Skip to main content

ภาษา

คุณครูซู เมย์ กำลังสอนภาษากะเหรี่ยงให้กับเด็กๆผู้ลี้ภัยในค่ายเพื่อให้พวกเขาได้มีความรู้และรักษาวัฒนธรรมบ้านเกิด

ซู เมย์ : การศึกษาเพื่ออนาคต

UNHCR เชื่อว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็น เรารู้ว่าการให้การศึกษาเด็กๆ ให้พวกเขาได้ไปโรงเรียนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เป็นสิ่งสำคัญ็น็ เราสนับสนุนอุปกรณ์และทรัพยากรที่พวกเขาต้องการเพื่อจะปกป้องตนเอง และครอบครัวของพวกเขา ด้วยความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องของคุณ UNHCR และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดตั้งโครงการการศึกษาเพื่อเด็กๆผู้ลี้ภัยทั่วโลก ในประเทศไทย เราสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาผ่านโครงการต่างๆ ครูผู้ลี้ภัยคนหนึ่งในค่ายที่รักที่จะส่งต่อความรู้ของเธอได้พิสูจน์ให้เรารู้ถึงความสำคัญการศึกษา

วันนี้ซู เมย์กำลังสอนภาษากะเหรี่ยงให้นักเรียนชั้นประถม ซู เมย์เป็นผู้ลี้ภัยจากรัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า เธออธิบายว่าเด็กๆจะไม่ได้เรียนภาษาแม่ของตัวเองเลยถ้ายังอยู่ในพม่า

ภาษากะเหรี่ยงถูกห้ามในรัฐที่พวกเขาอาศัยอยู่มาหลายปีแล้ว แต่ในค่ายผู้ลี้ภัยในทางตอนเหนือของประเทศไทยนั้นภาษากะเหรี่ยงได้ถูกฟื้นฟูในโรงเรียน เด็กๆชาวกะเหรี่ยงได้กลับมาเรียนที่จะอ่านเขียนภาษาของพวกเขาอีกครั้ง และก็ยังคงพูดภาษาพม่าปกติ

เด็กๆกำลังเรียนภาษาพม่า โดยคุณครูซู เมย์สอน
©UNHCR/S.Rich
เด็กๆกำลังเรียนภาษาพม่า โดยคุณครูซู เมย์สอน

ซู เมย์ดีใจที่ได้สอนภาษาต่อให้คนรุ่นต่อๆมา“หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดในการอยู่ที่ค่ายในไทยนั้นคือฉันได้ไปโรงเรียน และได้เรียนภาษาใหม่ รวมทั้งภาษาพม่าด้วย ในพม่าเราได้เรียนภาษาพม่า แต่ภาษากะเหรี่ยงถูกห้าม พวกเขาไม่อยากให้เราเรียนรู้ภาษาของเรา”

สอนให้เด็กๆเป็นคนดี

“ฉันมาที่นี่กับพ่อแม่ในปี 2539” ซู เมย์อธิบาย “เหมือนทุกๆคนที่นี่ เราเดินเท้ามา ตอนนั้นฉันยังเด็กก็เลยจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่เกี่ยวกับการเดินทาง ฉันแค่รู้ว่าเราไม่ได้มีอะไรติดตัวมามาก”

เหมือนผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงคนอื่นๆในค่ายที่ประเทศไทย ครอบครัวของซู เมย์เป็นเกษตรกร และสูญเสียทุกอย่างจากการโจมตีของกองกำลังทางทหาร ก่อนที่จะหนีมาจากพม่าเพื่อรักษาชีวิตของพวกเขา วันนี้ซู เมย์อายุ 26ปี แต่งงานและมีลูกสองคนอายุ 7และ 5ขวบ ลูกๆและเด็กๆที่เธอสอนคือทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ

คุณครูซู เมย์กำลังสอนภาษาพม่าให้แก่เด็กๆในชั้นของเธอที่มีอายุระหว่าง ๗ ถึง ๘ ขวบ ที่โรงเรียนประถมในค่ายผู้ลี้ภัยบ้านใหม่ในสอย ทางตอนเหนือของประเทศไทย
©UNHCR/S.Rich
คุณครูซู เมย์กำลังสอนภาษาพม่าให้แก่เด็กๆในชั้นของเธอที่มีอายุระหว่าง ๗ ถึง ๘ ขวบ ที่โรงเรียนประถมในค่ายผู้ลี้ภัยบ้านใหม่ในสอย ทางตอนเหนือของประเทศไทย

“ทุกอย่างที่นี่ดี แต่สิ่งที่ดีที่สุดในการอยู่ในประเทศไทยคือการศึกษา สำหรับฉัน และลูกๆ ฉันหวังว่าลูกๆของฉันจะเรียนต่อให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันจะสอนลูกให้ได้มากที่สุด ฉันอยากให้พวกเขาเป็นคนดีและมีชีวิตที่ดีกว่านี้”

“ฉันมีความสุขกับการสอน มันเป็นงานอดิเรกของฉัน ฉันชอบมันและชอบสอนเด็กคนอื่นๆเหมือนที่สอนลูก  พวกเขาต้องการการศึกษาเพื่อจะได้ทำอะไรสักอย่างในชีวิต พวกเขาต้องเรียนรู้ภาษาของพวกเราเพื่อจะทำให้พวกเราอยู่ด้วยกันเป็นปึกแผ่น”

อนาคตแห่งอิสระภาพ

ปัจจุบัน กว่า 2 ทศวรรษมาแล้วที่ผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงคนแรกเดินทางมาถึงไทย สถานการณ์ของพม่ายังคงไม่แน่นอน

ภาพของซู เมย์วัย ๒๖ ครูและผู้ลี้ภัย อาศัยอยู่ในค่ายทางตอนเหนือของประเทศไทย
©UNHCR/S.Rich
ภาพของซู เมย์วัย ๒๖ ครูและผู้ลี้ภัย อาศัยอยู่ในค่ายทางตอนเหนือของประเทศไทย

UNHCRทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางออกที่ถาวรให้ผู้ลี้ภัยอย่างซู เมย์ ด้วยจุดมุ่งหมายคือการช่วยพวกเธอได้กลับบ้าน และจนกว่าวันนั้นมาถึง เราก็จะยังคงสนับสนุนสิ่งจำเป็นต่างๆ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นและดูแลตนเองได้ของพวกเขา

“ฉันหวังว่าฉันจะสามารถไปที่อื่นได้หรือได้กลับไปพม่า แม้ว่าเราอยู่อย่างปลอดภัยที่นี่แต่เราไม่มีอิสระภาพ ถ้าเรากลับไปด้วยกันบางทีมันอาจจะปลอดภัยก็ได้”

ในขณะเดียวกันซู เมย์จะยังคงให้การศึกษาต่อเด็กๆชาวกะเหรี่ยงรุ่นต่อๆไป ส่งต่อภาษาและวัฒนธรรมของพวกเขา ช่วยพวกเขาเตรียมพร้อมที่จะมีอนาคตที่ดีและต่างไปจากเดิม“ครูของฉันสอนฉันมาดี และนั้นทำให้ฉันอยากเป็นครู ฉันสามารถช่วยพวกเขาเปลี่ยนอนาคตได้”