Skip to main content

ภาษา

 

UNHCR เรียกร้องให้มีการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาเหตุการณ์ “พบหลุมฝังศพชาวโรฮิงญา” ในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ UNHCR มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์เร่งด่วน เช่นชุดสุขอนามัย เสื้อผ้า และผ้าห่มให้กับชาวโรฮิงญา

 

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่ได้มีการค้นพบศพจำนวนมากในค่ายของกลุ่มลักลอบขนคนเข้าเมืองที่ภาคใต้ของประเทศไทยในสัปดาห์นี้ UNHCR เรียกร้องให้ประเทศในภูมิภาคร่วมมือสร้างมาตรการต่อต้านการลักลอบขนคนเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ ในขณะเดียวกัน UNHCR มอบความคุ้มครองให้กับเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย

เมื่อเร็วๆนี้ หน่วยงานของไทยได้แถลงถึงเหตุการณ์การพบศพประมาณ 30 ศพที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนที่มีต้นกำเนิดจากประเทศพม่า และบังกลาเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ สืบสวน ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นจากตำรวจแจ้งว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากความเจ็บป่วยและการถูกทำร้าย

“มันเป็นเรื่องน่าสลดใจที่ได้รับรู้ว่าผู้คนที่ต้องหลบหนีความยากลำบากจากประเทศของตัวเอง เอาชีวิตมาฝากไว้ในมือของผู้ลักลอบขนคนเข้าเมืองอันเหี้ยมโหด และต้องเสียชีวิตแทนที่จะได้รับความปลอดภัย” เจมส์ ลินซ์ ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัย   แห่งสหประชาชาติระดับภูมิภาคประจำประเทศไทย และผู้ประสานงานสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

นี่เป็นครั้งแรกของการพบหลุมฝังศพที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่อยู่ในความห่วงใยของ UNHCR ในปีที่แล้ว UNHCR ทราบจากชาวโรฮิงญานับร้อยคนที่รอดชีวิตจากการถูกละเมิดอย่างรุนแรง และการถูกทอดทิ้งโดยผู้ลักลอบขนคนเข้าเมืองทางทะเลในอ่าวเบงกอล และในค่ายตามชายแดนไทย-มาเลเซีย บางคนเล่าว่าเคยเห็นคน
เสียชีวิตจากการถูกเฆี่ยนตี และขาดอาหาร ข้อมูลนี้ได้รายงานไปยังรัฐบาลในประเทศต่างๆเพื่อหามาตรการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนแล้ว

ในประเทศไทย UNHCR ได้ให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลบุคคลที่อยู่ในความห่วงใยซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
เราให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากการเข้าตรวจค้นค่ายของกลุ่มลักลอบขนคนเข้าเมือง โดย
มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์เร่งด่วน เช่นชุดสุขอนามัย เสื้อผ้า และผ้าห่ม นอกจากนี้เรายังทำการสัมภาษณ์ ช่วยค้นหาญาติพี่น้องที่พลัดพรากระหว่างเดินทางให้ได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง ให้คำปรึกษาด้านต่างๆ และดำเนินการเพื่อสร้างโอกาสในการตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่ 3 สำหรับผู้ที่มีความเปราะบางมากที่สุด

ในประเทศมาเลเซีย UNHCR ให้ความคุ้มครองต่อชุมชนชาวโรฮิงญา ผ่านการตรวจเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอ และได้เข้าช่วยผู้อพยพทางเรือให้ได้รับการปล่อยตัวจากศูนย์กักกัน นอกจากนี้ UNHCR ยังให้การสนับสนุนโครงการฝึกอาชีพ การพัฒนาชุมชน กิจกรรมเสริมสร้างทักษะ และโครงการการศึกษาให้กับชุมชนผู้ลี้ภัย

“การลักลอบขนคนเข้าเมืองเป็นปัญหาระดับภูมิภาคที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศต่างๆในภูมิภาค ครอบคลุมถึงประเทศที่เป็นแหล่งที่มา ประเทศทางผ่าน และประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทาง” นายลินซ์ กล่าว “มาตรการบังคับใช้กฎหมายต้องใช้ควบคู่กับความพยายามในการลดความต้องการในการอพยพและลี้ภัยของชนกลุ่มนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม รวมถึงการระบุต้นตอของปัญหาที่ทำให้ผู้คนกลุ่มนี้ต้องตัดสินใจเสี่ยงชีวิตของตัวเองกับการเดินทางที่เสียงอันตรายเช่นนี้” 

ในรัฐยะไข่ ประเทศพม่าซึ่งเป็นแหล่งที่มาของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการลักลอบขนคนเข้าเมือง UNHCR ได้รณรงค์มาอย่างยาวนาน และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยตระหนักถึงสิทธิของทุกฝ่าย การปรองดอง ความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจและสังคม และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเป็นพลเมือง

เจ้าหน้าที่ UNHCR มอบรองเท้าให้กับเด็กๆชาวโรฮิงญา  ©UNHCR
เจ้าหน้าที่ UNHCR มอบรองเท้าให้กับเด็กๆชาวโรฮิงญา ©UNHCR
เจ้าหน้าที่ UNHCR มอบอุปกรณ์ทางการศึกษาให้กับเด็กๆชาวโรฮิงญา ©UNHCR
เจ้าหน้าที่ UNHCR มอบอุปกรณ์ทางการศึกษาให้กับเด็กๆชาวโรฮิงญา ©UNHCR