Skip to main content

ภาษา

 

การขนย้ายผู้ลี้ภัยออกจากเขตมรสุมในประเทศบังคลาเทศ

เพื่อช่วยผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญารับมือกับหน้ามรสุม UNHCR ได้มอบผ้าใบกันน้ำให้ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา

 

คุณยายซูรุซ จาฮาน วัย 75 ปี ได้รับผ้าใบเอนกประสงค์ของ UNHCR ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ © UNHCR/Roger Arnold

 

ณ ค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศคุณยายซูรุซ จาฮาน ผู้มีร่างกายผอมแห้ง เปราะบาง ไม่ได้สวมรองเท้า เดินเท้าลี้ภัย ฝ่าหุบเขา และฝนตกหนักเพื่อหนีจากความรุนแรง

ทันทีที่มาถึงประเทศบังคลาเทศ ภายใต้สภาวะอากาศอันขุ่นมัวจากมรสุม คุณยายวัย 75 ปีคนนี้ต่อแถวเพื่อรับผ้าใบกันฝนที่ทนต่อการฉีกขาดจาก UNHCR เป็นคนแรก นับเป็นก้าวที่สำคัญในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอที่ค่ายผู้ลี้ภัยแห่งนี้

 

“การได้รับผ้าใบนี้มันเหมือนฉันได้พบกับพ่อแม่ของฉันอีกครั้ง”

 

“ราวกับฉันได้พบพ่อกับแม่ของฉันอีกครั้งหนึ่ง” คุณยายซูรุซพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา น้ำตาคลอ “ตอนนี้ฉันมีที่พักพิงแล้ว ต่อไปฉันก็จะเริ่มหาอาหารเพื่อประทังชีวิตต่อ”

UNHCR พยายามอย่างมากที่จะช่วยผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่ยังอยู่ข้างนอกค่ายโดยไม่มีที่กำบัง  ด้วยการแจกจ่ายผ้าพลาสติกเอนกประสงค์ให้แก่พวกเขา 

 

 

นอกจากนี้ทีม UNHCR ได้เฝ้าดูสถานการณ์บริเวณชายแดน  เพื่อมอบผ้าพลาสติกเอนกประสงค์ และความช่วยเหลือด้านอื่นๆแก่ผู้ลี้ภัยทันทีที่พวกเขาเดินทางมาถึง เช่นเดียวกับคุณยายซูรุซ ลูกชาย รวมถึงหลานอีกสองคนของเธอ 

นาย เฟลิเป้ คามาโก้ หัวหน้าทีมช่วยเหลือฉุกเฉินวิกฤติผู้ลี้ภัยในบังคลาเทศ ของ UNHCR กล่าวว่า “ด้วยสภาพอากาศที่รุนแรง เราต้องมอบสิ่งที่เขาใช้กำบังได้ทันทีที่มาถึง เดือนที่แล้ว ผู้หญิง เด็ก และครอบครัวผู้ลี้ภัยเดินทางมาถึงราว 501,000 คน โดยประมาณ และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน’’  คามาโก้กล่าว

 

อับดู ซัคเคอร์ หนุ่มน้อยวัย 18 ปี ได้รับผ้าใบเอนกประสงค์ของ UNHCR ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ © UNHCR/Roger Arnold

 

ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ต้องอาศัยอยู่นอกค่ายและที่พักพิงชั่วคราวข้างถนนแถบตะวันออกเฉียงใต้ของบังคลาเทศ ที่ซึ่งครอบครัวใหญ่ๆหลายครอบครัวที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันจะรวมตัวอยู่ด้วยกันเพื่อรักษาความสัมพันธ์ในกลุ่มของพวกเขา

คุณคามาโก้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ภาคสนามของ UNHCR แจกจ่ายผ้าใบกันน้ำวันละ 2-3 รอบเพื่อให้เข้าถึงผู้ลี้ภัยทุกคนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

คุณคามาโก้เพิ่มเติมว่า คนในชุมชนที่นี่รวมตัวกันเข้มแข็งซึ่งเป็นหลักประกันได้ว่า ผู้คนจะได้รับสิ่งของที่จำเป็นอย่างทั่วถึงมากที่สุด” เขากล่าวอีกว่าด้วยว่า  "ถ้าผู้ลี้ภัยไม่ใช้ผ้าพลาสติกเอนกประสงค์เพื่อหลังคา แต่พวกเขาก็สามารถนำมาใช้ปูพื้นได้"

 

“สิ่งนี้จะช่วยคุ้มครองพวกเราจากฝน”

 

อับดู ซัคเคอร์ หนุ่มน้อยวัย 18 ปี  ซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงค่ายคือหนึ่งในกลุ่มคนที่มาขอรับผ้าพลาสติกเอนกประสงค์ ในสภาวะอากาศมรสุมรุนแรง อับดูกล่าว่า “สิ่งนี้จะช่วยพวกเราจากฝน....และช่วยให้เราเริ่มต้นชีวิตใหม่”

ในขณะที่เราได้ทำการแจกจ่ายผ้าพลาสติกเอนกประสงค์ เราได้ทำการจัดการโครงการขยายพื้นที่ค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองบนพื้นที่ 2,000 เอเคอร์บริเวณนอกเขตค่ายให้ดีขึ้น

ในสัปดาห์นี้กองทัพของประเทศบังคลาเทศได้ช่วยสร้างถนนเพื่อช่วยให้การลำเลียงความช่วยเหลือไปยังค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองสะดวกมากขึ้น

UNHCR ยังได้เร่งส่งยานพาหนะจำนวน 23 คันเพื่อสมทบความช่วยเหลือจากหน่วยงานของประเทศบังกลาเทศ ทั้งนี้รวมถึงการบริจาครถปิคอัพ 10 คันให้แก่ทางรัฐบาล

 

การสนับสนุนของคุณจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้หญิง หรือ ผู้ชาย ในประเทศบังคลาเทศ สามารถบริจาคได้ที่นี่