Skip to main content

ภาษา

 

ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เดินทางเยือนประเทศไทย

พร้อมสนับสนุนไทยและเมียนมา ในการส่งกลับผู้ลี้ภัยที่อยู่ในประเทศไทยกลับเมียนมา ตามความสมัครใจ และชื่นชมรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคนไร้สัญชาติ

 
 
 
 
 
ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เดินทางเยือนประเทศไทย พร้อมสนับสนุนไทยและเมียนมา ในการส่งกลับผู้ลี้ภัยที่อยู่ในประเทศไทยกลับเมียนมา ตามความสมัครใจ และชื่นชมรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคนไร้สัญชาติ แต่ยังเป็นห่วงปัญหาชาวโรฮิงญาและผู้พลัดถิ่นในเมียนมา ที่เรียกร้องให้ร่วมกันหาทางออกเพื่อสันติภาพในภูมิภาคนี้
 
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายฟิลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ในโอกาสการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
 
นายกรัฐมนตรี ขอบคุณ UNHCR  ที่ร่วมมือกับไทยตั้งแต่สมัยสงครามอินโดจีนจนถึงปัจจุบัน ในการให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัย โดยไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับ UNHCR ในการส่งผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมากลับประเทศตามหลักความสมัครใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยได้ติดตามดูแลสภาพความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข ความจำเป็นพื้นฐาน รวมทั้งให้พื้นที่พักพิงชั่วคราว โดยหวังว่า UNHCR จะประสานกับรัฐบาลไทยอย่างใกล้ชิด และยังคงให้การสนับสนุนด้านการขนส่ง รวมถึงคงความช่วยเหลือแก่กลุ่มที่ยังเหลืออยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวต่อไป
 
นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีที่ UNHCR แต่งตั้ง น.ส. ไปรยา ลุนด์เบิร์ก นักแสดงชาวไทย เป็นทูตสันถวไมตรี UNHCR คนแรกของประเทศไทยและคนแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้มีชื่อเสียงชาวไทยคนอื่น เช่น พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี เพื่อส่งเสริมแนวคิดระหว่างความเชื่อและการอยู่ร่วมกันโดยสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม และความเชื่อมโยงระหว่างหลักพระพุทธศาสนากับหลักมนุษยธรรม
 
 
 

นายฟิลิปโป กรันดี  ข้าหลวงใหญ่ ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเริ่มทำงานเพื่อผู้ลี้ภัยในประเทศไทย ชื่นชมที่ไทยยังคงหลักการด้านมนุษยธรรมอย่างไม่เปลี่ยนแปลง นับจากการให้ที่พักพิงผู้ลี้ภัยกว่าหนึ่งล้านคนจากอินโดจีน และการให้ที่พักพิงผู้ลี้ภัยจากประเทศเมียนมา กว่า 1 แสนคนในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่งตามแนวชายแดนไทยเมียนมา ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา จนมีความร่วมมือกับเมียนมาในการส่งกลับผู้ลี้ภัย กลุ่มแรก 71 คนได้กลับประเทศโดยสมัครใจ เมื่อปีที่แล้ว และยังมีอีก 260คนที่รอการพิจารณาจากประเทศเมียนมาร์เพื่อเดินทางกลับ ซึ่งทั้งสองประเทศพร้อมที่จะผลักดันเรื่องนี้ โดยมาจากความสมัครใจของผู้ลี้ภัย

 

ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้แก้ไขปัญหาบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ ที่ทำให้เด็กนักเรียน และ คนไร้รัฐไร้สัญชาติกว่า 8,000 คนได้รับสัญชาติไทยเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เด็กได้รับการศึกษา และอยากเห็นความคืบหน้าของรัฐบาลในการมอบสิทธิการรักษาพยาบาลให้กับผู้ลี้ภัยในเมืองและผู้ขอลี้ภัย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เฉพาะในกรุงเทพ มีผู้ลี้ภัยในเมืองจาก 50 ประเทศ เช่น ปากีสถาน ซีเรีย ศรีลังกา โซมาเลีย อัฟกานิสถานจำนวน กว่า 7,000 คน มีกว่า 4,000 คนที่ UNHCR รับรองสถานะแล้ว ยังขอสถานะอีกกว่า 3,000 คน

 

ก่อนหน้านี้ ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ได้เดินทางเยือนเมียนมา เป็นเวลา 6 วัน เนื่องจากเมียนมามีปัญหาผู้พลัดถิ่นกว่า 1 ล้านคน นอกจากเข้าพบนางอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ หารือถึงการส่งกลับผู้ลี้ภัยแล้ว ยังย้ำถึงการร่วมกันหาทางออกปัญหาผู้พลัดถิ่นในประเทศ โดยเฉพาะชาวโรฮิงญา ที่นายกรันดี  ได้ไปเยี่ยมชุมชนมุสลิม และชุมชนยะไข่ทางในเมืองทองดอว์ รัฐยะไข่ จึงเรียกร้องให้มอบเสรีภาพในการเดินทาง และการเข้าถึงบริการ และการมอบสิทธิพลเมือง เพราะปัญหาชาวโรฮิงญา เชื่อมโยงในหลายประเทศ รวมถึงไทยและบังคลาเทศ ที่ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติจะเดินทางไปเยือนบังคลาเทศเป็นประเทศสุดท้ายของการเยือนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

 

#ข่าว3มิติ #UNHCR #UNHCRThailand