Skip to main content

ภาษา

 

มรสุมเข้าปะทะค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในประเทศบังคลาเทศ

 

มรสุมเข้าปะทะค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในประเทศบังคลาเทศ

ลมกรรโชกและฝนตกหนักเทลงมาบนพื้นที่ที่เปราะบาง ที่พักพิงของผู้ลี้ภัยราว 700,000 คน เกิดเป็นแผ่นดินถล่มทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และจำนวนมากได้รับบาดเจ็บท่ามกลางการช่วยเหลือที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

ฮาซินา เบกุม อายุ 25 ปี คุณแม่ลูก 4  บ้านของพวกเขาพังทลายจากแผ่นดินถล่ม © UNHCR/Caroline Gluck
ฮาซินา เบกุม อายุ 25 ปี คุณแม่ลูก 4 บ้านของพวกเขาพังทลายจากแผ่นดินถล่ม © UNHCR/Caroline Gluck

 

2 วันหลังจากฝนตกหนักและลมแรง ฮาซินา เบดกุม ต้องดูแลลูกๆทั้ง 4 คนในที่พักพิงชั่วคราวที่ทำจากไม้ไผ่และผ้าใบกันน้ำ โดยลูกคนเล็กสุด อันวา ซิดดิก มีอายุเพียง 10 วัน นอนหลับอยู่ในเปล เมื่อเธอได้ยินเสียงดังสนั่น 

พื้นที่ส่วนใหญ่ของเนินเขาพังทลายลงมาในช่วงเวลาอันสั้น เข้าปะทะที่พักพิงและสร้างความเสียหายแก่คานไม้ไผ่ที่รองรับ ดินบางส่วนถูกกวาดมาที่เปลของอันวา ซึ่งถูกไกวด้วยเชือกที่โยงกับหลังคา

“พวกเรากลัวมาก ฉันคิดว่าเราอาจจะต้องตาย” เธอเล่าขณะพักอยู่ในโรงเรียน ซึ่งตอนนี้พักอยู่กับครอบครัวอื่นๆอีก 3 ครอบครัว “ถ้ามันเกิดขึ้นในเวลากลางคืน เราอาจจะออกมาไม่ได้อย่างปลอดภัย” เธอกล่าวขณะอุ้มอันวาไว้ในอ้อมแขน “เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากที่เขามีชีวิตรอด ขอบคุณพระอัลเลาะห์”

ฮาซินาและครอบครัวของเธอเป็นหนึ่งใน 26 ครอบครัวในชัคมากุล ที่ตอนนี้ได้รับการอพยพเนื่องจากแผ่นดินถล่มตั้งแต่ฝนตกหนักเมื่อวันอาทิตย์  ปริมาณน้ำจำนวนกว่า 100 มิลลิเมตรเพิ่มสูงขึ้นในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ขณะที่ความเร็วลม 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงถาโถมมายังที่พักของผู้ลี้ภัย 

“พวกเรากลัวมาก ฉันคิดว่าเราอาจจะต้องตาย”

จากเหตุนี้มีรายงานอุบัติเหตุ 89 เหตุการณ์ รวมถึงแผ่นดินถล่ม 37 ครั้ง โดยมีผู้ลี้ภัยเสียชีวิต 1 คน ในขณะที่คนอื่นๆได้รับบาดเจ็บ ครอบครัวเกือบ 2,500 ครอบครัว หรือราว 11,000 คน ได้รับผลกระทบ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือพื้นที่ที่ฮาซินาและครอบครัวอาศัยอยู่รวมถึงอีก 17 ครอบครัวในบริเวณเดียวกันต้องย้ายออกเพราะแผ่นดินถล่ม

เป็นเวลาหลายเดือนที่ UNHCR และองค์กรพันธมิตรทำงานร่วมกันตลอดเวลาเพื่อสนับสนุน ช่วยเหลือรัฐบาลบังคลาเทศเพื่อลดความเสี่ยง เจ้าหน้าที่ได้สร้างสะพานใหม่ คลองระบายน้ำ ขยายทางเดินและมอบชุดปรับปรุงที่พักพิงให้กว่า 83,000 ครอบครัว เพื่อให้พวกเขามีที่พักที่แข็งแรงขึ้น มากกว่า 30,000ครอบครัว ได้รับชุดปรับปรุงที่พักพิง ประกอบไปด้วย เชือกและหมุดเหล็กเพื่อยึดบ้านของพวกเขาให้ดีขึ้นเมื่อลมแรง โดยจะมีการแจกจ่ายอุปกรณ์เพิ่มเติมในไม่กี่วันที่จะมาถึง

