Skip to main content

ภาษา

 

องค์การสหประชาชาติระดมทุนจำนวน 920 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ความช่วยเหลือในวิกฤตการณ์ทางมนุษยธรรมของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา

 

องค์การสหประชาชาติระดมทุนจำนวน 920 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ความช่วยเหลือในวิกฤตการณ์ทางมนุษยธรรมของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา

Rohingya refugees cook outside their tent in Kutupalong refugee settlement.   © UNHCR/Roger Arnold
ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากำลังทำอาหารด้านนอกเต็นท์ที่พักพิง ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง © UNHCR/Roger Arnold


วันนี้ หน่วยงานให้ความช่วยเหลือของสหประชาชาติและองค์กรพันธมิตรแผยแพร่แผนความร่วมมือ หรือ Joint Response Plan (JRP) ประจำปี พ.ศ. 2562 เพื่อให้ความช่วยเหลือวิกฤตการณ์ทางมนุษยธรรมของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา โดยต้องการงบประมาณช่วยเหลือจำนวน 920 ล้านดอลลาร์ (ราว 32,200 ล้านบาท) แก่ผู้ลี้ภัยจากประเทศเมียนมาร์กว่า 900,000 คน รวมถึงชุมชนชาวบังคลาเทศที่เปราะบาง ประเทศที่ให้ที่พักพิง

การส่งมอบความช่วยเหลือที่สำคัญเช่นอาหาร น้ำสะอาด ความช่วยเหลือด้านสุขอนามัยและที่พักพิง ต้องการงบประมาณกว่าครึ่งจากงบประมาณที่ต้องการทั้งหมดสำหรับปีนี้ ความช่วยเหลืออื่นๆ ได้แก่การรักษาพยาบาล การบริหารจัดการค่ายผู้ลี้ภัย การมอบความคุ้มครอง เช่น โครงการมอบความคุ้มครองเด็ก โครงการเพื่อแก้ปัญหาและป้องกันความรุนแรงทางเพศ โครงการมอบการศึกษาและโครงการด้านสารอาหาร

ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามากกว่า 745,000 คน หนีจากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ มายังประเทศบังคลาเทศตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2560 เพื่อเอาชีวิตรอดจากความรุนแรงในประเทศเมียนมาร์รวมกับผู้ลี้ภัยในเมืองค็อกซ์บาซาร์ราว 200,000 คน ที่เดินทางมาถึงก่อนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง

ด้วยความเมตตาและการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่และชุมชนในประเทศบังคลาเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่ให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นและช่วยชีวิตชาวโรฮิงญาไว้จำนวนมากในวิกฤตการณ์ฉุกเฉินนี้  

“ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นจากรัฐบาลบังคลาเทศและความมุ่งมั่นร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรด้านมนุษยธรรมทำให้เราลงมือทำงานเพื่อให้ความช่วยเหลือได้ตามแผนงานความร่วมมือแรกที่ทำร่วมกันในปี พ.ศ.2561 เพื่อก้าวไปอีกขั้น เราได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะมอบความช่วยเหลือในส่วนที่ยังขาดแคลนแก่พวกเขา และขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมสนับสนุนความพยายามนี้” คุณอันโตนิโอ วีตอริโน ผู้อำนวยการองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน กล่าว

“การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็นของเราตอนนี้คือการสร้างเสถียรภาพในสถานการณ์ของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่ไร้รัฐไร้สัญชาติและชุมชนที่ให้ที่พักพิง เราคาดหวังความช่วยเหลือที่ทันท่วงที สามารถคาดการณ์ได้และมีความยืดหยุ่นเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายความช่วยเหลือในปีนี้” นายฟิลลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่ฯ UNHCR กล่าว

“แต่ในขณะที่เราต่อสู้กับความต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเร่งด่วน เราจะต้องไม่ลืมการหาทางออก ผมเรียกร้องไปยังประเทศเมียนมาร์ครั้งแล้วครั้งเล่าให้ลงมือทำบางอย่างอย่างเร่งด่วนเพื่อระบุสาเหตุที่ฝังรากลึกของวิกฤตการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นมายาวนานหลายสิบปี เพื่อไม่ให้ผู้คนต้องถูกบังคับให้หนีจากบ้านของตนเองอีกต่อไป ให้พวกเขาสามารถกลับบ้านอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราขอให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้และทั่วโลกแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการสนับสนุนให้ประเทศเมียนมาร์ เริ่มต้นสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางกลับมาตุภูมิโดยสมัครใจ ปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา” นายฟิลลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่ฯ UNHCR กล่าว

