Skip to main content

ภาษา

 

จำนวนผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

ประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวพม่ามากกว่า 90,000 คนในค่ายผู้ลี้ภัย (พื้นที่พักพิงชั่วคราว) จำนวน 9 แห่งตามเขตชายแดนไทย-พม่า

ประเทศไทยมิได้เป็นภาคีสมาชิกกับอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยปี พ.ศ. 2494 และพิธีสารปี พ.ศ. 2510 อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายที่ยอมรับการเข้ามาของผู้ขอลี้ภัย ดังนั้นผู้ลี้ภัยต้องปฏิบัติตามกฎหมายการตรวจคนเข้าเมืองดั่งเช่นชาวต่างชาติอื่น ๆ และภายใต้บริบทดังกล่าว ผู้ลี้ภัยสามารถถูกจับกุม กักกัน และเนรเทศออกนอกประเทศได้

รัฐบาลไทยได้มีการบริหารจัดการสำหรับค่ายผู้ลี้ภัย โดยมีคณะกรรมการพิจารณาสถานภาพผู้ลี้ภัยระดับจังหวัดที่มีการจัดตั้งค่ายผู้ลี้ภัยอยู่นั้น เข้ามาทำการประเมินสถานะผู้ขอลี้ภัยจากประเทศพม่าก่อนที่จะทำการขึ้นทะเบียนผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการเพื่ออาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยได้ กระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการค่ายซึ่งบริหารจัดการโดยผู้ลี้ภัย เป็นหน่วยงานที่ดูแล และจัดการค่ายแบบวันต่อวัน ทั้งนี้ องค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) และหน่วยงานในระดับชุมชนได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านอาหาร ที่พัก ยารักษาโรคและการศึกษาแก่ผู้ลี้ภัย รวมไปถึงผู้ขอลี้ภัยซึ่งมาใหม่และยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการด้วย ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้แสดงบทบาทให้ความช่วยเหลือตลอดแนวชายแดนในปี พ.ศ. 2542 ทุกวันนี้ ยูเอ็นเอชซีอาร์มีสำนักงานอยู่ใน 4 จังหวัดซึ่งมีค่ายผู้ลี้ภัย ยูเอ็นเอชซีอาร์ติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ลี้ภัย เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานปฏิบัติการต่าง ๆ และรวมไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในฐานะตัวแทนผู้ลี้ภัยเพื่อที่จะดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์การปกป้องคุ้มครองตามหลักสากล

ในปี พ.ศ. 2552 ยูเอ็นเอชซีอาร์ประเทศไทยได้เสนอผู้ลี้ภัยจำนวน 19,840 คนสำหรับการพิจาณาเข้าไปตั้งถิ่นฐานใหม่ และผู้ลี้ภัยจำนวน 16,828 ได้ออกเดินทางไปใช้ชีวิตใหม่ในประเทศต่าง ๆ เป็นจำนวน 9 ประเทศแล้ว ในปี พ.ศ. 2553 ยูเอ็นเอชซีอาร์มุ่งหวังที่จะเสนอผู้ลี้ภัยประมาณ 10,000 คนสำหรับการพิจารณาเข้าไปตั้งถิ่นฐานใหม่

ขอบคุณผู้แปล คุณมนัสวี โฉมไสว