Skip to main content

ภาษา

 

ผู้แทนฯพิเศษ UNHCR เรียกร้องสภาวะความเป็นผู้นำเพื่อแก้วิกฤติซีเรีย

แองเจลีน่า โจลี่ พิตต์ ผู้แทนฯพิเศษ UNHCR พูดคุยกับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ประเทศเลบานอน

 

หุบเขาบีกา ประเทศเลบานอน 15 มีนาคม (UNHCR)ผู้แทนฯพิเศษ UNHCRแองเจลีนา โจลี พิตต์ ขอความร่วมมือจากรัฐบาลทั่วโลกในการแสดงความเป็นผู้นำเพื่อแก้ไขวิกฤติการณ์ซีเรียและวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยทั่วโลก ระหว่างการเดินทางเยี่ยมผู้ลี้ภัยที่หุบเขาบีกา ประเทศเลบานอนเนื่องในวันครบรอบ 5 ปีเหตุการณ์ความขัดแย้งซีเรีย

เหตุการณ์ความขัดแย้ง 5 ปีถือเป็นวิกฤติการณ์ทางมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในประวัติการณ์ซึ่งทำให้ชาวซีเรียกว่า 4.8 ล้านคนต้องถูกบังคับให้ลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และอีกกว่า 6.6 ล้านคนที่ต้องพลัดถิ่นในประเทศตนเอง

 “ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 5 ปีสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศซีเรีย เป็นวันที่ดิฉันเคยหวังว่าวันนี้ฉันจะได้อยู่ที่ซีเรียทำงานร่วมกับ UNHCRในการช่วยเหลือผู้ที่ได้เดินทางกลับ ได้เห็นครอบครัวที่ฉันรู้จักได้เดินทางกลับบ้านของตนเอง แต่มันเป็นเรื่องน่าเศร้า และน่าละอายที่สถานการณ์ตอนนี้ยังห่างไกลจากจุดนั้นมาก”

แองเจลีน่าได้ขอความร่วมมือจากรัฐบาลในการหาทางออกทางการทูตเพื่อรับมือกับวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ และเพื่อหาแนวทางความช่วยเหลือจากรัฐบาลต่างๆเพิ่มเติมในการมอบความปลอดภัยให้กับกลุ่มคนที่ต้องหนีเอาชีวิตรอดจากการถูกประหัตประหาร และสงคราม

“เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างมาก ผลกระทบจากวิกฤติผู้ลี้ภัยนั้นมากเกินกว่าความสามารถที่พวกเราจะรองรับไหว หรือแม้กระทั่งมากกว่าความกล้าหาญของพวกเราที่จะรับมือกับมัน” ผู้แทนฯพิเศษ UNHCR ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า “เราไม่สามารถที่จะแก้ไขสถานการณ์ต่างๆผ่านการมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ในพื้นที่ๆเราสามารถหาทางออกด้วยการเจรจาทางการทูต และการแก้ปัญหาทางการเมือง” และ”นี่ไม่ใช่เวลาของการแสดงออกทางความรู้สึก แต่คือช่วงเวลาของการใช้เหตุและผล และการใช้ความคิด และการมองการณ์ไกล”

“ความเป็นผู้นำคือการทำมากกว่าการปกป้องชายแดนตนเอง หรือเพียงให้ความช่วยเหลือในการบรรเทาทุกข์” ผู้แทนฯพิเศษ กล่าว “คำขอร้องของฉันในวันนี้คือการร้องขอให้รัฐบาลทั่วโลกแสดงความเป็นผู้นำ ในการที่จะวิเคราะห์สถานการณ์ และเข้าใจแน่ชัดว่าประเทศของตนสามารถทำอะไรได้ สามารถช่วยเหลือผู้ลี้ภัยได้จำนวนเท่าใดและอย่างไร”

โดยในครั้งนี้ แองเจลีน่า ผู้แทนฯพิเศษUNHCRได้พบกับครอบครัวผู้ลี้ภัยที่เต็นท์พักพิงชั่วคราวในหุบเขาบีกา เธอได้กล่าวชื่นชมถึงกำลังใจและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของผู้ลี้ภัย แต่เตือนว่าสถานการณ์ของวิกฤติการณ์หลายปีที่ผ่านมานั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างหนัก

“ฉันได้เห็นความยากลำบาก ความพยายามที่จะต่อสู้ในการมีชีวิตรอดของครอบครัวชาวซีเรียหลายครอบครัว หลังจากที่ต้องหนีออกจากบ้านของตนเอง ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเงินเก็บทั้งหมดของพวกเขาได้ถูกใช้ไปเกือบหมด หลายคนที่ในตอนแรกได้ออกมาเช่าอพาร์ทเมนต์อาศัย ตอนนี้จำเป็นต้องออกมาอาศัยในห้างสรรพสินค้าที่รกร้าง หรือเต็นท์พักพิงชั่วคราว และต้องแบกรับภาระหนี้สินท่วมตัว” ผู้แทนฯพิเศษUNHCRกล่าว

ในจำนวนผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่อาศัยอยู่ในประเทศเลบานอนกว่า 1.06 ล้านคนนั้น ประมาณครึ่งหนึ่งมีสภาพความเป็นอยู่ต่ำกว่าระดับความยากจน ไม่สามารถที่จะซื้อสิ่งของที่จำเป็นพื้นฐานเช่น อาหารหรือที่พักพิงได้

หลายปีของการรองรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียหลายล้านคน ประเทศเลบานอนได้ใช้ทรัพยากรไปเป็นจำนวนมาก โดยประชากรผู้ลี้ภัยชาวซีเรียนั้นคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของประชากรชาวเลบานอนทั้งหมด

“ประเทศเลบานอนได้แสดงน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ต่อผู้ลี้ภัยชาวซีเรียกว่าล้านคน แต่ระยะเวลา และความรุนแรงของวิกฤติการณ์นี้ได้ใช้ทรัพยากรของเลบานอนจนถึงขีดสุด จึงถึงเวลาแล้วที่ประเทศอื่นๆจะยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือประเทศที่รองรับผู้ลี้ภัยเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” มิเรย์ จิราร์ ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ประจำประเทศเลบานอน กล่าว

เรื่องโดย ชาร์ลี ดันมอร์