แผนความร่วมมือหรือ JRP ครอบคลุมความพยายามในการให้ความช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ 3 กลยุทธ์ โดยการส่งเสริมความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรจาก หน่วยงานของสหประชาชาติ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรระหว่างประเทศและในประเทศ รวมถึงหน่วยงานรัฐบาล จำนวน 132 องค์กร เพื่อให้ความช่วยเหลือร่วมกัน เป้าหมายของแผนงานคือการมอบความคุ้มครองให้กับผู้ลี้ภัยทุกกลุ่มทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ และส่งเสริมความร่วมมือทางสังคม

แผนงานความช่วยเหลือ ประจำปี พ.ศ. 2562 เป็นแผนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมร่วมกันฉบับที่ 3เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการสร้างเสถียรภาพการให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา

กว่า 12 เดือนที่ผ่านมา หน่วยงานให้ความช่วยเหลือต่างๆ ทำงานเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมในหลายๆ ด้านทั่วพื้นที่ค่ายผู้ลี้ภัยที่ดำเนินงานภายใต้แผนความช่วยเหลือ หรือ JRP ปี พ.ศ. 2561 โดยการให้คำปรึกษาเบื้องต้นเรื่องต่างๆ พัฒนาคุณภาพชีวิตในค่าย มาตรการการบรรเทาความเสี่ยงจากการเกิดภัยพิบัติในฤดูมรสุมและพายุถล่ม

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการหลั่งไหลของชาวโรฮิงญาลดลงจากความพยายามในการลดความต้องการการใช้ฟืนเพื่อเชื้อเพลิง ด้วยการมอบแก๊สหุงต้ม (LPG) เป็นหนึ่งในทางเลือกของเชื้อเพลิงเพื่อการประกอบอาหารและเพื่อให้ความอบอุ่น

โรคขาดสารอาหารรุนแรงที่ร้ายแรงในระดับสภาวะฉุกเฉิน ที่เกิดขึ้นทั่วโลกช่วงปลายปี พ.ศ.2561 ลดลงอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ฉุกเฉิน (จาก ร้อยละ 19 ลดลงมาที่ร้อยละ 12) สถานการณ์ด้านอาหารดีขึ้น มีการให้วัคซีนอย่างครอบคลุมเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 89 ผู้หญิงให้กำเนิดบุตรในศูนย์บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น ร้อยละ 40 จากร้อยละ 22

แม้จะมีความสำเร็จเหล่านี้และความสำเร็จด้านอื่นๆ เกิดขึ้น แต่สถานการณ์ของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญายังตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการได้รับความช่วยเหลือที่ยั่งยืน จนกว่าสาเหตุที่หยั่งรากลึกของปัญหาการพลัดถิ่นจากประเทศเมียนมาร์จะได้รับการระบุ และจนกว่าผู้ลี้ภัยจะสามารถเดินทางกลับบ้านโดยสมัครใจได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เจ้าหน้าที่ประเทศบังคลาเทศต้องการการสนับสนุนเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและชุมชนที่ให้ที่พักพิง

ยกตัวอย่างเช่นประชากรผู้ลี้ภัยทั้งหมดได้รับชุดที่พักพิงฉุกเฉินเพื่อให้พวกเขาผ่านฤดูฝนในปี พ.ศ.2561 ไปได้ แต่ที่พักพิงที่ปลอดภัยและมีความแข็งแรงมากกว่ายังคงเป็นที่ต้องการ ผู้ลี้ภัยมากกว่า 860,000 คน ได้รับความช่วยเหลือด้านอาหารอย่างสม่ำเสมอ แต่อย่างไรก็ตามมีเพียง 240,000 คน ที่ได้รับสารอาหารที่หลากหลายมากไปกว่า ข้าวที่ให้อย่างจำกัดจำนวน ถั่วและน้ำมัน เราต้องการทรัพยากรเหล่านี้มากขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ลี้ภัยได้รับสารอาหารและมีสุขภาพดี เช่นเดียวกันกับการลงทุนเพื่อมอบน้ำสะอาด การบริการด้านสุขอนามัย สุขภาพและการมอบความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องซึ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

แผนความร่วมมือหรือ JRP ประจำปี พ.ศ.2561 ได้รับงบประมาณเพียงร้อยละ 69 หรือราว 655 ดอลลาร์ (22,925 ล้านบาท) จากงบประมาณที่ต้องการทั้งหมด 950 ล้านดอลลาร์ (33.250 ล้านบาท)