Skip to main content

ภาษา

 

แองเจลินา โจลี ต่อสัญญาการเป็นผู้แทนฯพิเศษ UNHCR โดยกล่าวว่าจะอยู่เคียงข้างผู้ลี้ภัยไปจนถึงลมหายใจสุดท้าย

แองเจลีนา โจลีเข้าพบกับนายฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ © UNHCR/Mark Henle

 

กรุงเจนีวา - แองเจลินา โจลี ผู้แทนฯพิเศษของ UNHCR ได้ยืนยันอีกครั้งถึงการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลื่อผู้ลี้ภัยทั่วโลก โดยกล่าวกับเจ้าหน้าที่ UNHCR ณ กรุงเจนีวา ว่าจะอยู่เคียงข้างผู้ลี้ภัยจนถึงลมหายใจสุดท้าย

แองเจลีนา โจลีเยื่ยมสำนักงานใหญ่ ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนที่มารวมตัวกัน ณ ห้องประชุม

“วันนี้ดิฉันรู้สึกเหมือนได้กลับมายังบ้านของตัวเอง ดิฉันมาที่นี้เป็นครั้งแรกเมื่อ 16 ปีก่อน โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะต้องพบเจอกับอะไรบ้าง และเชื่อว่าหลายคนในห้องนี้ก็คิดไม่ต่างกัน”

ตั้งแต่โจลีเริ่มทำงานกับ UNHCR จนถึงปัจจุบัน มีคนต้องถูกบังคับให้ออกจากบ้านของตนเอง เพิ่มขึ้นจาก 22 ล้านคน เป็นจำนวน กว่า 65 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งนับเป็นความท้าทายของโลกเรา ณ ขณะนี้ โดยเฉพาะกับ UNHCR

“ในปัจจุบัน UNHCR มีผู้คนที่อยู่ในความห่วงใยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้งานของพวกคุณหนักขึ้น ในขณะที่ความช่วยเหลือที่พวกคุณได้รับกลับน้อยลงเรื่อยๆ ดิฉันคิดไม่ออกเลยจริงๆว่ามันจะยากลำบากขนาดไหนที่ต้องทำงานในสถานการณ์เช่นนี้”

ทุกวันนี้โลกของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านการพลัดถิ่นและถูกบังคับให้ลี้ภัยที่รุนแรงที่สุด ในขณะที่ทางออกที่ยั่งยืนเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ยังคงเลือนลาง

“ดิฉันเชื่อว่าคงต้องมีหลายครั้งที่พวกคุณจะต้องรู้สึก เมื่อคุณอ่านข่าว หรือในขณะที่คุณปฏิบัติหน้าที่ เมื่อคุณลงพื้นที่ และกลับมาถามตัวเองว่า ที่เราอยู่นั้นดีพอแล้วหรือยัง จะเพียงพอหรือไม่ และในที่สุดแล้วเราจะสามารถแก้ไขสถานการณ์เหล่านี้ได้หรือไม่”

“ดิฉันเชื่อว่าพวกคุณทุกคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ประจำพื่นที่ทุกคน จะคอยกังวลกับผู้ลี้ภัยที่ท่านไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ มากกว่าคิดถึงกลุ่มที่พวกคุณได้มอบความช่วยเหลือไปแล้ว และนี่คือสาเหตุที่ดิฉันภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ UNHCR เพราะงานที่พวกคุณทำนั้น ไม่ว่าจะเป็นการช่วยชีวิตผู้ลี้ภัย หรือเป็นการให้กำลังใจให้พวกเขาผ่านวันแต่ละวันไปได้นั้น ล้วนมีความหมาย และได้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง”

เมื่อพูดถึงความท้าทายของการทำงานของ UNHCR และหน่วยงานด้านมนุษยธรรมในวงกว้าง โจลี่ได้บอกเจ้าหน้าที่ UNHCR ให้ “แสดงความสามารถให้ทุกคนได้รู้ว่าเราคือใคร เราสู้เพื่อใคร และทำงานให้หนักมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ฉันอยู่กับพวกคุณวันนี้ไม่ใช่เพราะสัญญาแผ่นกระดาษที่เรามีต่อกัน แต่ฉันจะอยู่กับคุณไปตลอดทั้งชีวิต คุณเดินออกไปไม่ได้หรอก ถ้าคุณร่วมงานกับ UNHCR แล้ว”

นอกจากนั้น โจลียังได้พูดถึงเรื่องการลงพื้นที่ที่ผ่านมากับเจ้าหน้าที่ UNHCR ระหว่างทานอาหารเย็น และเมื่อการพูดคุยมาถึงเรื่องของนโยบาย และผู้ลี้ภัย “มันเปลี่ยนไม่ได้แล้ว ทุกอย่างกลายเป็นตัวตนของฉัน เราอยู่ด้วยกันตรงนี้เหมือนครอบครัว และฉันจะอยู่ตรงนี้กับคุณ” และพูดสรุปตอนท้ายสุดอย่างเรียบง่ายว่า “ฉันหวังว่าฉันจะเป็นตัวแทนของพวกคุณให้ดีที่ที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ และจะเป็นแบบนี้ตลอดไป”

ระหว่างการเดินทางของเธอมาที่ออฟฟิศ UNHCR นั้น โจลีได้พบกับนายฟิลิปโป กรานดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เพื่อต่อสัญญาของเธอในตำแหน่งผู้แทนฯพิเศษ และในโอกาสนี้เธอได้ขึ้นกล่าวในวาระครบรอบมูลนิธิเซอร์จิโอ วิเอรา เดอ เมลโล่ เพื่อเป็นเกียรติและร่วมระลึกถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ UNHCR รวมทั้งนักการทูตที่เสียชีวิต จากเหตุลอบวางระเบิดสำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงแบกแดด ประเทศอิรักโดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายเมื่อปีพ.ศ.2546