Skip to main content

ภาษา

 

เทศกาลภาพยนตร์ผู้ลี้ภัยครั้งที่ 6 ปีพ.ศ 2559

 

อีกครั้งสำหรับเรื่องราวของผู้ลี้ภัยที่ถูกถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์ม

กลับมาอีกครั้งสำหรับเทศกาลหนังผู้ลี้ภัยกรุงเทพ หรือ The 6th Refugee Film Festival Bangkok 2016 ซึ่ง UNHCR ประเทศไทยได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลกซึ่งตรงกับวันที่ 20 มิ.ย.ของทุกปี อีกทั้งเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและและกลุ่มคนในความห่วงใยของ UNHCR ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ต้องพลัดพรากจากถิ่นอาศัย เพื่อหลบหนีความรุนแรงจากสงคราม และความขัดแย้งในพื้นที่ ซึ่ง ณ ขณะนี้ ปัญหาผู้ลี้ภัยกำลังกลายเป็นวิฤกติการณ์ด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งยังถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของผู้ลี้ภัยทั่วทุกมุมโลก ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเอาชีวิตรอด ความสูญเสีย รวมถึงความหวัง และการลุกขึ้นยืนอีกครั้งเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพื่ออนาคต และเพื่อไล่ตามความฝันอีกครั้ง  ในปีนี้ UNHCR ประเทศ ได้คัดสรรภาพยนต์จากทั่วทุกมุมโลกถึง 5 เรื่องเพื่อนำเสนอแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับผู้ลี้ภัย และขอเชิญชวนทุกท่านร่วมประสบการณ์และความรู้สึกการเป็นผู้ลี้ภัย ผ่านภาพยนตร์ทั้ง 5 ดังนี้

เทศกาลภาพยนตร์ผู้ลี้ภัยครั้งที่ 6 โดย UNHCR ฉายภาพยนตร์ ระหว่างวันที่ 16-20 มิถุนายน 2559 ณ โรงภาพยนตร์ Paragon Cineplex  

จองตั๋วชมภาพยนตร์ที่นี่ https://goo.gl/K6hUUz (1ท่านต่อ 2 ที่นั่ง)

ตารางฉายภาพยนตร์

HE NAMED ME MALALA: สารคดีเข้าชิงรางวัลออสก้า โดยผู้กำกับรางวัลออสก้าอย่าง Davis Guggenheim (An Inconvenience Truth, 2006) เล่าถึงเรื่องจริงยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ของ มาลาลา ยูซาฟไซ (Malala Yousafzai) เด็กหญิงชาวปากีสถาน ผู้ซึ่งรอดจากการสังหารโหดโดยกลุ่มตาลีบันขณะโดยสารรถนักเรียนกลับบ้าน ในเขตสวาท วัลเลย์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปากีสถาน มาลาลา ตกเป็นเป้าสังหารของกลุ่มก่อการร้ายหลังจากที่เธอพยายามรณรงค์เพื่อเรียกร้องสิทธิการศึกษาของเด็กผู้หญิงและสตรี รวมถึงคัดค้านการห้ามผู้หญิงให้ได้รับการศึกษาซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามในสังคมของเธอหลังกลุ่มตาลีบันเข้ายึดครอง เขตสวาท วัลเลย์ หากแต่หลังจากรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์จากการโดนยิงที่ศีรษะครั้งนั้น มาลาลา ก็ยังมุ่งมั่นในการรณรงค์เรียกร้องสิทธิด้านการศึกษาของเด็กผู้หญิงและสตรีจนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี  2557 He Named Me Malala ยังบอกเล่าเรื่องราวของผู้ที่อยู่เบื้องหลังความกล้าหาญของ มาลาลา อย่างเช่น ไซอุดดิน ยูซาฟไซ ( Ziauddin Yousafzai) บิดาผู้เป็นทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนที่เธอเรียน และเป็นผู้ผลักดันให้ มาลาลา ก้าวสู่เส้นทางของนักรณรงค์เรียกร้องสิทธิด้านการศึกษาของเด็กและสตรี หรือน้องชายของเธอผู้เป็นทั้งเพื่อนและผู้ให้กำลังใจในการไล่ตามความเชื่อของเธอ      

