Skip to main content

ภาษา

 

7 ปี แห่งความขัดแย้งในประเทศซีเรีย “โศกนาฏกรรมที่ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ”

 

ความเจ็บปวดที่ไม่สิ้นสุดของประชาชนชาวซีเรียตอกย้ำความล้มเหลวที่น่าอับอายของเจตจำนงค์ทางการเมืองและความย่ำแย่ของความขัดแย้งที่ยาวนาน ซึ่งครบรอบ 7 ปีในเดือนมีนาคมนี้  นายฟิลลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติกล่าวไว้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

“ปีที่ 7 ของสงครามนี้เป็นโศกนาฏกรรมที่ใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ เพื่อประโยชน์ของทุกชีวิต ถึงเวลาแล้วที่ความขัดแย้งรุนแรงนี้ต้องสิ้นสุดลง ไม่มีผู้ชนะที่แท้จริงในทางออกด้วยวิธีทางการทหารที่ไร้ประโยชน์ มีแต่ภาพของผู้พ่ายแพ้ที่เด่นชัดต่อสายตาเราทุกคน นั่นคือประชาชนชาวซีเรีย” นายฟิลลิปโป เสริม

 

7 ปีของการต่อสู้แลกมาด้วยชีวิตนับแสนชีวิต ผู้คนกว่า 6.1 ล้านคน ถูกขับให้ออกจากบ้านและพลัดถิ่นอยู่ในประเทศซีเรีย ผู้ลี้ภัยราว 5.6 ล้านคน ถูกบังคับให้ต้องเดินทางเพื่อแสวงหาที่พักพิงที่ปลอดภัยในประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน

 

สถานการณ์ที่ประชาชนในประเทศซีเรียกำลังเผชิญในขณะนี้ย่ำแย่กว่าที่เคยเป็นมา  ร้อยละ 69 อยู่ในสภาพหิวโหย อ่อนแรงและยากจนข้นแค้น การจัดสรรค่าใช้จ่ายของครอบครัวกว่าครึ่งจากรายได้ทั้งหมดถูกใช้ไปกับอาหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 90 ในขณะที่ราคาอาหารสูงขึ้น 8 เท่าจากราคาเฉลี่ยก่อนเกิดวิกฤตการณ์ ผู้คนราว 5.6 ล้านคน กำลังตรากตรำกับสภาวะที่ยากลำบากในแง่ของความปลอดภัย สิทธิขึ้นพื้นฐาน หรือมาตรฐานในการดำรงชีพและต้องการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

 

UNHCR และองค์กรพันธมิตรด้านมนุษยธรรมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการมากที่สุดที่ยังอยู่ภายในประเทศ แต่การเข้าถึงประชาชนเหล่านั้นถูกปิดกั้นและการส่งมอบความช่วยเหลือในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากยังคงไม่เพียงพอ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม องค์การสหประชาชาติและหน่วยงานด้านมนุษยธรรมได้ร่วมกันลำเลียงความช่วยเหลือให้แก่ประชาชนในเมืองดูมา ทางตะวันออกของเมืองกูตา พื้นที่ซึ่งเคยถูกปิดกั้นและมีการเปิดพื้นที่มากขึ้นในเวลาต่อมา แต่อย่างไรก็ตามการต่อสู้ในพื้นที่ที่ยังเกิดขึ้นบีบบังคับให้ขบวนความช่วยเหลือต้องกลับออกมาก่อนที่อาหารจะถูกแจกจ่ายให้กับผู้ที่หิวโหยไปได้เพียงไม่ถึงครึ่งตามที่ตั้งเป้าหมายไว้และความพยายามในการกลับเข้าไปในพื้นที่อีกครั้งถูกขัดขวาง

 

UNHCR และหน่วยงานด้านมนุษยธรรมเตรียมพร้อมตลอดเวลาและมีความกระตือรือร้นในการส่งมอบความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ผู้คนนับแสนคนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างมากที่ยังติดอยู่ทางตะวันออกของเมืองกูตาและพื้นที่อื่นๆในพื้นที่ที่ยังถูกปิดกั้น

 

 

“แม้แต่ในสงคราม ยังมีกฎว่าทุกฝ่ายต้องเคารพซึ่งกันและกัน แต่ในครั้งนี้แม้แต่ทางเลือกในการหนีออกจากพื้นที่ความขัดแย้งไปยังพื้นที่ปลอดภัยภายในประเทศซีเรียเองยังถูกจำกัดขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่มอบให้ผู้ที่ต้องการควรได้รับการรับรอง ผู้คนควรได้รับอนุญาตให้ออกจากพื้นที่เพื่อแสวงหาที่ปลอดภัย ประชาชน รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่โรงพยาบาลและโรงเรียนควรได้รับการปกป้องในทุกกรณี” นายกรันดี กล่าว

