Skip to main content

ภาษา

 

UNHCR ตอบรับแผนการเมดิเตอร์เรเนียนจากสหภาพยุโรป

ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรืออัปปางขณะขึ้นฝั่งจากเรือบรูโน เกรกอเรตตี้ ของยามชายฝั่งอิตาลีทีเมืองคาทาเนีย เกาะซิซิลี คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจมากกว่า 800 คน ©UNHCR/F.Malavolta

 

เจนีวา ประเทศอิตาลี 21 เมษายน 2558 (UNHCR)- หน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้ตอบรับแผนการแก้ปัญหาการอพยพในพื้นที่เมดิเตอร์เรเนียนจากสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา และกล่าวเพิ่มเติมว่าการช่วยชีวิตผู้คนในทะเลถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งหลังจากผู้อพยพและผู้ลี้ภัยหลายร้อยคนต้องเสียชีวิตจากการอพยพทางเรือ

คณะมนตรีร่วมของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและกิจการภายในได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหา 10 ขั้นตอนเกี่ยวกับแผนการอพยพหลังจากเหตุการณ์เรืออัปปางในพื้นที่เมดิเตอร์เรเนียนและมีผู้คนเสียชีวิตมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตามสถิติที่บันทึกโดย UNHCR

จากการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตโดย UNHCR ระบุว่าเรือโดยสารได้ออกเดินทางจากกรุงตริโปลี ประเทศลิเบียเมื่อวันเสาร์ (18 เมษายน) ช่วงเช้าโดยมีผู้โดยสารประมาณ 850 คน เป็นชาวเอริเทรีย 350 คนและจากประเทศอื่นๆเช่นซีเรีย โซมาเลีย เซียร์รา ลีโอน มาลี เซเนกัล แกมเบีย ไอวอรี่โคสต์ และเอธิโอเปีย

“มีเพียงแค่ 28 คนเท่านั้นที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรืออัปปาง โดยหนึ่งในนั้นคือชายชาวบังกลาเทศที่ถูกตัวส่งทางเฮลิคอปเตอร์เพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลในเมืองคาทาเนีย เกาะซิซิลี เมื่อวันอาทิตย์ (19 เมษายน) ที่ผ่านมา และผู้โดยสารอีก 27 คนได้ขึ้นฝั่งโดยความช่วยเหลือของยามชายฝั่งอิตาลีในเมืองคาทาเนีย เมื่อคืนวันที่ 21 เมษายนนี้  เอเดรียน เอ็ดเวิร์ดส์ โฆษก UNHCR กล่าวกับนักข่าวในกรุงเจนีวา และกล่าวเสริมว่า “จากข้อมูลที่เราได้รับ UNHCR เชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นมีมากกว่า 800 คน ซึ่งทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นการอพยพที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในพื้นที่เมดิเตอร์เรเนียนเท่าที่เคยมีมา” เขากล่าว

เจ้าหน้าที่ UNHCR ในเมืองคาทาเนียกล่าวว่า ผู้รอดชีวิตดูเหนื่อยล้าและหวาดกลัว “เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือได้มอบเสื้อผ้าและอาหารให้กับพวกเขา “ความหวาดกลัวที่ส่งผ่านจากสายตาของชายคนหนึ่ง เขายืนก้มหน้าและมือล้วงกระเป๋าถือเป็นภาพธรรมดาที่พบเห็นในเหตุการณ์นี้”  เคท บอนด์ นักเขียน UNHCR เขียนบันทึกไว้ “หนึ่งในผู้รอดชีวิตกล่าวกับเจ้าหน้าที่ UNHCR ว่ามีเด็กหลายคนเดินทางมาด้วย และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่พบพวกเขาเลยแม้ว่าการค้นหาและการช่วยเหลือยังคงดำเนินการต่อไป” เธอเสริม

ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพถูกพาขึ้นรถไปยังศูนย์รองรับเพื่อเข้ารับการรักษาทางพยาบาล แววตาที่ว่างเปล่าและล่องลอยมองผ่านหน้าต่างรสบัสในขณะออกเดินทางในค่ำคืนที่มืดมิด “ผู้อพยพดูเหนื่อยล้า เปราะบาง และดูประหลาดใจมากที่เห็นผู้คนมากมายรอพวกเขาอยู่ ผู้อพพยได้รับน้ำดื่มและอาหาร พวกเขาต้องการการเยียวยาด้านสภาพจิตใจจริงๆ” ชาร์ล็อตตา ซามิ โฆษก UNHCR ในเมืองคาทาเนียกล่าว

ทะเลแห่งความตาย-ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพกว่า 1,600 คนเสียชีวิตจากการเดินทางข้ามเมดิเตอร์เรเนียนในปีนี้ ©UNHCR
ทะเลแห่งความตาย-ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพกว่า 1,600 คนเสียชีวิตจากการเดินทางข้ามเมดิเตอร์เรเนียนในปีนี้ ©UNHCR

UNHCR ได้รณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องให้สหภาพยุโรปสร้างแนวทางแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนให้กับผู้คนนับพันคนต้องเสี่ยงชีวิตเดินทางเพื่อหาความปลอดภัยในทวีปยุโรป โดย UNHCR ได้ยื่นข้อเสนอที่ครอบคลุมถึงการปฎิบัติการเพื่อค้นหาและช่วยชีวิต และความช่วยเหลือด้านกฎหมายเพื่อความปลอดภัย เช่นการตั้งถิ่นฐานใหม่ วีซ่าเพื่อเหตุผลทางมนุษยธรรม และการช่วยเหลือเพื่อให้ครอบครัวได้พบเจอกันอีกครั้ง

จนถึงปีพ.ศ 2558 นี้ มีผู้ขอลี้ภัยและผู้อพยพกว่า 35,000 คนที่เดินทางสู่ยุโรปทางตอนใต้โดยเรือ ซึ่งหากจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในวันที่ 19 เมษายนนี้เป็นที่แน่นอน ปีพ.ศ 2558 จะมีผู้เสียชีวิตถึง 1,600 คนเลยทีเดียว ในปีพ.ศ 2557 จำนวนของผู้สูญหายนับได้ 3,500คนจากจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 219,000 คนที่เดินทางข้ามเมดิเตอร์เรเนียน