Skip to main content

ภาษา

 

ชาวโรฮิงญาลี้ภัยไปยังประเทศบังคลาเทศ

พวกเขาหมดแรง อ่อนล้า แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาดูโล่งใจที่มาถึงฝั่ง © UNHCR

 

 

 

เรากำลังเดินทางไปยังค่ายผู้ลี้ภัย และระหว่างขับผ่านชายหาดเราเห็นเรือจำนวนมากในทะเลที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนที่ต้องลี้ภัยจากความรุนแรง พวกเขาหมดแรง อ่อนล้า แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาดูโล่งใจที่มาถึงฝั่ง บางคนล้มลงบนชายหาดทันทีที่มาถึง

 

ฉันทำงานเพื่อผู้ลี้ภัยมานานกว่า 15 ปี และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกสิ้นหวังและหดหู่มากที่สุด มันทำให้ฉันนึกถึงรูปภาพที่เคยเห็นของเรือผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามในปี พ.ศ.2523 แต่นี่เวลาผ่านมานานกว่า 30 ปีแล้ว ฉันไม่อยากเชื่อว่ายังคงมีเรื่องแบบเดิมเกิดขึ้นอีก เรื่องนี้เกิดขึ้นอีกครั้งได้อย่างไร

 

เด็ก ผู้หญิง และครอบครัวชาวโรฮิงญากว่า 164,000 คนถูกบังคับให้ลี้ภัยไปประเทศบังคลาเทศเพื่อหนีความรุนแรงในเมียนมาร์ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา 20,000 คนต้องลี้ภัยต่อวัน ผู้ลี้ภัยมีตั้งแต่เด็กอ่อนที่คลอดกลางทาง เด็กทารก เด็กพลัดพรากจากพ่อแม่ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ พวกเขาบาดเจ็บ เหนื่อยล้า และหิวโหย และต้องการการช่วยชีวิต หลังจากเดินหลายสิบวันจากหมู่บ้านของพวกเขา พวกเขาเดินทางข้ามป่า ข้ามภูเขา และแม่น้ำ และมีเพียงเสื้อผ้าเท่านั้นที่นำติดตัวมาด้วย

 

ผู้ลี้ภัยพบเจอพบเจอเหตุการณ์ที่เลวร้ายและน่ากลัว พวกเขาต้องเอาชีวิตรอดจากหมู่บ้านที่ถูกเผาและการถูกทำร้ายรุนแรง หลายคนเห็นคนในครอบครัวถูกฆ่า   ลี้ภัยอย่างยากลำบากเพื่อความปลอดภัยและการได้รับความคุ้มครองในประเทศบังคลาเทศ ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เดินทางยาวนานหลายสิบวันกว่าจะถึง พวกเขาหิว เหนื่อย ขาดน้ำ และสับสน บางคนไม่ได้ทานอาหารตั้งแต่ออกจากหมู่บ้านและมีชีวิตรอดจากการดื่มน้ำฝนหรือน้ำจากพื้นดินเท่านั้น

UNHCR อยู่ในพื้นที่และทำงานตลอดเวลาเพื่อให้ความช่วยเหลือพวกเขาในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง และนายาพารา ประเทศบังคลาเทศ

เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วนดังนี้

• เข้าช่วยผู้รอดชีวิตจากการเดินทางอันโหดร้ายทันทีที่พวกเขามาถึง และจัดหาที่พักพิงให้กับผู้รอดชีวิต

• ให้การช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ลี้ภัยที่เพิ่งเดินทางมาถึง และเร่งช่วยกลุ่มที่เปราะบางมากที่สุดเช่นเด็กทารก ผู้ได้รับบาดเจ็บ เด็ก ผู้หญิง คนชรา และให้ความช่วยเหลือที่พวกเขาต้องการรวมถึงการรักษาพยาบาลและการติดตามครอบครัวสำหรับเด็กที่ถูกพลัดพรากจากพ่อแม่

• เปิดพื้นที่โรงเรียนศูนย์ชุมชนและศูนย์การเรียนรู้ในค่ายทั้งสองแห่งเพื่อรองรับผู้ลี้ภัยที่เข้ามาใหม่

• สร้างโครงสร้างที่พักพิงชั่วคราวให้ปลอดภัยและแข็งแรง

• มอบที่พักพิงฉุกเฉินชั่วคราวเพื่อผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษเช่น เด็กเล็ก ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ

• มอบเสื่อนอนให้เด็กและครอบครัวผู้ลี้ภัย เพื่อช่วยให้พวกเขาปลอดภัยจากการต้องนอนบนพื้นดิน

• มอบเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม สิ่งของยังชีพเพื่อความสะอาดและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ลี้ภัย