Skip to main content

ภาษา

 

คำแถลงโดยแองเจลินา โจลี ผู้แทนพิเศษของข้าหลวงใหญ่ฯ UNHCR ในวาระครบรอบ 7 ปี ของวิกฤตการณ์ซีเรีย

 

คำแถลงโดยแองเจลินา โจลี ผู้แทนพิเศษของข้าหลวงใหญ่ฯ UNHCR ในวาระครบรอบ 7 ปี ของวิกฤตการณ์ซีเรีย

“วันนี้เป็นวันครบรอบอีกหนึ่งปีของวิกฤตการณ์ซีเรีย โศกนาฏกรรมอันน่าอับอายโดยฝีมือมนุษย์ ที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

 

นี่เป็นสงครามที่ยืดเยื้อและส่งผลกระทบโดยตรงต่อพลเรือนที่โดนระเบิด รมแก๊สและปิดล้อม พวกเขาอดอยาก ทรมานและถูกบังคับให้พลัดถิ่น ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก

ตลอด 7 ปี มานี้ เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเหมือนไม่มีวันจบสิ้น  ชีวิตของผู้บริสุทธิ์หลายแสนคนถูกสังเวยให้กับความขัดแย้งที่ไร้เหตุผลนี้

 

ไม่มีสิ่งใดที่จะยกมาเป็นข้อกล่าวอ้างได้อีกหลังจาก 7 ปีของสงครามที่โหดร้าย ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ฉันได้พบ พวกเขาเหนื่อยหน่ายกับคำสัญญาที่ว่างเปล่าคำแถลงการณ์แสดงความเสียใจ และตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น

ทุกคนเห็นว่าประชาคมโลกไม่ได้ลงมือหรือปฏิบัติในสิ่งที่ควรทำ และประเทศที่มีผลต่อแรงจูงใจที่ทำให้เกิดความขัดแย้งนี้ยังเอาความสนใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง ตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่มีอะไรอิบายได้ดีไปกว่าคำว่าทารุณกรรม ขาดมนุษยธรรม โดยไม่สนใจกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิของประชาชนชาวซีเรีย เราจะต้องทนทุกข์และอยู่กับความหวาดกลัวไปอีกหลายสิบปีกับความผิดพลาดในซีเรีย เหมือนกับที่เราเป็นอยู่ตอนนี้จากความผิดพลาดครั้งก่อนของเราที่คอยตามหลอกหลอน

 

ฉันขออยู่เคียงข้างครอบครัวชาวซีเรีย ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับสงคราม ผู้ที่บ้าน วิถีชีวิต และความหวังถูกทำลายลง และฉันขอร่วมเคียงข้างทุกคนที่ทำหน้าที่อย่างกล้าหาญเพื่อคุ้มครอง ปกป้องชีวิตและบรรเทาทุกข์ของผู้ที่กำลังทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ผู้ที่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้ในซีเรีย

 

จนกว่าความสงบสุขจะเกิดขึ้นอีกครั้งในซีเรีย เราต้องอยู่เคียงข้างพวกเขาอย่างมั่นคงเพื่อปกป้องผู้ที่ถูกบังคับให้ออกจากบ้าน ไม่ว่าตอนนี้พวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม นี่เป็นสิ่งที่อย่างน้อยเราสามารถทำได้ และ ฉันขอเรียกร้องอีกครั้งให้สมาชิกของสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติต่อประเทศสมาชิกต่างๆ ไม่เพียงแต่เพื่อแก้ไขเรื่องนี้ที่ต้นเหตุของความขัดแย้ง เสนอข้อเรียกร้องไม่เพียงแต่การหยุดยิงและการแสดงออกทางการทูตต่อวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังรวมถึงความยุติธรรมและความรับผิดชอบจากการคุกคามสิทธิมนุษยชนครั้งใหญ่ต่อประชาชนชาวซีเรีย"