ค่ายผู้ลี้ภัยชัคมากุล เป็นหนึ่งในค่ายเล็กของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา เป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัชาวโรฮิงญาราว 13,000 คน และที่นี่ยังเป็นพื้นที่ที่เสี่ยงที่สุดเนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาและที่ราบต่ำ ทำให้ผู้คนเสี่ยงต่อการเผชิญทั้งน้ำท่วมและแผ่นดินถล่ม สามีของฮาซินา ราฟิก อายุ 29 ปี นำทางผ่านแนวเนินเขาแคบๆที่เต็มไปด้วยโคลน เพื่อเดินกลับมายังที่พักของครอบครัว

ราฟิก กับลูกสาววัย 2 ขวบ ในที่พักพิงของครอบครัวที่ถูกทำลายจากแผ่นดินถล่ม © UNHCR/Caroline Gluck
ราฟิก กับลูกสาววัย 2 ขวบ ในที่พักพิงของครอบครัวที่ถูกทำลายจากแผ่นดินถล่ม © UNHCR/Caroline Gluck

จากฝนที่กัดเซาะ ทำให้ทางเดินและบันไดที่ถูกปรับปรุงถูกน้ำพัดทลายลง ผืนดินบนแนวเขาถล่มลงและห้องน้ำพังลงมาอย่างน่ากลัว ที่พักพิงส่วนที่ยังหลงเหลือของราฟิก มีคานไม้อันใหญ่พังลงมาและพิงอยู่ข้างทาง ขณะที่ไม้ไผ่และผ้าใบด้านข้างที่พักบุบเข้ามา
 

“เราไม่สามารถย้ายกลับมาที่นี่ได้” เขาเล่า “เราต้องย้ายไปที่อื่น ที่ที่ปลอดภัย ผมกลัวว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับเราอีกครั้ง กลัวว่าเนินเขาจะถล่มลงมาทับเรา” 

มีการประเมินว่าผู้ลี้ภัยราว 150,000 ถึง 200,000 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่เปราะบาง เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินถล่มและน้ำท่วม ผู้ลี้ภัย 41,000 คน ถูกประเมินว่าตกอยู่ในความเสี่ยงต่อแผ่นดินถล่ม มากกว่า 14,000 คน ได้รับการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ความท้าทายสำคัญคือการหาพื้นที่ราบเพิ่มเติมในพื้นที่ภูมิประเทศที่เป็นภูเขาของเมืองค็อกซ์บาซาร์

นี่เป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของฤดูมรสุม ซึ่งจะรุนแรงมากที่สุดในช่วงต้นเดือนกันยายน ฝนตกหนักเพียงไม่กี่วันได้สร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมที่เปราะบางของค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองค็อกซ์บาซาร์ ที่พักพิงของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาราว 720,000 คน ที่หนีจากความรุนแรงในประเทศบ้านเกิดเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 

ครอบครัวผู้ลี้ภัยมีความกระวนกระวายใจ แต่ยังพยายามทำทุกอย่างให้ที่พักพิงของพวกเขาแข็งแรงมากขึ้น ชายคนหนึ่งใส่พลาสติกใสไว้ที่ ศีรษะ เป็นหมวกกันฝน เขากำลังนำทรายมาก่อเป็นอิฐไว้ด้านข้างที่พักเพื่อทำให้ที่พักของเขาแข็งแรงขึ้น 

“ที่นี่เป็นบ้านของผม” ชายคนหนึ่งบนถนนพูดขึ้นด้วยภาษาอังกฤษ เขาชี้ไปที่ที่พักพิงหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่บนขอบของผืนดินที่ดูเหมือนจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ น้ำในคลองระบายน้ำด้านล่างไหลแรงมาก “คืนที่แล้วและคืนก่อนหน้านี้ทั้งคืนผมไม่ได้นอนเลย” อิบราฮิม วัย 23 ปี อธิบาย “มีภูเขาอยู่ลูกหนึ่งที่เรากังวลว่าจะมีดินถล่มลงมา เรากลัวว่าพวกเราจะเป็นอันตราย”
 

“เราต้องย้ายที่” เขายืนยัน “เราไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกแล้ว”