Skip to main content

ภาษา

คุณพสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์ Operations Director, Central Watson Co., Ltd

คุณพสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์ Operations Director, Central Watson Co., Ltd

นักธุรกิจด้านการค้าปลีก ประสบการณ์กว่า 20 ปี ในบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่อาทิ เซเว่น อีเลเว่น บิ๊กซี จนกระทั่งปัจจุบัน ดูแลการบริหารจัดการร้านวัตสันกว่า 150 สาขาทั่วประเทศ และผู้บริจาครายเดือนของยูเอ็นเอชซีอาร์ตั้งแต่ เดือนมี.ค. 2552

การทำธุรกิจ และการคืนสู่สังคม หลายคนอาจมองว่าเป็นเส้นขนาน ยากที่จะเดินทางควบคู่ไปด้วยกันได้ แต่สำหรับคุณพสิษฐ์ ความรับผิดชอบต่อสังคมมีอยู่ทั้งในการดำเนินธุรกิจ และชีวิตส่วนตัว

“ถูกปลูกฝังตั้งแต่เรียนที่นิด้า ภาคพิเศษที่เรียนจะเป็นภาครัฐและเอกชน เขาสอนให้ภาครัฐทำงานแบบธุรกิจ ในขณะที่ปลูกฝังให้เอกชนคืนสู่สังคม ไม่ใช่เน้นแต่กำไรอย่างเดียว ทำอย่างไรให้สังคมเราดีขึ้น ไม่ว่าจะสอนเรื่อง ธุรกิจก็จะกลับมาเรื่องสังคม หรือสอนเรื่องการเงิน ก็จะกลับมาเรื่องสังคมตลอด” คุณพสิษฐ์กล่าว

ถึงแม้หน้าที่การงานจะต้องเดินทาง บริหารจัดการคน และวุ่นวายกับการประชุมมากมาย แต่คุณพสิษฐ์จะแบ่งเวลาทำงานเพื่อสังคมอย่างสม่ำเสมอ

“แต่ละปี ผมและภรรยาทำบุญเยอะมากนะ ไม่ว่าจะเป็นประธานกฐิน ผ้าป่าทุกปี บริจาคให้มูลนิธิต่างๆ ทุกวันนี้ ผมก็เป็นกรรมการของนิด้า เรามีกิจกรรมระดมทุนของเราเอง แข่งกอล์ฟ แข่งโบว์ลิ่ง รายได้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งนำมาใช้สร้างความสัมพันธ์ในรุ่น เช่น จัดงานเลี้ยงรุ่น อีกส่วนหนึ่งเราก็คืนสู่สังคม เอาไปสร้างโรงเรียน ห้องสมุด” คุณพสิษฐ์กล่าว

การบริจาคของคุณพสิษฐ์ที่ผ่านมาเป็นการช่วยเหลือคนไทย แต่สาเหตุใดที่ทำให้เขาให้การสนับสนุนผู้ลี้ภัยเป็นครั้งแรก

“ก็ลองทำอะไรแปลกๆบ้าง เพราะเราไม่เคยช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ก็เลยลองดู เราก็ไม่ได้เดือดร้อนนะ บริจาคแค่นี้ เดือนนึงไม่กี่ร้อยบาท เงินจำนวนเท่านี้ ไม่ได้ทำให้คุณจนลง หรือรวยขึ้น หรือบางที คุณทานอาหารมื้อหนึ่งนี่เขาอยู่ได้เป็นเดือนนะ ผมก็ว่าเอาเถอะ ถ้าไม่ได้ทำความลำบากก็บริจาคไปเถอะ แล้วช่วยเหลือคนอื่นได้เราก็ยินดี” คุณพสิษฐ์กล่าว

เมื่อถามถึงแนวคิดการให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในประเทศไทย คุณพสิษฐ์กล่าวว่า

“เราต้องให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยแบบพัฒนา ไม่ใช่แค่ให้อาหาร หรือน้ำ แต่พัฒนาเขาให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้ ตอนนี้ เขายังไปไหนไม่ได้ ก็ต้องช่วยเหลือให้การศึกษา อบรมอาชีพ เขาเองก็มีรายได้ ไม่ต้องงอมือขอ เขาอยู่บริเวณชายแดน ก็ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เราได้ด้วย เราต้องช่วยให้เขาเป็นชุมชนเข้มแข็ง สำหรับผมแล้ว ผมว่าเมืองไทยก็ไม่ได้กีดกันพวกเขาหรอก ถ้าพวกเขาเข้ามาแล้วอยู่ด้วยความสงบ เขาไม่ได้สร้างปัญหาต่อประเทศ ผมว่า เขาอยู่ไปเถอะ เราไม่ได้อยู่กันค้ำฟ้า แล้วถามว่าตรงนั้น คนไทยจะเข้าไปอยู่ไหม ก็ไม่ เพราะฉะนั้นถ้าเขาอยู่แล้วเขาสามารถสร้างชุมชน ดูแลพื้นที่ตรงนั้นให้เราได้”

แนวความคิดดังกล่าว ตรงกับนิยามการให้ที่คุณพสิษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า

“ในฐานะที่เป็นคนให้ เราไม่ได้อะไรกลับมา แต่เราสบายใจ การให้ที่ไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยเราเป็นผู้ให้บ้าง ไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทน ให้แล้วแน่ใจว่าเป็นประโยชน์กับเขา เขาต่อยอดได้ ไม่ใช่ให้แล้วจบ”