Skip to main content

ภาษา

 

“สวัสดีครับ ผม มอยเซส รายงานสดจาก โบอา วิสตา ประเทศบราซิล”

 

“สวัสดีครับ ผมมอยเซส รายงานสดจาก โบอา วิสตา ประเทศบราซิล”


มอยเซส เล่นเป็นผู้ประกาศข่าว รายงานข่าวอยู่หน้ากล้องในที่พักพิงชั่วคราว เมืองโบอา วิสตา ประเทศบราซิล  © UNHCR/Vincent Tremeau
มอยเซส เล่นเป็นผู้ประกาศข่าว รายงานข่าวอยู่หน้ากล้องในที่พักพิงชั่วคราว เมืองโบอา วิสตา ประเทศบราซิล © UNHCR/Vincent Tremeau
 

 


เราจะเห็นเขาอยู่กับไมโครโฟนและกล้องวีดีโอของเล่นอยู่บ่อยๆ มอยเซส อายุ 10 ขวบ สัมภาษณ์ชาวเวเนซุเอลา เพื่อนบ้านของเขาในที่พักพิงชั่วคราวเกี่ยวกับการเดินทางมายังประเทศบราซิล การเป็นผู้ประกาศข่าวคือความหวังและความฝันของเขา

 

เพราะเขาไม่สามารถมีอุปกรณ์การถ่ายทำของจริงได้ มอยเซส ประดิษฐ์กล้องวีดีโอที่ทำจากกระดาษลังและแปะด้วยเทป ทำให้การเล่นเป็นผู้ประกาศข่าวของเขาเสมือนจริงมากยิ่งขึ้น ทั้งที่รู้ว่ากล้องวีดีโอของเล่นนี้ไม่สามารถบันทึกอะไรได้จริงก็ตาม แต่สำหรับมอยเซสแล้ว นั่นไม่ใช่ประเด็น

สิ่งที่มอยเซสให้ความสำคัญคือการเข้าถึงเรื่องราวของผู้คน โดยไม่สนว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวเหล่านั้นจะถูกเล่าต่อไปยังคนรุ่นหลังหรือไม่ ขณะที่เขาเดินไปบนทางเดิน ผ่านเต็นท์ที่เรียงรายในที่พักพิงชั่วคราวทางตอนเหนือของประเทศบราซิล สถานที่ที่เขาและครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ในช่วงปีที่ผ่านมา มอยเซส จะมองหาเรื่องราวดีๆ อยู่เสมอ

“ผมถามผู้คนเกี่ยวกับการเดินทางของพวกเขาจากเวเนซุเอลามายังประเทศบราซิลว่าเป็นอย่างไร” เขาอธิบาย “หน้าที่ของนักข่าวคือการนำเสนอข่าว พูดคุยกับผู้คนและการรายงานให้ดี”

“เขาพูดคำแรกตอนอายุ 5 ขวบ คำว่า ‘วาเลนตินา’
เขาเรียกชื่อพี่สาวออกมา”

ด้วยท่าทีที่สุขุมและการพูดจาที่ฉะฉานเกินอายุ มอยเซสทำได้ดีในเส้นทางที่เขาฝันในการเป็นผู้ประกาศข่าวที่ประสบความสำเร็จ เขายกไมโครโฟนขึ้นเพื่อเตรียมพร้อม สายตาสอดส่องไปยังพื้นที่ระหว่างเต็นท์แต่ละแถวเพื่อมองหาหัวข้อการสัมภาษณ์ที่น่าสนใจ เขาจะตรงเข้าไปหาคนที่เข้าตาเขาทันที โดยคนส่วนใหญ่อนุญาตให้เขาสัมภาษณ์และแบ่งปันเรื่องราวทั้งหมดย่างเต็มใจ และเรื่องราวเหล่านั้นมักจะเป็นเรื่องราวที่ทำให้คนฟังรู้สึกปวดหัวใจ

ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพจากเวเนซุเอลาราว 4.6 ล้านคน อยู่นอกประเทศ จำนวนมากเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ในอเมริกาใต้ รวมถึงกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาโปรตุเกส เช่นบราซิล ที่พักพิงของชาวเวเนซุเอลาราว 224,000 คน ที่หนีจากความขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรค รวมไปถึงภาวะเงินเฟ้อรุนแรง การแผ่ขยายของความไม่มั่นคงในประเทศ การประหัตประหารและความล้มเหลวของระบบสาธารณูปโภคและบริการพื้นฐานต่างๆ ส่วนใหญ่เดินทางมาทางบก ข้ามชายแดนมายังพื้นที่ห่างไกลของเมืองไรโรมา ประเทศบราซิล

  • มอยเซส เล่นเป็นผู้ประกาศข่าว กำลังสัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยหน้าเต็นท์ที่พักพิงในค่ายผู้ลี้ภัย เมืองโบอา วิสตา ประเทศบราซิล © UNHCR/Vincent Tremeau

  • มอยเซส และคุณแม่ในที่พักพิงของครอบครัว ค่ายผู้ลี้ภัยโบอา วิสตา ประเทศบราซิล © UNHCR/Vincent Tremeau

  • ครอบครัวของมอยเซสและวาเลนตินา พี่สาวในค่ายผู้ลี้ภัยโบอา วิสตา ประเทศบราซิล © UNHCR/Vincent Tremeau