สถานการณ์ความอันตรายบริเวณชายแดนในประเทศซีเรียทำให้ความหวังของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียหลายล้านคนที่อาศัยอยู่ในประเทศตุรกี เลบานอน จอร์แดน อียิปต์ และอิรัก ที่ต้องการกลับบ้านเมื่อพื้นที่ปลอดภัยได้จบลง

“ในขณะที่การต่อสู้รุนแรงในซีเรียยังคงดำเนินอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ผู้ลี้ภัยเข้าใจและยังคงหวาดกลัวต่อการเดินทางกลับ” นายกรันดี กล่าว

UNHCR ช่วยเตรียมความพร้อมในการเดินทางกลับ แต่สถานการณ์ความปลอดภัยต้องดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก่อนการเดินทางกลับจะเกิดขึ้นได้

ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียหลายล้านคนแย่ลงเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะต่ำกว่าเส้นความยากจน มากกว่า 3 ใน 4 ที่อาศัยอยู่ในจอร์แดนและเลบานอนไม่สามารถจ่ายค่าอาหาร ที่พักพิง ยารักษาโรคและการศึกษา

 

สัดส่วนของเด็กผู้ลี้ภัยในโรงเรียนเพิ่มสูงขึ้นใน 2-3 ปี ที่ผ่านมา เด็กผู้ลี้ภัย 1.7 ล้านคนอยู่ในวัยเรียน ในจำนวนนี้ร้อยละ 43 ไม่ได้ไปโรงเรียน โรงเรียนรัฐบาลในประเทศที่ให้ที่พักพิงเพิ่มระบบการเรียนเป็น 2 ช่วงเวลา เพื่อรองรับนักเรียนชาวซีเรียและต้องการการสนับสนุนอีกมาก

 

“ในขณะที่เรามุ่งเน้นไปที่สถานการณ์ความรุนแรงภายในประเทศซีเรีย เราไม่ควรลืมผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านที่ให้ที่พักพิงและชีวิตของผู้ลี้ภัยหลังจากการลี้ภัยเป็นเวลาหลายปี” ข้าหลวงใหญ่ฯ กล่าว “ตราบเท่าที่ยังไม่มีทางออกทางการเมืองให้กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ประชาคมโลกต้องยกระดับความช่วยเหลือในประเทศที่ให้ที่พักพิง”

ข้าหลวงใหญ่ฯ ได้กล่าวถึงการประชุมระดับนานชาติใน การสนับสนุนอนาคตของประเทศซีเรียและภูมิภาค ที่จะเกิดขึ้นที่เมืองบรัซเซล วันที่ 24 และ 25 เมษายน ว่าต้องมีการให้คำมั่นร่วมกันในการยกระดับความช่วยเหลือด้านการเงินและการพัฒนา

เป็นเวลาหลายปีที่เราได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากผู้บริจาค แต่เรายังต้องการความช่วยเหลืออีกมาก ในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆขององค์การสหประชาชาติและองค์กรพันธมิตรราว 270 องค์กร แถลงแผนรับมือผู้ลี้ภัยและฟื้นฟูภูมิภาคแห่งสหประชาชาติหรือ 3RP ประจำปี 2561 เงินจำนวน 4.4 พันล้านดอลล่าห์สหรัฐถูกวางแผนไว้เพื่อให้ความช่วยเหลือทั้งผู้ลี้ภัยและสมาชิกในชุมชนที่ให้ที่พักพิง แต่ช่องว่างระหว่างความต้องการและทรัพยากรที่มียังกว้างมาก ในปี พ.ศ.2560 หน่วยงานนานาชาติที่ให้ความช่วยเหลือได้รับการสนับสนุนเพียงครึ่งเดียวของงบประมาณที่ต้องการ

ตอนนี้ข้าหลวงใหญ่ฯ ลงพื้นที่ประเทศเลบานอน และจะใช้เวลา 3 วัน เพื่อประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงและผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ได้รับการลงทะเบียนแล้วกว่า 1 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ท่านได้กล่าวยกย่องในความเมตตาของประเทศเลบานอนที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยเป็นจำนวนมากที่สุด เกือบเท่าจำนวนผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในทวีปยุโรปทุกประเทศรวมกัน แต่อย่างไรก็ตามการสนับสนุนที่ไม่เพียงพอจากประชาคมโลกจะทำให้ความเปราะบางของผู้ลี้ภัยและชุมชนที่พวกเขาพักอาศัยอยู่เพิ่มสูงขึ้น

บริจาคตอนนี้

 

 

รายการข่าว 3 มิติ นำเสนอข่าว ร่วมระดมทุนวันที่ 31 มีนาคม 2561