Skip to main content

ภาษา

 

ประสบการณ์จากการทำงานในวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา ช่วยปกป้องผู้ลี้ภัยจาก COVID-19

 

ประสบการณ์จากการทำงานในวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลา ช่วยปกป้องผู้ลี้ภัยจาก COVID-19

 

มีอาทา ทูเบอี จอห์นสัน เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของ UNHCR © UNHCR/Winnie Itaeli Kweka
มีอาทา ทูเบอี จอห์นสัน เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของ UNHCR © UNHCR/Winnie Itaeli Kweka

 


สิ่งที่มีอาทา อดีตผู้ลี้ภัยจากไลบีเรีย ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของ UNHCR ได้เรียนรู้จากการทำงานในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาเมื่อ 5 ปี ก่อน 
และนำมาปรับใช้กับการมอบความคุ้มครอง ปกป้องผู้ลี้ภัยในค่ายผู้ลี้ภัยประเทศแทนซาเนียในวิกฤต COVID-19


“สิ่งที่ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดคือการแพร่ระบาดในค่ายผู้ลี้ภัย”


ทั่วโลกมีจำนวนผู้ลี้ภัยที่ได้รับการลงทะเบียนจาก UNHCR 25.9 ล้านคน จำนวนมากกว่า 3 ใน 4 พักพิงอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ในประเทศแทนซาเนียมีผู้ลี้ภัยราว 245,000 คน มีอาทา ทูเบอี จอห์นสัน เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของ UNHCR ทำงานหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ค่ายผู้ลี้ภัยทั้ง 3 แห่งในประเทศ เพื่อดูแลด้านสาธารณสุขและปกป้องผู้ลี้ภัยรวมถึงชุมชนที่ให้ที่พักพิงโดยรอบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19


มีอาทา ทำงานร่วมกับองค์กรพันธมิตรอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนและเตรียมความพร้อมให้กับสถานพยาบาลท้องถิ่น ประสานงานในการใช้เครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นในการวินิจฉัยโรค รวมไปถึงการทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ลี้ภัยจะได้รับการช่วยเหลือตามาตรการของสาธารณสุขท้องถิ่น

 

“ในกรณีที่มีผู้ติดเชื้อในค่าย ผู้ป่วยจะถูกย้ายไปยังสถานพยาบาลของรัฐที่กำหนดไว้”

 

ย้อนไปในวัยเด็กของเธอในปี ค.ศ. 1991 เธอยังเป็นเด็กและต้องหนีจากสงครามในไลบีเรีย 8 ปี ต่อมาเธอเดินทางกลับมาที่บ้านพร้อมกับครอบครัว ได้เรียนหนังสือจนจบปริญญาตรีสาขาพยาบาลและปริญญาโทสาขาสาธารณสุข จนกระทั่งภายหลังร่วมงานกับ UNHCR ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข


ในปี ค.ศ. 2014 ปีแรกของการทำงานร่วมกับ UNHCR ประเทศไลบีเรียเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ “โรคอีโบลา” เป็นหนึ่งในสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขครั้งใหญ่ของภูมิภาค ตลอดหลายปีในการต่อสู้กับโรคระบาด ในประเทศมีผู้เสียชีวิตราว 4,809 คน


ขณะนั้นงานของมีอาทา คือการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อ และยังทำงานอยู่ในทีมทำงานเพื่อสนับสนุนให้ผู้ลี้ภัยเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ที่ได้รับความคุ้มครองและปกป้องจากการติดเชื้อตามมาตรการการป้องกันของรัฐบาล

 

“ประสบการณ์ของฉันในไลบีเรียทำให้ฉันพร้อมสำหรับการทำงานตอนนี้ ราวกับว่าฉันสามารถเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้”

 

ขณะที่เธอทำงานในแทนซาเนีย ครอบครัวของเธอยังอยู่ในไลบีเรียแต่เธอยังติดต่อกับลูกสาวและครอบครัวอย่างสม่ำเสมอ


“การทำงานในพื้นที่ที่ต้องอยู่ไกลจากบ้านเป็นเรื่องปกติของการทำงานด้านมนุษยธรรม แต่บางเวลาลูกๆ แค่ต้องการความสนใจจากแม่”


มีอาทา มีชีวิตที่ไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านมนุษยธรรมคนอื่นๆ ที่ต้องทำงานในพื้นที่แนวหน้าในวิกฤตต่างๆ ทั่วโลกเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ลี้ภัยได้รับความคุ้มครองและความช่วยเหลือ


“ฉันจำได้ดีตอนที่ยังอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย ฉันมีความสุขมากตอนที่เห็นพ่อแม่เดินกลับมาจากจุดจำหน่ายอาหารพร้อมกับอาหารในมือ ตอนนี้ฉันกำลังทำหน้าที่นั้นอยู่ ไม่ว่าจะมีการปิดพื้นที่หรือไม่ก็ตาม ผู้ลี้ภัยสมควรที่จะได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็น”

 

ร่วมสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ของได้ที่: http://unh.cr/5ea073d41cc

ติดตามการทำงาน: Facebook | LINE | Instagram | Twitter |TikTok