Skip to main content

ภาษา

 

ผู้ลี้ภัย ชาวซีเรียทะลุ 2 ล้านและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ชาวซีเรียหลายพันคนท่วมท้นชายแดนประเทศอิรักเพื่อหาที่พักพิงที่ปลอดภัย

 

เจนีวา 3 ก.ย. (ยูเอ็นเอชซีอาร์) – จำนวนชาวซีเรียที่ถูกบังคับให้หาที่พักพิงในต่างประเทศตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในเดือนมี.ค.ปี 2554 เกิน 2 ล้านคนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยไม่มีสัญญาณบ่งชี้ที่จะลดลงเลย

“สงครามเข้าสู่ปีที่ 3 แล้วและซีเรียเปรียบเสมือนผู้หญิง เด็ก และผู้ชายที่เสียเลือดและต้องข้ามชายแดนโดยมีเพียงเสื้อผ้าอยู่บนหลัง” หน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติแถลงเมื่อเร็วๆนี้

“แนวโน้มเป็นไปด้วยความน่าตกใจ โดยจะเห็นได้ถึงจำนวนที่เพิ่มขึ้นเกือบ 1.8 ล้านคนใน 12 เดือน” ยูเอ็นเอชซีอาร์ กล่าว วันนี้เมื่อ 1 ปีที่แล้ว จำนวนชาวซีเรียที่ลงทะเบียนในฐานะผู้ลี้ภัย หรือรอสถานะอยู่ที่  230,670คนเท่านั้น

ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ นายอันโตนิโอ กุเตอเรสกล่าวว่าซีเรียได้กลายเป็น “ความหายนะทางมนุษยธรรมที่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาณและการพลัดถิ่นในขอบเขตที่ไม่เคยปรากฎในประวัติศาสตร์” เขาเสริมว่า “ความโล่งใจเพียงอย่างเดียวคือความเอื้ออาทรที่ประเทศเพื่อนบ้านมอบให้ในการต้อนรับและช่วยชีวิตผู้ลี้ภัยจำนวนมาก”

กว่าร้อยละ 97 ของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียพักพิงในประเทศที่มีชายแดนติดกัน สร้างความท้าทายด้านโครงสร้างขนาดใหญ่ เศรษฐกิจ และสังคม ประเทศเหล่านี้ ต้องการการสนับสนุนในระดับนานาชาติเพื่อรองรับวิกฤติการณ์ครั้งนี้

ผู้แทนพิเศษของยูเอ็นเอชซีอาร์ แองเจลิน่า โจลี ได้แสดงความกังวลใจต่อระดับความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และความอันตรายที่ทำให้ชาวซีเรียต้องวิ่งหนีเพื่อรักษาชีวิต

“โลกของเรามีความเสี่ยงต่อความหายนะทางมนุษยธรรมในซีเรียครั้งนี้ กระแสของความทุกข์ทรมาณของมนุษย์ที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในครั้งนี้ถือเป็นความหายนะอย่างใหญ่หลวง ถ้าสถานการณ์ถดถอยในลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ จำนวนผู้ลี้ภัยมีแต่จะเพิ่มขึ้น และประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศอาจถึงขั้นพังทลายเลยทีเดียว” เธอกล่าว

โจลี่ เสริมว่าโลกนี้ “ไม่สอดคล้องกันอย่างน่าสลดใจ” ต่อแนวทางในการช่วยให้ความขัดแย้งในซีเรียจบลง “แต่ไม่ควรมีใครไม่เห็นด้วยกับความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกำจัดความทุกข์ทรมาณของมนุษย์ และไม่มีข้อสงสัยว่าเป็นความรับผิดชอบของทั้งโลกที่จะต้องทำอะไรมากขึ้น เราต้องให้ความช่วยเหลือผู้คนบริสุทธิ์หลายล้านคนที่บ้านถูกฉีกทิ้งเป็นชิ้นๆ และร่วมช่วยประเทศเพื่อนบ้านในการให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่หลั่งไหลเข้ามา”

โดยเฉลี่ยชาวซีเรีย 5,000คนต้องหนีเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านในแต่ละวัน ความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และด้านการพัฒนาสู่ประเทศที่รองรับผู้ลี้ภัยเข้าสู่ภาวะวิกฤติ

ท่ามกลางความกดดันที่เกิดจากการหลั่งไหลของผู้ลี้ภัยเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจนั้น รัฐมนตรีจากอิรัก จอร์แดน เลบานอน และตุรกีจะประชุมร่วมกับยูเอ็นเอชซีอาร์ที่กรุงเจนีวาในวันพุธนี้เพื่อร่วมกันเร่งขอความช่วยเหลือจากประชาคมโลก

ผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย 2 ล้านคนประกอบไปด้วยผู้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ลี้ภัย หรือผู้ที่รอการลงทะเบียน โดยในปลายเดือนส.ค. จำนวน 110,000อาศัยในอียิปต์  168,000 ในอิรัก 515,000ในจอร์แดน 716,000ในเลบานอน และ 460,000ในตุรกี

ร้อยละ 52 ของประชากรผู้ลี้ภัยเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี ยูเอ็นเอชซีอาร์ประกาศเพียงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่าจำนวนผู้ลี้ภัยเด็กเกิน 1 ล้านคนแล้ว

ยังมีผู้คนอีกกว่า 4.25 ล้านคนพลัดถิ่นในประเทศซีเรีย จากข้อมูลของสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ หากนำสถิติมารวมกันก็จะสูงถึง 6 ล้านคน ที่เป็นชาวซีเรียซึ่งถูกบังคับให้พลัดถิ่นซึ่งสูงกว่าประเทศใดๆในโลก

ยูเอ็นเอชซีอาร์ทำงานในซีเรีย และเป็นผู้นำในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยในประเทศใกล้เคียง หน่วยงานด้านมนุษยธรรมกำลังมีงบประมาณไม่เพียงพอโดยได้รับงบประมาณเพียงร้อยละ 47 เพื่อมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัยเท่านั้น