ดูภาพยนตร์ตัวอย่างที่นี่ : https://www.youtube.com/watch?v=vE5gSHJkusU

 

SALAM NEIGHBOR: บอกเล่าเรื่องราวของผู้กำกับหัวก้าวหน้าชาวอเมริกัน 2 คน ซึ่งนับเป็น     ผู้กำกับสารคดีกลุ่มแรกที่ได้รับอนุญาตจากสหประชาชาติให้เดินทางไปยังพี้นที่อันตราย ห่างจากชายแดนที่ยังมีการสู้รบของซีเรียไม่ถึง12 กิโลเมตร เพื่อทดลองและเรียนรู้การใช้ชีวิตของผู้ลี้ภัย ณ ค่ายผู้ลี้ภัยซาทารี (Zaatari) ประเทศจอร์แดน ซึ่งเป็นหนึ่งในค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยทั้ง Zach และ Chirs  ได้มีโอกาสเดินตามรอยการใช้ชีวิตของผู้ลี้ภัยตั้งแต่เริ่มเข้าพักอาศัยอยู่ในค่ายจนถึงสามารถปรับตัวใช้ชีวิตอยู่ในค่ายเหมือนผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ Salam Neighbor เป็นสารคดีที่จะพาผู้ชมเข้าไปทำความรู้จักชีวิตของผู้ลี้ภัยตั้งแต่เริ่มเข้ามาแสวงหาความปลอดภัย การตั้งต้นชีวิตเพื่อรอคอยความหวัง โดย Zach และ Chirs 2 ผู้กำกับ ยังพาเราเข้าไปทำความรู้จักกับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในค่าย เรื่องราวต่างๆของพวกเขา ความทรงจำ ความหวัง อนาคต และความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต่างจากคนอื่นๆ Salam Neighbor ยังพาเราไปพบความหมายที่แท้จริงของการอยู่ร่วมกันและช่วยเหลือเกื้อกูลกันดั่งหนึ่งเพื่อนบ้าน ที่เมื่อพบกับความอยากลำบากหรืออันตรายแล้วนั้น เราจะสามารถทิ้งให้กันและกันประสบชะตากรรมที่เลวร้ายนั้นได้อย่างไร   

ดูภาพยนตร์ตัวอย่างที่นี่ : https://www.youtube.com/watch?v=eTQkDChNftU

 

BOXING FOR FREEDOM: Boxing for Freedom สารคดีเข้าชิงรางวัล CEC Award  ของผู้กำกับชาวเสปน Juan Antonio Moreno Amador และ Silvia Venegas ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของ ซาดาฟ ราฮิมิ (Sadaf Rahimi) นักมวยหญิงมือหนึ่งของอัฟกานิสถาน ผู้ซึ่งในอดีตได้ลี้ภัยไปยังอิร่าน เพื่อเอาตัวรอดจากการสู้รบอันยาวนานในประเทศของตน และหลังจากความขัดแย้งภายในประเทศได้ยุติลง ซาดาฟ  ได้กลับมาสานต่อความฝันของการเป็นนักมวยมืออาชีพในประเทศบ้านเกิด รวมถึงได้ถูกคัดเลือกให้เป็นนักมวยหญิงคนแรกของอัฟกานิสถานที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2555 หากแต่เบื้องหลังความสำเร็จของเธอนั้น ต้องแลกมาด้วยการถูกข่มขู่อย่างรุนแรงหลากหลายรูปแบบที่มีต่อตัวเธอเอง ครอบครัว และบุคคลใกล้ชิด จากทั้งเพื่อนบ้านและฝ่ายที่ฝักใฝ่ศาสนา ซึ่งในมุมมองของสังคมอิสลามในประเทศบ้านเกิดของเธอนั้น การที่ ซาดาฟ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวแทนของผู้หญิงอัฟกันรุ่นใหม่ ที่กล้าแสดงออกถึงความต้องการและศักยภาพของตัวเอง เป็นเรื่องต้องห้ามและผิดจารีตประเพณีเป็นอย่างมาก ซึ่ง Boxing for Freedom นั้นจะนำเราไปรับรู้ถึงสิ่งที่ ซาดาฟ ราฮิมิ และครอบครัวต้องเผชิญอยู่ รวมถึงมุมมองจากคนรอบข้างที่มีต่อความสำเร็จและเส้นทางที่ ซาดาฟ กำลังก้าวเดินต่อไปในอนาคต 

