Skip to main content

ภาษา

 

ความขัดแย้งที่ยาวนานมาตลอด 9 ปี ทำให้เด็กหญิงผู้ลี้ภัยชาวซีเรียคนนี้ต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้ง

 

ความขัดแย้งที่ยาวนานมาตลอด 9 ปี 
ทำให้เด็กหญิงผู้ลี้ภัยชาวซีเรียคนนี้ต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้ง

ภาพของนามา เด็กหญิงผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ในเมืองอัมมาน ประเทศจอร์แดน © UNHCR/Diego Ibarra Sánchez
ภาพของนามา เด็กหญิงผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ในเมืองอัมมาน ประเทศจอร์แดน © UNHCR/Diego Ibarra Sánchez

 


ทุกเช้าวันจันทร์ศุกร์ หลังจากแม่ออกจากบ้านไปทำงาน นามา ช่วยน้องเปลี่ยนเสื้อผ้าและป้อนนม หลังจากนั้นเธอเตรียมอาหารเช้าง่ายๆ แบ่งกันกินกับน้องชายอีกคน ก่อนจะเก็บล้างและเตรียมตัวไปโรงเรียน โดยพาอิบราฮิม น้องคนเล็กไปฝากไว้กับเพื่อนบ้าน

นามา อายุเพียง 11 ขวบ แต่เธอต้องใช้ชีวิตเหมือนผู้หญิงอายุ 30 ฟาติมา แม่ของเธอเล่า นั่นเป็นเพราะว่าสถานการณ์ของพวกเรา นามา บอกว่า "หนูต้องช่วยพ่อแม่และน้องๆ พวกเขาไม่มีใครนอกจากหนู

เดือนนี้จะครบรอบ 9 ปี ของความขัดแย้งในซีเรีย เวลาที่ผ่านพ้นไปยิ่งทำให้ชีวิตของชาวซีเรียหลายล้านคนยากลำบาก พวกเขาต้องสูญเสียครอบครัว ทนเห็นบ้านถูดทำลายและมีชีวิตอยู่บนความเสี่ยงและความไม่แน่นอน สำหรับเด็กอายุ 11 ขวบเช่นนามา ที่ต้องหนีมาพร้อมกับครอบครัวและพักพิงอยู่ในจอร์แดน สงครามทำให้เธอต้องแบกรับความรับผิดชอบมากเกินกว่าที่เด็กอายุ 11 ขวบจะแบกรับไหว ขณะที่ฟาติมา มีรายได้เพียง 5 ดีนาร์จอร์แดน หรือราว 230 บาท ต่อการรับจ้างทำงานบ้านตลอดครึ่งวัน สามีของเธอ มะห์มุด ไม่สามารถทำงานหรือดูแลลูกๆ ได้เนื่องจากอาการป่วยและสภาพจิตใจที่บอบช้ำจากความโหดร้ายที่เผชิญในซีเรีย ทำให้นามาต้องรับผิดชอบงานบ้านหลายอย่าง

มะห์มุด ถูกจับในปี 2011 หลังออกจากการละหมาดในวันศุกร์พร้อมกับฟาติมา ในปี 2013 เธอถูกบังคับให้หนีอีกครั้งจากการต่อสู้ในเมืองฮอมส์ พร้อมกับนามาและลูกชายคนเล็กไปยังเมืองหนึ่งทางตอนใต้ของซีเรียก่อนข้ามชายแดนไปยังประเทศจอร์แดน

 

“มันเป็นค่ำคืนที่แย่ที่สุดในชีวิตของฉัน”


เราเดินเท้าตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น” ฟาติมาเล่า “มันเป็นคืนที่แย่ที่สุดในชีวิตของฉัน ทุกอย่างมืดสนิทและเรายังได้ยินเสียงปืนอยู่ไกลๆ คืนนั้นหนาวมากและมีหิมะตก ไม่มีทางที่จะทำให้ร่างกายอบอุ่นได้เลย”

ตอนนั้นนามา อายุได้เพียง 4 ขวบ เธอยังสามารถจำความรู้สึกที่เดินทางมาถึงค่ายผู้ลี้ภัยซาตารี ทางตอนเหนือของจอร์แดนพร้อมกับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียอีกจำนวนมากได้ “หนูตกใจมากเพราะหนูเคยชินกับการอยู่บ้าน แต่เราต้องมาอยู่ในเต็นท์ เราเคยมีบ้านที่อบอุ่นและทันใดนั้นก็พบว่าตัวเองอยู่ในเต็นท์และอากาศเย็นมาก”

ฟาติมา ย้ายมายังอัมมานพร้อมกับลูกๆ ปีต่อมาเธอได้พบกับสามีอีกครั้ง “ตอนนั้นมีเสียงเคาะประตูและฉันเห็นเขายืนอยู่ตรงประตู ฉันคิดว่าเขาตายไปแล้ว”

วันนี้ ผ่านไป 7 ปี หลังพวกเขาเดินทางมาถึงจอร์แดน พวกเขายังคงมีชีวิตที่ยากลำบาก ห้องพักที่พวกเขาเช่าอยู่เดือนละประมาณ 4,600 บาท ต่อเดือนทรุดโทรม ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ มีเพียงเสื่อสำหรับนั่งเล่นและนอน มีอาหารที่มีอายุมากกว่า 1 วัน อยู่ในครัว


