวกเขาหนีมายังประเทศบังคลาเทศเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่นี่ไอชา รับหน้าที่ดูแลที่พักในขณะที่น้องชาย 2 คนและน้องสาวอีกหนึ่งคนของเธอหางานทำ เก็บฟืน หรือไปโรงเรียนสอนศาสนา

เธอเสียใจที่ไม่สามารถให้ทุกอย่างที่น้องต้องการ และยังคงฝันถึงชีวิตตอนที่พ่อแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ ชีวิตที่เธอสามารถแต่งงานมีครอบครัวและกังวลเกี่ยวกับอนาคตของน้องคนเล็กน้อยกว่านี้

แต่ฝันกลางวันของเธอต้องจบลงเมื่อนึกถึงหน้าที่และความรับผิดชอบ “หนูต้องการมั่นใจว่าน้องๆจะได้รับการศึกษาที่ดี ถ้าพวกเขาเรียนได้คะแนนดี หนูจะรู้สึกว่าหนูเลี้ยงพวกเขาได้ดี”

อาเรฟูลลา วัย 18 ปี กำลังพยายามอย่างเต็มที่เช่นกันเพื่อ มาห์บูบา น้องสาววัย 16 ปีของเขา  ทั้งสองขาดการติดต่อจากพ่อแม่และพี่ชายอีก 4 คน ระหว่างความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่บ้านเกิดและไม่รู้เลยว่าตอนนี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ขณะที่อาเรฟูลลา ติดตามข่าวคราวของครอบครัวกับหัวหน้าชุมชนอยู่เรื่อยๆ เขายังต้องเดินหน้าต่อกับชีวิตใหม่ในประเทศบังคลาเทศ เด็กหนุ่มคนนี้เปิดร้านตัดผมในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองเมื่อไม่นานมานี้ “ผมมีลูกค้า 4-5 คนและหาเงินได้ราว 70 บาท ต่อวัน มันเพียงพอสำหรับค่าอาหารของผมและน้องสาว” 

การสนับสนุนจากคุณเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนต่อเด็ก ผู้หญิง และผู้ชายผู้ลี้ภัยในประเทศบังคลาเทศ

บริจาคช่วยชีวิตตอนนี้ 

  • ราเบีย คาทุน วัย 18 ปี กับหลานสาว อัมแม ซาลมา อายุ 8 ขวบ เดินเท้า 10 กิโลเมตรจากชายแดนประเทศเมียนมาร์ มายังศูนย์ให้ความช่วยเหลือชั่วคราวก่อนพักพิงในค่ายผู้ลี้ภัย ในเมืองกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ © UNHCR/Andrew McConnell

  • นัวร์ คาลิมา อายุ 4 ขวบ นั่งพักหลังจากเดินเท้า 10 กิโลเมตร จากชายแดนประเทศเมียนมาร์มายังเมืองกูตูปาลอง พ่อแม่ของนัวร์ถูกทำร้ายเสียชีวิตขณะหมู่บ้านถูกโจมตี ทั้งนัวร์และพี่สาวอยู่ภายใต้ความดูแลของ ราเบีย คาทุน วัย 18 ปี น้าสาว © UNHCR/Andrew McConnell

  • อัมแม ซาลมา อายุ 8 ขวบ นั่งร้องไห้หลังต้องเดินเท้า 10 กิโลเมตร จากชายแดนประเทศเมียนมาร์มายังเมืองกูตูปาลอง ทั้งเธอและน้องสาวอยู่ภายใต้ความดูแลของ ราเบีย คาทุน วัย 18 ปี น้าสาว © UNHCR/Andrew McConnell

  • โมฮัมหมัด ฮาบู โฆษก UNHCR กำลังอุ้มนัวร์ คาลิมา อายุ 4 ขวบ หลังเดินเท้า 10 กิโลเมตร จากชายแดนประเทศเมียนมาร์มายังเมืองกูตูปาลอง พ่อแม่ของนัวร์ถูกทำร้ายเสียชีวิตขณะหมู่บ้านถูกโจมตี ทั้งนัวร์และพี่สาว อัมแม ซาลมา อายุ 8 ขวบ (เสื้อสีดำ) อยู่ภายใต้ความดูแลของ ราเบีย คาทุน วัย 18 ปี น้าสาว (ผ้าคลุมสีส้ม) © UNHCR/Andrew McConnell

  • ราเบีย คาทุน วัย 18 ปี กับหลานสาว อัมแม ซาลมา อายุ 8 ขวบ และนัวร์ คาลิมา อายุ 4 ขวบ ยืนอยู่ในที่พักที่ศูนย์ให้ความช่วยเหลือชั่วคราวก่อนพักพิงในค่ายผู้ลี้ภัย ในเมืองกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ © UNHCR/Andrew McConnell