Skip to main content

ภาษา

 

ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติเรียกร้องนานาชาติให้เพิ่มขีดความช่วยเหลือให้กับโซมาเลีย

ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ นาย อันโตนิโอ กุเตอเรส และ นางสาว กันนิลล่า คาลลสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศของประเทศสวีเดน พูดคุยกับผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียที่ ดอลโล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโซมาเลีย

 

ดอลโล โซมาเลีย 30 สิงหาคม ยูเอ็นเอชซีอาร์ - ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ นาย อันโตนิโอ กุเตอเรส เดินทางไปที่โซมาเลีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาโดยเรียกร้องให้เพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้กับคนอีกหลายแสนคนที่ต้องลี้ภัยในประเทศตนเอง

ยูเอ็นเอชซีอาร์กำลังให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลียกว่า 850,000 คนที่อพยพจากโซมาเลียมายังประเทศเพื่อนบ้าน โดยอย่างน้อยผู้คนจำนวน 1,500 คนอพยพเพิ่มขึ้นทุกวัน "เราไม่ควรที่จะคาดหวังว่าให้คนอพยพออกจากโซมาเลียให้หมด แต่เราควรจะให้ความช่วยเหลือทุกวิถีทางที่จะให้เขามีชีวิตอยู่ได้ในประเทศของเขาเอง" นาย กุเตอเรส กล่าว

ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติกล่าวเรียกร้องในขณะที่เดินทางเยี่ยมผู้ลี้ภัยที่ เมืองดอลโล เมืองแห้งแล้งทางตอนใต้ของชายแดนโซมาเลียกับเอธิโอเปีย ผู้คนหลายแสนคนได้หนีความแห้งแล้งและความรุนแรงจากโซมาเลียมาที่นี่และบางส่วนอพยพเข้าไปที่ประเทศเอธิโอเปียแล้ว

นาย กุเตอเรสพร้อมด้วยนางสาว กันนิลล่า คาลลสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศของประเทศสวีเดน เยี่ยมพื้นที่เมืองดอลโล เพื่อแสดงน้ำใจต่อผู้ลี้ภัยที่อยู่ในช่วงที่ทรมานที่สุดเนื่องจากเป็นช่วงรอมฎอน และร่วมเฉลิมฉลองในช่วงวันอีดุลฟิฏริซึ่งเป็นวันสิ้นเดือนรอมฎอน

การเข้าเยี่ยมครั้งนี้โดยผู้แทนจากยูเอ็นเอชซีอาร์และหน่วยงานพันธมิตรเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญของการเริ่มเข้าช่วยเหลือชาวโซมาเลียที่อยู่ในประเทศโซมาเลีย ที่ๆมีคนเป็นแสนๆคนต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้รับอนุญาติให้เข้าเยี่ยมได้ในบางพื้นที่เนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงสูง

นาย กุเตอเรส ได้มีโอกาสคุยผู้พลัดถิ่นหลายคนในเมืองดอลโล พวกเขาได้รับความทุกข์ทรมานจากการสูญเสีย ความหิวโหย จากการต่อสู้กับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นทะเลทรายอันแห้งแล้งอย่างรุนแรงนี้ นาย กุเตอเรสกล่าวว่า มันคงเป็นการดีกว่ามากถ้าความช่วยเหลือจากนานาชาติส่งเข้ามาถึงคนที่อยู่ในประเทศ ดีกว่าที่จะให้พวกเขาไปเสี่ยงชีวิตเพื่อหา น้ำ อาหาร ที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและความช่วยเหลือที่จำเป็นในที่ซึ่งห่างไกลออกไป