 

  • ฟาติมากำลังอุ้มอิบราฮิม ลูกชายคนเล็กของเธออยู่บริเวณหน้าบ้านในเมืองอัมมาน ประเทศจอร์แดน © UNHCR/Diego Ibarra Sánchez

  • นามา ดูแลอิบราฮิม น้องชายคนเล็กขณะที่แม่ออกไปทำงาน © UNHCR/Diego Ibarra Sánchez

  • นามา อายุ 11 ขวบ เขียนบทกวีอยู่บริเวณบันไดของบ้าน. © UNHCR/Diego Ibarra Sánchez

  • หลังจากทำงานบ้านเสร็จ นามา (ซ้าย) ขึ้นรถประจำทางไปโรงเรียน © UNHCR/Diego Ibarra Sánchez

  • นามา ป้อนนมให้กับอิบราฮิม น้องชายคนเล็ก © UNHCR/Diego Ibarra Sánchez

  • นามา กระโดดเชือกกับเพื่อนๆ ที่พักอยู่ในละแวกเดียวกัน © UNHCR/Diego Ibarra Sánchez


ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ได้รับการลงทะเบียนแล้วราว 5.5 ล้านคน ส่วนใหญ่พักพิงอยู่ในประเทศตุรกี เลบานอน จอร์แดน อิรักและอียิปต์ สัดส่วนของผู้ลี้ภัยที่มีชีวิตอยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนมีมากกว่าร้อยละ 60 ในหลายประเทศ ขณะที่มากกว่า 1 ใน 3 ของเด็กผู้ลี้ภัยไม่ได้ไปโรงเรียน วิกฤตนี้ยังทำให้ประเทศที่ให้ที่พักพิงพบกับความท้าทายเนื่องจากความขาดแคลนทางทรัพยากร
 

“หนูจะไม่หมดหวัง”

 

โลกของเราต้องเผชิญกับผู้ลี้ภัยนับล้านคนจากความขัดแย้งและสงครามที่ยาวนานต่อเนื่องตลอด 9 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งยังส่งผลให้เกิดการแต่งงานก่อนวัยอันควร การใช้แรงงานเด็กตามมา รวมถึงการที่เห็นเด็กผเช่นนามา ต้องทำงานและรับผิดชอบหน้าที่ต่างๆ ตั้งแต่ยังเด็ก

และถึงแม้ว่าความรับผิดชอบต่างๆ ที่เธอได้รับเป็นผลมาจากสถานการณ์ของครอบครัวแต่นามา ยังสามารถทำได้ดีในชั้นเรียน เธอเป็นเด็กเรียนดีและมีคะแนนสูงสุดในหลายวิชา

“หนูชอบเรียนหนังสือมาก เพราะหนูรู้ว่าหนูจะมีอนาคตที่สวยงาม” เธอเล่า “หนูสูญเสียวัยเด็กของหนูไป แต่หนูมีอนาคตที่ดีได้จากการได้รับการศึกษาและสร้างมันขึ้นมา หนูจะไม่หมดหวัง

ด้วยความหวังเช่นนี้ทำให้จอร์แดน เปิดโรงเรียนและชุมชนต้อนรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ทำให้นามาและครอบครัวดำเนินชีวิตและทำตามความตั้งใจต่อไปได้ 9 ปี ที่ผ่านมาชุมชนในจอร์แดนยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
 

“คุณจะไม่มีทางเห็นว่าเธอล้มลง”


สำหรับฟาติมา การที่ได้เห็นความอดทนและทัศนคติที่ดีของนามา ทำให้เธอมีความหวังว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะและก้าวข้ามสถานการณ์นี้ไปได้

“ชีวิตของฉันและครอบครัวยากลำบากมาก เราเผชิญกับความยากลำบากหลายเรื่อง ความเจ็บปวดจากสงคราม การสูญเสียคนรัก ครอบครัว สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัว การเป็นผู้ลี้ภัย” ฟาติมา กล่าว “แต่เธอเข้มแข็งมาก คุณจะไม่มีทางเห็นเธอล้มลงหรือแสดงความอ่อนแอ

บ่ายวันนั้น หลังจากฟาติมากลับมาจากทำงานเพื่อทำงานบ้านต่อจากลูกสาว นามา ออกไปเล่นกับเพื่อนๆ อีก 2 คน ที่พักพิงอยู่ในละแวกเดียวกัน

ความเครียดและความกังวลต่างๆ ของนามา ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและความสุข เมื่อเธอได้เล่นกับเพื่อนๆ

 

ร่วมบริจาคเพื่อมอบความคุ้มครองช่วยชีวิตครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย

http://unh.cr/5e8444e94
- ร่วมบริจาคผ่าน SMS พิมพ์ 99 ส่งมาที่ 4141099 (เพื่อบริจาคครั้งละ 99 บาท)

 

ติดตามการทำงาน: Facebook | LINE | Instagram | Twitter |TikTok