Skip to main content

ภาษา

 

UNHCR ร้องขอรัฐบาลดำเนินการกู้ภัยในเขตทะเลลึก

เรือประมงมุ่งหน้าสู่อ่าวเบงกอล UNHCR แสดงความหวั่นวิตกว่าผู้คนนับพันถูกทิ้งบนเรือของผู้ลักลอบขนคนเข้าเมืองและต้องการความช่วยเหลือด่วน

 

เจนีวา 12 พฤษภาคม (UNHCR) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาหน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติขอความร่วมมือรัฐบาลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อยื่นมือช่วยเหลือในการออกตามหาและกู้ภัย รวมถึงการเปิดชายแดน หลังจากผู้คนหลายพันคนต้องเสี่ยงชีวิตกับผู้ลักลอบขนคนเข้าเมืองในทะเลอันดามันและช่องแคบมะละกา

“หน่วยงานพันธมิตร เอ็นจีโอประจำประเทศไทย และโครงการอาระกันประเมินว่าผู้คนประมาณ 2-3 พันคนซึ่งคาดว่าส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮิงญาและชาวบังกลาเทศนั้นถูกปล่อยทิ้งไว้ในเรือของผู้ลักลอบขนคนเข้าเมือง เนื่องจากกลัวการถูกจับกุมตัวหลังจากประเทศไทยและมาเลเซียได้ดำเนินการทางกฎหมายในเรื่องนี้อย่างเข้มงวด” เอเดรียน เอ็ดเวิร์ดส์ โฆษก UNHCR กล่าว

“UNHCR ได้ทราบถึงการช่วยเหลือผู้คนนับร้อยที่ชายฝั่งอินโดนีเซียและมาเลเซียเมื่อเร็วๆนี้ และจากแหล่งข่าวหลายแห่งได้แจ้งเตือนว่าน่าจะมีเรืออีกจำนวนหลายลำที่ตกค้างกลางทะเลในภูมิภาคที่ต้องออกตามหาและยังรอความช่วยเหลือ  UNHCR ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการกู้ภัยเพื่อเสาะหาและช่วยผู้โดยสารให้ขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัยต่อไป เนื่องจากคาดว่าผู้โดยสารอยู่ในสภาพอ่อนล้าเนื่องจากขาดอาหารและน้ำ”  เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว

เจ้าหน้าที่ UNHCR ร่วมกับทางรัฐบาลได้ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยกับผู้รอดชีวิต ในประเทศไทยมีเหยื่อจากการลักลอบขนคนเข้าเมืองแล้วกว่า 230 คนที่ได้เข้ามอบตัวกับทางตำรวจเมื่อเร็วๆนี้หลังจากถูกทิ้งที่ค่ายลักลอบขนคนเข้าเมืองหรือหลบหนีมาได้ ทีมงาน UNHCR ได้ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์และให้คำปรึกษากับผู้รอดชีวิต

ในประเทศอินโดนีเซีย UNHCR ได้ส่งทีมงานไปที่โลห์กสุกนทางตอนเหนือของเขตอาเจะห์เพื่อร่วมมือกับทางรัฐบาลในการสัมภาษณ์กลุ่มคนที่ถูกช่วยชีวิตโดยกองทัพเรืออินโดนีเซียเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อมอบความคุ้มครอง

ในประเทศมาเลเซีย หน่วยงานท้องที่กล่าวว่าผู้คนจำนวน 1,093 คนซึ่งคาดว่าส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮิงญานั้นได้เดินทางมาถึงเกาะลังกาวีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ UNHCR ได้อยู่บนเกาะลังกาวีเพื่อเข้าพบกับหน่วยงานท้องที่ “เราทราบดีถึงความท้าทายในการจัดการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่เร่งด่วนเช่นนี้ และเราได้ทำงานร่วมกับทางรัฐบาลเพื่อมอบความช่วยเหลือ” เอ็ดเวิร์ดส์ กล่าว

เนื่องจากผู้รอดชีวิตมีทั้งผู้ขอลี้ภัยและผู้อพยพ สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมก่อนเป็นอันดับแรกตามมาด้วยการระบุตัวตนเพื่อมอบความคุ้มครองระหว่างประเทศถัดไป

UNHCR เร่งให้มีการยกเลิกการกักกันตัวผู้รอดชีวิตอย่างไม่จำกัดเวลา และเห็นว่าพวกเขาควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานรวมถึงการช่วยคืนครอบครัวที่ถูกพรากจากกัน การให้ที่พักพิงชั่วคราว การดูแลสุขภาพ และหากเป็นไปได้ควรจะได้รับสิทธิในการทำงาน ในขณะรอแผนการแก้ไขระยะยาวหน่วยงานผู้ลี้ภัยพร้อมจะช่วยหาสาเหตุต้นตอของการอพยพ รวมถึงแนวทางการแก้ปัญหาของสิทธิพลเมืองของชาวโรฮิงญาที่มีมาช้านาน