Skip to main content

ภาษา

 

รายงานของ UNHCR เผย จำนวนผู้เสียชีวิตที่เดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

 

The first migrants from the Aquarius ship arrive at the port of Valencia on an Italian ship, the Dattilo, June 2018.  © UNHCR
The first migrants from the Aquarius ship arrive at the port of Valencia on an Italian ship, the Dattilo, June 2018. © UNHCR

 

 

3 ปีผ่านไป ภาพที่ปรากฎต่อสายตาคนทั่วโลก ภาพของ อลัน เคอร์ดี เด็กผู้ลี้ภัยที่เสียชีวิตบนชายหาดของประเทศตุรกี รายงานล่าสุดชอง UNHCR แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้เสียชีวิตของผู้ที่เดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เนียนมีจำนวนสูงขึ้น

รายงาน Desperate Journeys ของ UNHCR เผยว่ามากกว่า 1,600 คน เสียชีวิตหรือสูญหายระหว่างความพยายามในการเดินทางไปถึงทวีปยุโรปในปีนี้

มีการรายงานว่าขณะที่จำนวนของผู้ที่เดินทางมาถึงทวีปยุโรปลดลง อัตราการเสียชีวิตเพิ่มจำนวนสูงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนผู้เสียชีวิตที่ข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในตอนกลางของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 1 ใน 18 คนเสียชีวิตหรือสูญหายระหว่างข้ามทะเลในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2561 เมื่อเทียบกับอัตราผู้เสียชีวิต 1 ใน 42 คน ของช่วงเวลาเดียวกันในปี พ.ศ. 2560

“รายงานนี้ยังคงยืนยันว่าทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นหนึ่งในทะเลที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด” ปาสคาล มอโรว์ ผู้อำนวยการสหภาพยุโรปของ UNHCR กล่าว  “จำนวนของผู้ที่เดินทางมาถึงทวีปยุโรปลดลง นี่ไม่ใช่บททดสอบว่ายุโรปสามารถจัดการกับจำนวนตัวเลขได้อย่างไรแต่เป็นการทดสอบว่าจะสามารถมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเพื่อช่วยชีวิตได้มากเท่าไหร่ ”

หลายเดือนที่ผ่านมา UNHCR ร่วมกับ IOM องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน เรียกร้องให้มีมาตรการที่คาดหมายได้ในการช่วยชีวิตและรับคนที่เดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนขึ้นจากฝั่ง

UNHCR ยังเรียกร้องให้ยุโรปเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงพื้นที่และวิธีทางกฎหมายในการขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัยของผู้ลี้ภัย รวมถึงพื้นที่ในการตั้งถิ่นฐาน ลดอุปสรรคในการคืนครอบครัว ช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้ที่กำลังเผชิญกับการเดินทางที่อันตราย

รายงานยังกล่าวถึงความอันตรายที่ผู้ลี้ภัยต้องเผชิญระหว่างการเดินทางไปยุโรป ระบุขั้นตอนที่บางประเทศใช้ในการป้องกันผู้ลี้ภัยและผู้อพยพจากการข้ามชายแดน รายงานยังเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ให้ความช่วยเหลือพวกเขาเข้าสู่กระบวนการการแสวงหาที่พักพิงที่ปลอดภัย และเพิ่มมาตรการในการมอบความคุ้มครองให้เด็กๆ จากการเดินทางเพียงลำพังเพื่อแสวงหาที่พักพิงที่ปลอดภัย

คาเล็ด โฮเซนี ทูตสันถวไมตรี UNHCR นักเขียนผู้มีชื่อเสียงและอดีตผู้ลี้ภัยจากอัฟกานิสถาน ตีพิมพ์หนังสือเล่มใหม่ ‘Sea Prayer’ ในช่วงเวลาเดียวกันกับการครบรอบการเสียชีวิตของอลัน เคอร์ดี โดยอุทิศแด่ผู้ลี้ภัยหลายพันคนทั่วโลกที่เสียชีวิตจาการเดินทางเพื่อเอาชีวิตรอดจากสงคราม ความรุนแรงและการประหัตประหาร

“เมื่อผมเห็นภาพที่น่าเศร้าของอลัน เคอร์ดี หัวใจของผมแหลกสลาย” คาเล็ด กล่าว “3 ปีที่ผ่านไป ยังมีหลายพันคนเสียชีวิตในทะเล ภาพที่เราอาจเห็นจนชินตาและความฉุกเฉินในการหาทางออกที่ดีขึ้นในเรื่องนี้เหมือนจะจางหายลง”

ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ปี พ.ศ. 2561 คาเล็ดเดินทางไปยังประเทศเลบานอนและประเทศอิตาลี และได้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากความพยายามในการเดินทางไปยังทวีปยุโรป 

“ในซิซิลี ผมได้เดินทางไปเยี่ยมสุสานที่แน่นขนัดและโดดเดี่ยวของผู้คนและเด็กๆ ที่จมน้ำเสียชีวิตในช่วงเวลาหลายปีทีผ่านมาเหมือนกับอลัน” คาเล็ด กล่าว “แต่จำนวนผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวอาจกลายเป็นเพียงตัวเลข หรือลำดับของสุสาน แต่พวกเขาคือผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กๆ ที่มีความกล้าที่จะฝันเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น 3 ปีของการจากไปของอลัน ถึงเวลาที่เราจะร่วมกันเพื่อทำบางสิ่งเพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต และให้เพื่อน ครอบครัว ชุมชนและรัฐบาลของเรารับรู้ว่าเราจะยืนหยัดเคียงข้างผู้ลี้ภัย”

อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่  http://www.unhcr.org/desperatejourneys

สถิติสำคัญ

  • บนเส้นทางการเดินทางข้ามตอนกลางของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เฉพาะในปีพ.ศ. 2561 จนถึงตอนนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้น 10 เหตุการณ์  ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน หลังพวกเขาเดินทางออกจากประเทศลิเบีย 7 เหตุการณ์จากทั้งหมดเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา
     
  • ตลอดเส้นทางจากอเมริกาเหนือถึงเสปน มากกว่า 300 คน เสียชีวิตในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งตลอดทั้งปีมีผู้เสียชีวิต 200 คน
     
  • ในเดือนเมษายน มากกว่า 1,200 คน เดินทางข้ามทะเลมาถึงประเทศสเปน อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น โดย 1 ใน 14 คน เสียชีวิตจากการเดินทาง
     
  • มีผู้ลี้ภัยและผู้อพยพมากกว่า 78 คน เสียชีวิตและได้รับการบันทึกระหว่างการเดินทางมายังทวีปยุโรปหรือบริเวณชายแดนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา ที่มีผู้เสียชีวิต 45 คน