Skip to main content

ภาษา

นอ เซอ เซอ : รอคอยด้วยความหวัง

นอ เซอ เซอ : รอคอยด้วยความหวัง

เรื่องราวย้อนหลังก่อนกลายมาเป็นผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงฯชายแดนไทย-พม่าของครอบครัว “นอ เซอ เซอ” (นามสมมุติ) ก็คงไม่ต่างอะไรจากครอบครัวอื่นๆ หลังจากทนความโหดเหี้ยมของทหารที่เข้ามาทำร้ายชาวบ้าน ยึดข้าวปลาอาหารไปกิน จับตัวผู้ชายไปเป็นลูกหาบคอยแบกหามอาหาร และสัมภาระให้กับทหาร มีการสู้รบระหว่างทหารพม่าและทหารกระเหรี่ยงจนผู้คนได้รับบาดเจ็บล้มตาย หลายคนหลบหนีเข้าป่า ก่อนจะเดินเท้าหนีมายังชายแดนไทย-พม่า เพื่อหาที่พักพิงใหม่ที่ปลอดภัย มีอาหาร มีน้ำให้ดื่ม มีโรงเรียนให้ลูก มีศูนย์พยาบาลรักษาอาการเจ็บป่วย และมีความหวังพอที่จะให้มนุษย์คนหนึ่งพึงหวังได้ในโลกโหดร้ายที่โอบล้อมตัว

“ฉันมีลูก 5 คน คนโตเป็นผู้ชายอายุ 18 ปี คนที่สองเป็นผู้หญิงอายุ 15 ปี คนที่สามเป็นผู้หญิง อายุ 13 ปี คนที่สี่เป็นผู้ชายอายุ 10 ปี และคนเล็กเป็นผู้หญิงอายุ 2 ปี แต่ละคนกำลังเรียนหนังสือที่นี่ เราหนีทหารพม่ากันมาเมื่อ 11 ปีที่แล้ว ครอบครัวเราหนีมาเพียงครอบครัวเดียว ตอนนั้นมีลูกแล้ว 3 คน”

นอ เซอ เซอ หวังจะให้ลูกๆ ได้มีโอกาสเรียนที่ดีขึ้น มีโอกาสได้ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ต้องอยู่ในพื้นที่พักพิงฯไปตลอดชีวิต เธอและสามีจึงเพียรพยายามสมัครเพื่อขอตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สามทุกครั้งที่มีโอกาสเข้ามา

สามีของ นอ เซอ เซอ บอกว่าเขาเป็นศาสนาจารย์แบบติสท์ เรียนพระคัมภีร์เมื่อสมัยอยู่ที่อดีตพื้นที่พักพิงฯแม่กองคา พอเรียนจบก็เลยเปิดโบสถ์เพื่อให้คนได้มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และมาร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อพระเจ้า

“ถ้ารัฐกระเหรี่ยงอยู่ได้อย่างปลอดภัย ลูกๆ มีโรงเรียนให้เรียนหนังสือได้ ก็คงพากันกลับไปอยู่ แต่นี่ไม่มีหวังเลย เราก็เลยได้แต่คิดว่า ถ้าได้ไปประเทศที่สาม ลูกของเราคงมีโอกาสได้เรียนสูงขึ้น และมีโอกาสหางานทำที่ดีกับเขาได้” นอ เซอ เซอ เล่าให้เราฟังถึงสาเหตุที่สมัครไปตั้งถิ่นฐานใหม่

“ส่วนตัวฉัน ถ้าไปที่โน่นแล้ว หาอะไรทำได้ก็จะทำทุกอย่าง ฉันเรียนจบ ป. 4 ส่วนสามีก็เป็นศาสนาจารย์ เขาก็น่าจะหางานทำได้เหมือนกัน”

นอ เซอ เซอ บอกว่ากับโอกาสของการตั้งถิ่นฐานใหม่ที่อเมริกา เธอและสามีได้รับการเรียกตัวไปสัมภาษณ์แล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ก็กำลังรอคอยว่าเมื่อไรจะมีการเรียกสัมภาษณ์หรือตรวจสุขภาพเป็นขั้นตอนต่อไป แต่ถ้าไม่ได้รับคัดเลือกในปีนี้ เธอกับสามีก็ไม่ท้อใจ เพราะอายุของเธอและสามีก็เพียงแค่ 37 และ 41 ปี เท่านั้น

“ถ้าไม่ได้ปีนี้ ปีหน้ามีประเทศอื่นมาก็จะสมัครอีก ทุกคนที่สมัคร ส่วนใหญ่เขาทำเพื่อลูกทั้งนั้น” นอ เซอ เซอ พูดทิ้งท้าย ที่ดูราวจะเป็นคำพูดแทนแม่ทุกคนในค่ายพักพิงฯทุกแห่งในประเทศไทย