"ผมมุ่งมั่นต่อสู้ตลอดมาเพื่อจะแน่ใจว่าชาวโซมาเลียสามารถใช้สิทธิเพื่อขอลี้ภัยและลี้ภัยอย่างปลอดภัยในอีกประเทศหนึ่งได้" นาย กุเตอเรส ยังกล่าวอีกว่า "ชาวโซมาเลียก็ควรมีสิทธิที่จะอาศัยอยู่ในประเทศตนเองอย่างปลอดภัยได้เหมือนกัน" นาย กุเตอเรส ขอให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง เคารพกฎหมายมนุษยธรรม และอนุญาตให้มีการเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ซึ่งได้รับผลกระทบได้

นางสาว คาลลสัน เสริมว่า เป็นสิ่งสำคัญมากที่นานาชาติต้องร่วมมือกันช่วยเหลือไม่ใช่เฉพาะเวลาที่ฉุกเฉินเท่านั้นแต่ต้องเข้าแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

ค่ายดอลโลถูกสร้างขึ้นชั่วคราวจากเศษไม้และผ้าเก่าๆเพื่อรองรับการลี้ภัยครั้งนี้ หลายคนบอกว่าจะอยู่รอฤดูฝนหรือจนกว่าสงครามระหว่างรัฐบาลกับกองกำลัง อัล ชาบาบ จะสงบ

นาง ฮาดู ซูโกว ผู้ลี้ภัยคนหนึ่ง กล่าวกับคณะผู้แทนว่าเธอได้สูญเสียลูกๆ 4 คนจากความอดอยากและการขาดน้ำเป็นเวลา 15 วันที่ระหว่างที่เธอเดินทางจากบ้านมาที่ดอลโล "ฉันจะกลับบ้านเมื่อมีฝนตก" เธอย้ำ ประเทศโซมาเลียต้องผจญอยู่ในความแห้งแล้งหนักที่สุดในรอบ 60ปี

ดอลโลเป็นทางผ่านที่สำคัญสำหรับชาวโซมาเลียที่จะอพยพไปค่าย 4 ค่ายในเขตดอลโล อโด ประเทศเอธิโอเปีย ที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ดูแล โดยที่ระยะเวลาด้วยการเดินเท้าข้ามพรมแดนคือ 2 ชั่วโมง 30 นาที แต่มีคนจำนวนมากโดยเฉพาะชาวนาไม่อยากที่จะอพยพออกจากโซมาเลีย พวกเขาเลือกที่จะรอกลับบ้านหากมีฝนตกตามที่พยากรณ์ในเดือนตุลาคม

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติยังคงให้ความช่วยเหลือทางอ้อมต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่ที่กองกำลัง อัล ชาบาบควบคุมในประเทศโซมาเลีย ผ่านทางพันธมิตรที่เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนซึ่งมีพนักงานชาวโซมาเลียหลายร้อยคนช่วยกระจายความช่วยเหลือจากนานาชาติ

ยูเอ็นเอชซีอาร์เพิ่มความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในการแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับผู้ลี้ภัยให้ได้อย่างน้อย  400,000 คน ภายในกลางเดือนกันยายน ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้เพิ่มกำลังคนเข้าพื้นที่ที่เมืองดอลโลและดอบลี้ และ พื้นที่ที่ใกล้กับเขตชายแดน รวมถึงเมืองมากาดิชุ เมืองหลวงของโซมาเลีย

"ภาวะความอดอยากครั้งนี้ควรจะเป็นจุดเปลี่ยนที่เราจะสามารถเข้าช่วยเหลือชาวโซมาเลียได้อย่างจริงจัง เพื่อที่พวกเขาจะไม่ต้องรู้สึกว่าต้องอพยพออกนอกประเทศอีก" นายบรูโน เกดโด ตัวแทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติที่ประเทศโซมาเลีย กล่าว "โซมาเลียกำลังเริ่มเปิดให้มีการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมเพิ่มขึ้นและทางเราก็กำลังเพิ่มขีดความช่วยเหลือขึ้นตามลำดับ"

โดย เมลิสสา เฟลมมิ่ง ใน เมืองดอลโล ประเทศโซมาเลีย