  • เนลลี กอดมอยเซส หลานชายในที่พักพิงของครอบครัว ค่ายผู้ลี้ภัยโบอา วิสตา ประเทศบราซิล ขณะที่ลูกสาวของเธอที่กำลังป่วยนอนพักอยู่บนเตียง © UNHCR/Vincent Tremeau

  • ของเล่นของมอยเซส วางอยู่บนโต๊ะในที่พักพิงของครอบครัว ค่ายผู้ลี้ภัยโบอา วิสตา ประเทศบราซิล เมื่อโตขึ้นมอยเซส อยากเป็นผู้ประกาศข่าว © UNHCR/Vincent Tremeau


มอยเซส และครอบครัวเดินทางมาถึงที่นี่เมื่อปีก่อนโดยรถประจำทาง มาทางตอนใต้จากบ้านที่เขาอยู่ ข้ามชายแดนมาทางตอนเหนือของเมืองเอลติเกร มายังเมืองปากาไรมา ของประเทศบราซิล พื้นที่ชายแดนระหว่างสองประเทศยาวเป็นระยะทางเกือบ 2,200 กิโลเมตร ซึ่งกลายเป็นจุดข้ามแดนสำคัญของผู้ลี้ภัยและผู้อพยพชาวเวเนซุเอลาที่เข้ามาแสวงหาที่พักพิงที่ปลอดภัยในประเทศบราซิล

ครอบครัวของมอยเซส เดินทางจากเมืองปากาไรมา มายังโบอา วิสตา ที่ตั้งของที่พักพิงของครอบครัวซึ่งพวกเขาได้รับความช่วยเหลือจาก UNHCR และองค์กรพันธมิตร มอยเซส คุณแม่ คุณยาย พี่สาววัย 13 ปี และคุณแม่บุญธรรม พักอยู่รวมกันในที่พักพิงเล็กๆ  นอนด้วยกันบนเสื้อนอน

ตั้งแต่เขาเดินทางมาถึง มอยเซสและไมโครโฟนที่ติดตัวเขาตลอดเวลากลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้เป็นประจำในที่พักพิงแห่งนี้ ตอนนี้เขารับรู้เรื่องราวของเพื่อนบ้านหลายคน แต่เมอยเซส มักจะถามคำถามมากกว่าตอบคำถาม เขาเก็บเรื่องของเขาไว้กับตัวเองมากกว่า

เนลลี คุณยายของเขา ให้ข้อมูลตอนเด็กบางส่วนของมอยเซส

“มอยเซส เป็นเด็กที่อ่อนไหวมาก” เธอเล่า และเสริมว่าเขาเจ็บปวดจากอาการออทิสติกชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่แม่ของเขาป่วยเป็นโรคมาลาเรียขณะที่ตั้งครรภ์ ทำให้เธอต้องนอนโรงพยาบาลตลอด 4 เดือนแรก หลังมอยเซส เกิด “เขาพูดคำแรกตอนอายุ 5 ขวบ เขาเรียก วาเลนตินา ชื่อพี่สาวของเขา”

“เขามีจินตนาการที่กว้างไกลและสดใส”

เนื่องจากคุณแม่ป่วย มอยเซส ต้องไปอยู่กับคุณพ่อจนกระทั่ง 3 ขวบ และด้วยอาการขาดสารอาหารและการรักษาที่ไม่เหมาะสม ตอนนี้คุณพ่อของมอยเซส อยู่ในอิตาลี ตอนนี้เขาอยู่กับแม่ที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็ง คุณยายเนลลี จึงเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของทั้งมอยเซส และพี่สาว

เธอทำงานหนักเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ จะมีชีวิตที่สงบและมีสุขเท่าที่พวกเขาสามารถทำได้ตามที่สถานการณ์เอื้ออำนวย

“หากเขาเจอเรื่องราวแย่ๆ ที่โรงเรียน เมื่อกลับมาบ้าน มอยเซส จะบอกว่าขอเวลาเคลียร์สมองให้โล่ง” เนลลียิ้ม “เขามีจินตนาการที่กว้างไกลและสดใส”

เขามีความคิดในหัวเยอะมาก มอยเซส รวบรวมประสบการณ์และความคิด ถ่ายทอดออกมาผ่านไมโครโฟนของเล่นและเลนส์ของกล้องวีดีโอในจินตนาการ

“ผมอยากเป็นผู้ประกาศข่าวเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลา” มอยเซส เล่า “คนมากมายหิวโหย ไม่มีแสงไฟ” 

แต่ยังมีแสงสว่างแห่งความหวัง ความรักและสติปัญญาอยู่ในตัวของมอยเซส เพื่อครอบครัว เพื่อนๆ และเพื่อผู้ลี้ภัยชาวเวเนซุเอลาที่อยู่รอบตัวเขา

มอยเซส กำไมโครโฟนในมือของเขาแน่น ก่อนที่จะประกาศข้อความสำคัญไปยังเด็กๆ ทั่วโลก

“เด็กๆ ต้องทำดีต่อกัน เพื่อนคือคนสำคัญ ครอบครัวคือคนสำคัญ” เขาพูด “เราจะทำดีต่อกันและกัน”