Skip to main content

ภาษา

 

ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา เร่งซ่อมแซมที่พักพิงเพื่อรับมือกับหน้ามรสุมที่กำลังคืบคลานเข้ามา

 

เจ้าหน้าที่ UNHCR ทำงานในพื้นที่ เร่งอพยพและเสริมสร้างความแข็งแรงของที่พักให้ทนทานต่อแดดและฝนให้กับที่พักพิงกว่า 80,000 หลังคาเรือนทางตอนใต้ของประเทศบังคลาเทศ ให้สำเร็จภายในเดือนมีนาคม

นูร์ โฮซเซ็น กำลังซ่อมแซมหลังคาที่พักของครอบครัวในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ ในขณะที่ ทามจินา มุนนี ลูกสาววัย 7 ขวบ กำลังอุ้มนัวร์ น้องสาววัย 2 ขวบ © UNHCR/Andrew McConnell
นูร์ โฮซเซ็น กำลังซ่อมแซมหลังคาที่พักของครอบครัวในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ ในขณะที่ ทามจินา มุนนี ลูกสาววัย 7 ขวบ กำลังอุ้มนัวร์ น้องสาววัย 2 ขวบ © UNHCR/Andrew McConnell

 

ค่ายผู้ลี้ภัยส่วนต่อขยายกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ - บนพื้นดินที่ถูกยกสูงขึ้นเต็มไปด้วยที่พักพิงชั่วคราวเรียงรายยาวเหยียด ฮาฟซา ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา วัย 55 ปี และโมฮัมหมัด สามีของเธอวัย 60 ปี ควบคุมการก่อสร้างที่พักพิงให้แข็งแรงขึ้น แข่งกับเวลาก่อนหน้ามรสุมจะมาถึง

พวกเขามีเสาจากไม้ไผ่ขนาดใหญ่สูง 25 ฟุต 4 เสา ใช้สำหรับทำเป็นเสาหลัก เป็นส่วนหนึ่งของชุดอุปกรณ์การสร้างที่พักพิงที่ได้รับจาก UNHCR นอกจากนี้ในชุดยังมีชิ้นส่วนที่ทำจากไม้ไผ่แบบบาง ผ้าใบกันน้ำ และชุดเครื่องมือประกอบไปด้วย ค้อน ตะปู และเชือกพลาสติกเพื่อทำให้ที่พักแข็งแรงและกันน้ำ ปกป้องพวกเขาจากฝนในหน้ามรสุมที่คาดการณ์ว่าจะมาถึงในเดือนมีนาคม

“ตอนนี้เรามีของที่จำเป็นต่อการก่อสร้างและเป็นไปตามประสงค์ของพระเจ้า ที่พักของเราจะยังแข็งแรงขณะที่เรายังต้องอยู่ที่นี่ ” ฮาฟซา กล่าว

 

ช่วงสัปดาห์แรกของปลายเดือนสิงหาคม เมื่อผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาเดินทางมาถึงประเทศบังคลาเทศ เรามีเวลาเพียงน้อยนิดเพื่อวางผังและแผนการก่อสร้างบ้านเรือน  จึงมอบวัสดุที่ใช้ไม่ว่าจะเป็นไม้ไผ่หรือผ้าใบที่พอหาได้ในท้องถิ่น จัดเป็นชุดและให้แก่ผู้ลี้ภัยในเบื้องต้น

ขณะนี้จำนวนผู้ลี้ภัยที่เดินทางเข้ามาลดลง ผู้ลี้ภัยกว่า 655,000 คนอยู่ในพื้นที่ โดยส่วนใหญ่พักอยู่ในค่ายส่วนต่อขยายของค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง เราจึงมุ่งเน้นไปที่การมอบวัสดุการสร้างที่พักที่ดีขึ้น ช่วยให้ผู้ลี้ภัยสร้างและซ่อมแซมโครงสร้างที่พักที่ทนทาน และยังอพยพครอบครัวผู้ลี้ภัยไปยังพื้นที่ที่แข็งแรงมั่นคงมากขึ้น

“เรายังมีงานอีกมากที่ต้องทำ”

 

ทั้งหมดที่เราทำนี้เพื่อช่วยชีวิตพวกเขาก่อนที่หน้าฝนจะเริ่มขึ้นในอีกไม่นาน ซึ่งพื้นที่ที่อ่อนไหวในบริเวณนี้ รวมถึงเนินที่กระจัดกระจายจะถูกเซาะโดยฝนเกิดแผ่นดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน

“เรามีงานอีกมากที่ต้องทำ” ริชาร์ด อีวาน เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านที่พักพิงในเมืองค็อกบาร์ซาร์ของ UNHCR กล่าว “ก่อนที่มรสุมจะมาถึง เราต้องอพยพผู้คนขึ้นที่สูงให้ได้มากที่สุดและมอบชุดอุปกรณ์ที่พักพิงอย่างต่อเนื่อง”

จนถึงตอนนี้ UNHCR ได้ส่งมอบชุดอุปกรณ์ที่พักพิงจำนวน 30,000 ชุด และตั้งเป้าหมายว่าจะส่งมอบให้ได้ 80,000 ชุด ภายในเดือนมีนาคม โดยคาการณ์ว่าในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองมีจำนวนที่พักพิงรวมประมาณ 100,000 หลัง 

