Skip to main content

ภาษา

 

แม้จะมีสถิติใหม่ของจำนวนผู้ลี้ภัยที่เพิ่มสูงขึ้นในปี พ.ศ. 2560 UNHCR ระบุว่าปัญหาด้านสาธารณสุขได้รับการพัฒนาในหลายด้าน

จำนวนผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นเป็น 68.5 ล้านคน ในปีที่ผ่านมา คลินิก ปัญหาสุขภาพจิต และการให้คำปรึกษาก่อนการตั้งครรภ์เพิ่มสูงขึ้นขณะที่อัตราผู้เสียชีวิตอายุต่ำกว่า 5 ปียังคงที่

 

เมื่ออามีนา ลูกสาววัย 3 ขวบของนัวร์ จาฮาน ป่วย มีไข้และท้องเสีย นัวร์พาอามีนามาที่ศูนย์พยาบาลในค่ายผู้ลี้ภัยทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบังคลาเทศเพื่อรับการรักษาทันที

“การมีคลินิกอยู่ใกล้ๆที่เราสามารถเข้าถึงได้ทุกเมื่อนั้นช่วยเราได้มาก” นัวร์ กล่าวขณะยืนอยู่หน้าศูนย์บริการของ UNHCR ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
 

ถึงแม้ว่าสถิติจำนวนผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นปีที่ผ่านมาจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 68.5 ล้านคน UNHCR ได้ระบุการพัฒนาด้านต่างๆเกี่ยวกับการบริการด้านสาธารณสุขที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ลี้ภัยจากสงคราม ความขัดแย้งและการประหัตประหารหลายสิบล้านคนทั่วโลกเช่นนัวร์
 

รายงานด้านสาธารณสุขประจำปี พ.ศ.2560 ของ UNHCR พบว่าจำนวนการให้คำปรึกษาผ่านคลินิกเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นทั้งผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กๆในช่วงที่ผ่านมาใน 21 ประเทศเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 10 หรือกว่า 8 ล้านเคส จากปีก่อนหน้านี้

“หากไม่มีการบริการนี้ เราอาจต้องทุกข์ทรมานอย่างมาก”

หนึ่งในผลกระทบด้านสุขอนามัยที่สำคัญในวิกฤตการณ์ฉุกเฉินเช่นวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยโรฮิงญาในประเทศบังคลาเทศคืออัตราการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี แม้ว่าจะมีวิกฤตการณ์ฉุกเฉินและโรคระบาดเกิดขึ้น แต่อัตราการเสียชีวิตยังคงที่ที่ 0.4 ต่อ 1,000 ทุกเดือน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มจากการสังเกตุการณ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554

“หากไม่มีการบริการนี้ เราอาจต้องทุกข์ทรมานอย่างมาก” นัวร์ กล่าว ขณะที่กำลังรออยู่ที่คลินิกสุขภาพ ที่มีอยู่ทั่วพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบังคลาเทศ ซึ่งตอนนี้เป็นบ้านของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาเกือบ 1 ล้านคน ที่หนีความรุนแรงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน 

 

รายงานระบุว่าสาเหตุหลักของการเสียชิวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มากจากโรคท้องร่วง อามีนาได้รับการรักษาอาการท้องเสียอย่างเหมาะสมและเดินทางกลับที่พักในค่ายผู้ลี้ภัยแล้ว นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างของการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

ช่วงปีที่ผ่านมา UNHCR และองค์กรพันธมิตรประสบความสำเร็จในการจัดการโรคระบาดหลายโรคที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมไปถึงอหิวาตกโรค ในประเทศเคนยา ยูกันดาและซูดาน โรคมาลาเรียในประเทศยูกันดา โรคหัดในประเทศแองโกลาและบังคลาเทศ

โรคระบาดที่ได้รับการรักษายังรวมถึงโรคคอตีบ ในพื้นที่ค่ายผู้ลี้ภัยที่มีประชากรผู้ลี้ภัยหนาแน่นทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบังคลาเทศ ที่ซึ่งผู้ลี้ภัยอยู่รวมกันอย่างแออัดในที่พักที่ทำด้วยไม้ไผ่ รวมถึงโรคไทฟอยด์ในประเทศรวันดา และโรคฝีดาษในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

จากการศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพจิตพบว่าการถูกประหัตประหารจากประเทศบ้านเกิดด้วยความรุนแรงส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ระดับ “ปกติ”  แม้ว่าส่วนน้อยจะได้รับผลกระทบต่อจิตใจในระดับปานกลาง

 

รายงานภาพรวมทั่วโลกยังพบว่า ผลจากการพัฒนาการและเพิ่มปริมาณการบริการในการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตในคลินิก มีการให้คำปรึกษาด้านจิตใจเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าในปี พ.ศ.2560 เมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 UNHCR ทำงานร่วมกับองค์กร the War Trauma Foundation จัดอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลด้านสุขภาพจิตในหลายประเทศเช่น แอลจีเรีย บังคลาเทศ แคเมอรูน สาธารณรัฐชาด สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เอธิโอเปีย เคนยา แทนซาเนียและยูกันดา

การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตส่วนมากเกี่ยวข้องกับโรคลมบ้าหมูและอาการชักถึงร้อยละ 46 และเกี่ยวข้องกับความผิดปกติด้านจิตใจเช่น โรคทางจิตเวชและไบโพลาร์ โดยโรคเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่พบเห็นได้ทั่วไปเช่นความเครียด ความกังวล ภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) และอาการป่วยทางจิตด้านอื่นๆอยู่ในระดับต่ำราวร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับการคาดการณ์ที่หลากหลายในสภาพแวดล้อมที่ผู้ลี้ภัยต้องเผชิญ

  • ผู้ป่วยผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากำลังรอให้พยาบาลมาดูการอยู่ที่คลินิกที่สนับสนุนโดย UNHCR ที่ค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ © UNHCR/Adam Dean

  • ผู้ลี้ภัยชาวคองโกที่ห้องผู้ป่วยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลในค่ายผู้ลี้ภัย Nyarugusu ในประเทศแทนซาเนีย © UNHCR/Georgina Goodwin

  • โรเซีย ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา อายุ 18 เดือน กำลังทรมานจากโรคหัดได้รับการรักษาในโรงพยาบาล Red Crescent Field ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ © UNHCR/Andrew McConnell

  • UNHCR มอบอุปกรณ์เก็บน้ำสะอาดและชุดสุขอนามัยแก่ครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองและชัคมากุล ประเทศบังคลาเทศ © UNHCR/Roger Arnold

  • โมนา มุซซา อายุ 26 ปี และอาฟัฟ โมฮัมหมัด อาลี วัย 9 เดือน เป็นหนึ่งในสมาชิกของชุมชนท้องถิ่นชาวซูดานที่มีที่พักพิงใกล้กับค่ายผู้ลี้ภัย Al-Nimir อาฟัฟ ป่วยจากการขาดสารอาหารอย่างรุนแรงและได้รับการรักษาจากคุณหมอประจำค่าย © UNHCR/Petterik Wiggers

 

ไอยา เด็กผู้ลี้ภัยชาวซีเรียวัย 6 ขวบ และอิซซามอายุ 5 ขวบ ร่วมกลุ่มบำบัดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่ออกแบบเพื่อเด็กที่ได้รับการกระทบการะเทือนจิตใจรุนแรงจากสงครามที่ Restart Centre ในเมืองเบรุต  © UNHCR/Sam Tarling
ไอยา เด็กผู้ลี้ภัยชาวซีเรียวัย 6 ขวบ และอิซซามอายุ 5 ขวบ ร่วมกลุ่มบำบัดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่ออกแบบเพื่อเด็กที่ได้รับการกระทบการะเทือนจิตใจรุนแรงจากสงครามที่ Restart Centre ในเมืองเบรุต © UNHCR/Sam Tarling

 

ตลอดทั้งปี UNHCR ได้รับรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอัตราฉีดวัคซีนโรคหัดในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปี พ.ศ. 2559 โดยรวมเด็กๆ มากกว่า 160,000 คน ในกลุ่มวัยนี้ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดตามโปรแกรม

ในปี พ.ศ.2560 หญิงตั้งครรภ์มากกว่า 500,000 คน รับการดูแลก่อนคลอดที่จุดสังเกตุการณ์ 135 แห่ง ในฐานปฏิบัติการ 21 แห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากปี พ.ศ.2559 โดย 9 ใน 10 ของการทำคลอดปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขที่ได้รับการอบรม ซึ่งเพิ่มจากปี พ.ศ.2559 ถึงร้อยละ 25  

การเพิ่มสูงขึ้นของผู้ป่วยโรคโลหิตจาง และปัญหาโภชนาการ การหยุดเจริญเติบโตและภาวะขาดสารอาหารที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกยังเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ท่ามกลางการลดลงของสัดส่วนอาหารของผู้ลี้ภัย  ความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานในหลายพื้นที่ปฏิบัติการ โดยรวมร้อยละ 62 จากการสำรวจค่ายผู้ลี้ภัยพบว่าภาวะการขาดสารอาหารรุนแรงอยู่ในระดับมาตรฐานสากล ซึ่งพัฒนาขึ้นเล็กน้อยจากปี พ.ศ.2559 

การเข้าถึงการรักษาของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (HIV) ยังคงที่ โดยมีจำนวนผู้ร่วมการรักษา 10,000 เคส

การเข้าถึงน้ำสะอาดและสุขาภิบาลเป็นสิ่งสำคัญต่อการปกป้องระบบสาธารณสุข UNHCR ทำงานเพื่อรักษาค่าเฉลี่ยของน้ำสะอาดที่มอบให้บุคคลในความห่วงใยทั่วโลกอยู่ที่ 21 ลิตร ต่อคน ต่อวัน โดยตัวเลขค่าเฉลี่ยของจำนวนผู้ใช้ห้องน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 22 คนต่อห้องน้ำ 1 ห้อง 

นี่เป็นตัวเลขที่มากกว่าตัวเลขขั้นต่ำของมาตรฐานระบบสุขาภิบาล แต่อย่างไรก็ตาม UNHCR ไม่สามารถรักษาระดับให้อยู่ในมาตรฐานเสมอไปโดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือในสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ

ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการทำงาน ส่งเสริมการรักษาและสาธารณสุขแก่เด็กๆและครอบครัวผู้ลี้ภัยจากสงครามทั่วโลก