Skip to main content

ภาษา

ประสบการณ์ของฉัน

หมู่บ้านของฉันตั้งอยู่ ณ ชายฝั่งแม่น้ำทานินธายี ครอบครัวฉันมีห้าคนประกอบไปด้วย พ่อ แม่ พี่น้องของฉันสองคน และตัวฉัน ฉันเป็นลูกสาวคนโตของครอบครัว ฉันอายุ 10 ปีตอนฉันอาศัยในหมู่บ้าน น้องชายฉันอายุ 8 ปี และน้องสาวคนเล็กของฉันอายุ 3 ปี ฉันยังเด็กและมีความสุขตอนฉันไปโรงเรียน พ่อแม่ของฉันทำการเกษตรและทำสวนเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว พวกเรามีรายได้จากพืชที่เราปลูก พวกเราไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับรายได้ บางครั้งพ่อของฉันออกไปล่าสัตว์และเอากลับมาทำแกงที่อร่อยที่บ้าน ตอนนั้นเรามีความสุขกันมาก

บางครั้งเมื่อฉันนึกถึงตอนฉันเป็นเด็ก ตอนที่ฉันยังอยู่ในหมู่บ้าน ฉันต้องร้องไห้ ฉันจำได้ว่าแม่เตรียมอาหารเที่ยงให้ฉันและน้องชายของฉันเพื่อที่จะไปทานที่โรงเรียน หลังจากที่เราทานอาหารแล้ว เรามักจะไปเล่นกันที่แม่น้ำกับเพื่อนๆ

ทุกหน้าร้อนครอบครัวของเราจะนำหมากไปตากแห้งและพ่อของฉันจะเอาไปขายในเมือง ทุกครั้งที่พ่อขายหมากได้ พ่อจะซื้อเสื้อผ้าและขนมให้เรา ทุกครั้งที่เราใส่เสื้อผ้าใหม่ เราจะมองกันและกัน และยิ้มให้กัน

ปี 1997 เดือนกุมภาพันธ์ พ่อของฉันกลับมาจากในเมืองและคุยกับแม่ของฉันเบาๆเกี่ยวกับบางอย่าง ฉันไม่รู้เลยว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น เพราะว่าฉันยังเด็ก ฉันเลยไม่ได้ถามพ่อกับแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่บอกฉันแค่ว่าอย่าไปไหนไกล และให้เล่นอยู่ใกล้ๆบ้านกับน้องชายและน้องสาวเท่านั้น

ฉันเห็นแม่เตรียมเก็บข้าวของ เช่น เสื้อผ้า และอาหารสำหรับการเดินทาง มีอยู่วันหนึ่ง ชาวบ้านรวมตัวกันที่หน้าบ้านของฉันพร้อมข้าวของ พวกเขาบอกว่าพวกเราต้องออกจากหมู่บ้าน เพราะฉันยังเด็ก พ่อของฉันจับมือฉัน ฉันได้แต่เดินตามพ่อของฉันไป เมื่อฉันมองกลับไปที่บ้าน ฉันเห็นแมวและหมาตัวสีดำของฉันและลูกๆของมันถูกทิ้งอยู่เบื้องหลัง ฉันสงสัยว่าพวกมันจะกินอะไร พวกมันจะอยู่อย่างไร ทำไมพวกเราต้องออกจากบ้านเกิดและเกิดอะไรขึ้นกับความขัดแย้งและสงคราม หลังจากพวกเราออกจากหมู่บ้าน 5 วัน ทหารพม่าก็มาถึงหมู่บ้านและตามพวกเราไป

มีชาวบ้านประมาณ 100 คน หนีออกมาด้วยกัน ประกอบไปด้วย เด็กเล็ก คนแก่ คนป่วย ผู้หญิงท้องและแม่ลูกอ่อน พ่อของฉันบอกว่าพวกเราจะเดินช้าๆไม่ได้และหยุดพักไม่ได้ ถ้าเราเดินช้าและหยุดพัก ทหารพม่าจะตามทัน ดังนั้นเราต้องรีบเดินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เท้าของฉันแตกและเจ็บมากแต่ฉันไม่สามารถหยุดทายาได้ ฉันต้องรีบ ฉันกลัวว่าทหารพม่าจะตามเรามาทัน ฉันช่วยแม่ของฉันถือเสื้อผ้า มันหนักมากสำหรับฉันแต่ฉันก็พยายามที่สุด

วันหนึ่งทหารพม่าตามเรามาทันตอนที่เราอยู่ในป่าและยิงพวกเรา ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเคยอยู่ข้างบ้านฉันถูกยิงเสียชีวิต สามีและลูกของเธอเศร้ามาก ได้แต่ร้องไห้เบา ๆ อยู่ในอกเพราะไม่สามารถส่งเสียงดังได้ ชาวบ้านต้องแยกออกจากกันเนื่องจากการยิงของทหารพม่า พวกเราซ่อนอยู่ในป่า

หลังจากที่ทหารพม่าหายไป พวกเรารวมตัวกันอีกครั้งและฝังร่างของผู้หญิงคนนั้น มีชาวบ้าน 3 คนได้รับบาดเจ็บ เพราะว่าฉันยังเด็ก ฉันได้แต่สงสัยว่าทำไม่พระเจ้าถึงให้เราต้องกับสถานการณ์แบบนี้ เราต้องย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง

ในที่สุดเราได้มาถึงสถานที่หนึ่งซึ่งเรียกว่า “จา โพ ไม” และพวกเราเห็นผู้คนมากมายซึ่งได้เดินทางมาถึงที่นั่น พวกเราไม่มีอะไรเลย พวกเราได้รับอาหารและเสื้อผ้าจากคนที่มาถึงก่อนเรา ตอนนั้นฉันได้แต่คิดว่าฉันไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว ฉันได้เล่นกับเด็กที่อายุเท่ากันกับฉัน ฉันมีความสุขแล้ว พ่อของฉันบอกฉันว่า “เราเป็นผู้ลี้ภัยแล้ว เราได้รับความคุ้มครองและไม่มีอะไรต้องกังวล” แต่เพราะว่าฉันยังเด็ก ฉันไม่คิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีที่ฉันต้องเจอบนในโลกนี้ แต่ตอนนี้ฉันได้แต่คิดว่า“บางครั้ง ชีวิตก็มีทั้งเวลาที่ดีและเวลาที่แย่”

มู ซี โพ
เซ็คชั่น 14
บ้านเลขที่ 379