 ดูภาพยนตร์ตัวอย่างที่นี่ :https://www.youtube.com/watch?v=8BWpFQ0Sf7Y

 

WOMAN IN GOLD หนังที่ได้รับเกียรติให้ฉายรอบพิเศษในเทศกาลหนัง Berlin International Film Festival ครั้งที่ 65 โดยผู้กำกับ Simon Curtis จะนำเราไปพบกับเรื่องจริงของ มาเรีย อัลแมน (Maria Altmann) อดีตผู้ลี้ภัยหญิงเชื้อสายยิว สัญชาติออสเตรีย ผู้ต่อสู้ดิ้นรนพร้อมด้วยทนายหนุ่ม แรนดี้ ณอนช์เบิร์ก (Randy Schoenberg) เพื่อให้ได้มาในสิทธิการเรียกคืนภาพวาดของป้าของเธอที่รู้จักกันดีในชื่อ Portrait of Adele Bloch-Bauer I วาดโดยจิตกรเอกฝีมือก้องโลก กุสตาฟ คลิมต์ (Gustav Klimt) ซึ่งโดนเหล่าทหารนาซียึดครองไปตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และตกมาอยู่ในความครอบครองของรัฐบาลออสเตรียหลังสงครามสงบลง โดย มาเรีย และ แรนดี้ ต้องทุ่มเทความพยายามอย่างมาก รวมถึงต้องเผชิญกับคแรงกดดัน และการต่อสู้ทางกฎหมายอันยาวนาน เพื่อเรียกร้องสิทธิที่จะได้รูปของป้าของเธอ ผู้หญิงที่สอนเธอเกี่ยวกับชีวิตและความหวัง ให้ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง หลังจากถูกพรากไปด้วยความอยุติธรรม และสงครามที่ทำให้เธอต้องจากแผ่นดินเกิด รวมถึงทิ้งครอบครัวอันเป็นที่รักไว้เบื้องหลัง  Woman in Gold ยังแสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันของครอบครัว รวมถึงความเจ็บของผู้ลี้ภัยที่ต้องทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง เพื่อเอาชีวิตรอดจากสงครามและการประหัตประหาร ที่ทำลายชีวิตของครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่งอย่างไม่มีวันหวนคืนมาได้

 ดูภาพยนตร์ตัวอย่างที่นี่: https://www.youtube.com/watch?v=wu9JeTX6Sdw

 

FACING EXTINCTION: Christians of Iraq: สารคดีสั้นโดย Robert Marcarelli เล่าถึงการอพยพย้ายถิ่นครั้งใหญ่ของชนกลุ่มน้อยผู้นับถือศาสนาคริสต์ในอิรัก ที่ต้องหนีเอาชีวิตรอดจากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่คอยตามทำร้าย ลักพาตัว ข่มขืน ทรมาน รวมถึงประหัตประหาร เนื่องด้วยสาเหตุของความแตกต่างทางศาสนา Facing Extinction: Christians of Iraq ยังพาเราไปพบกับสถานการณ์อันน่าหดหู่ของผู้ลี้ภัยที่ต้องหนีไปอาศัยอยู่ตามประเทศต่างๆข้างเคียง ซึ่งส่วนมากไม่พร้อมที่จะรับดูแลผู้ลี้ภัยเหล่านี้ ทำให้บ่อยครั้งที่ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ต้องอาศัยอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่โหดร้าย รวมถึงปัญหาของการขอลี้ภัยในประเทศสหรัฐอเมริกาของผู้ลี้ภัยผู้นับถือศาสนาคริสต์กลุ่มนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากกฎข้อบังคับอันเข้มงวดของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอีกด้วย  

ดูภาพยนตร์ตัวอย่างที่นี่: https://www.youtube.com/watch?v=Q6wzPy-RF