 

เพื่อส่งมอบชุดที่พักพิงตามเป้าหมายในเดือนมีนาคม UNHCR และองค์กรพันธมิตรทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนในการให้คำแนะนำแก่ครอบครัวผู้ลี้ภัยเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งที่พักของพวกเขา รวมไปถึงความช่วยเหลือในการก่อสร้าง ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ครอบครัวผู้ลี้ภัยอีกหลายพันครอบครัวในพื้นที่ยังรวมไปถึงการขุดช่องระบายน้ำ และการกำจัดควันที่เกิดจากการประกอบอาหาร

ซาลิม วัย 80 ปี เป็นหนึ่งนี้ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจาก เขาต้องการปรับปรุงที่พักให้มีความแข็งแรงทนทานมากยิ่งขึ้นด้วยความช่วยเหลือจาก UNHCR BRAC องค์กรเอกชนท้องถิ่น องค์กรพันธมิตรของ UNHCR และเพื่อนบ้าน

เขาสร้างชั้นวางซึ่งเป็นชั้นลอยพื้นที่สำหรับเก็บของและที่วางเท้าจากไม้ไผ่ที่ถูกยกสูงขึ้น ด้านข้างของที่พักที่สร้างขึ้นใหม่ทำจากผ้าใบกันน้ำ ขึงด้วยไม้ไผ่ที่ถูกฉีกเป็นเส้นและทอเข้าด้วยกันอย่างเชี่ยวชาญซึ่งนี่กลายเป็นกิจกรรมที่มีให้เห็นเป็นปกติในค่าย ความพยายามเหล่านี้จะช่วยให้ที่พักทนทานต่อสภาพอากาศและพายุฝนที่กำลังจะมาถึงนี้มากขึ้น

“เรารักษาให้ที่พักนี้สะอาดและเรียบร้อย และพยายามทำให้มันแข็งแรงขึ้นเมื่อทำได้ ”

 

“ฉันสร้างมันร่วมกับคนอื่นๆ” เขาเล่า “เราต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก แต่เราจะรักษาให้ที่พักสะอาดเรียบร้อย และพยายามทำให้มันแข็งแรงขึ้นเมื่อทำได้”

มีมุมมองดีๆเกิดขึ้นในชุมชนเกี่ยวกับการสร้างที่พักพิงในค่าย กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้ลี้ภัยผู้ชายได้รับโอกาสและรู้สึกถึงคุณค่าของการได้ทำงานที่เป็นประโยชน์ หลายครั้งที่ชุมชนและครอบครัวขยายที่เคยอยู่ด้วยกันในประเทศเมียนมาร์หรือเคยไปมาหาสู่กันช่วยกันสร้างและซ่อมแซมที่พัก

แน่นอนว่าเทคนิคและวัสดุอุปกรณ์ไม่เหมือนกับที่ใช้ก่อนหน้านี้ในชุมชนรัฐยะไข่ ไม่มีส่วนผสมของคอนกรีตเป็นฐาน หรือส่วนประกอบของไม้จำนวนมาก

 

เปลือกข้าวอัดรูปถูกแจกจ่ายให้กับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองใช้ในการก่อไฟ เป็นทางเลือกที่ยั่งยืนทดแทนการตัดไม้ © UNHCR/Andrew McConnell
เปลือกข้าวอัดรูปถูกแจกจ่ายให้กับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองใช้ในการก่อไฟ เป็นทางเลือกที่ยั่งยืนทดแทนการตัดไม้ © UNHCR/Andrew McConnell

 

หนึ่งในความท้าทายในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองคือสิ่งแวดล้อม เมื่อผู้ลี้ภัยจำนวนมากเดินทางมาถึงเมื่อปีที่แล้ว ไม้จำนวนมากถูกตัดมาเพื่อทำเป็นเชื้อเพลิง ถูกถอนแม้กระทั่งราก ในทางกลับกันยิ่งซ้ำเติมปัญหาดินถล่ม และดินกัดเซาะเมื่อมรสุมมาถึง น้ำฝนจะไหลลงมาจากเนินเขา รวมกับน้ำในสระในพื้นที่ที่ต่ำกว่า

UNHCR พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทดแทนสภาพแวดล้อมที่ถูกทำลายโดยการมอบเปลือกข้าวอัดรูปใช้เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งมาจากแหล่งทรัพยากรที่ยั่งยืนในเมืองจิตตากอง

มีการวางแผนล่วงหน้าสำหรับสถานการณ์หลังจากหน้ามรสุม สันนิษฐานว่าต้นแบบของไม้ไผ่และผ้าใบกันน้ำที่ใช้ในการสร้างที่พักพิงที่นี่จะถูกเก็บรักษา เนื่องจากที่พักแบบต่างๆที่ใช้ในค่ายอื่นไม่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศของประเทศบังคลาเทศ

การสนับสนุนจากคุณจำเป็นเร่งด่วนต่อการช่วยเหลือเด็ก ผู้หญิงและครอบครัวผู้ลี้ภัยในประเทศบังคลาเทศ โปรดบริจาคตอนนี้