Skip to main content

ภาษา

 

เหตุการณ์ภูเขาไฟฟูเอโกระเบิดในประเทศกัวเตมาลาส่งผลให้ผู้คนนับพันต้องหนีออกจากบ้าน

 

เหตุการณ์ภูเขาไฟฟูเอโกระเบิดในประเทศกัวเตมาลาส่งผลให้ผู้คนนับพันต้องหนีออกจากบ้าน

UNHCR ประเมิณความต้องการของผู้คนเกือบ 13,000 คนที่ได้รับการอพยพออกมาหลังจากการปะทุของภูเขาไฟที่คร่าชีวิตอย่างน้อย 110 คน

 

 

UNHCR พูดคุยกับผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ภูเขาไฟฟูเอโกระเบิดที่มหาวิทยาลัย Centre of the South (CUNSUR) ที่เป็นที่พักพิงให้กับผู้ประสบภัยราว 214 คน  © UNHCR/Pablo Aaron Villagran Castellanos
UNHCR พูดคุยกับผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ภูเขาไฟฟูเอโกระเบิดที่มหาวิทยาลัย Centre of the South (CUNSUR) ที่เป็นที่พักพิงให้กับผู้ประสบภัยราว 214 คน © UNHCR/Pablo Aaron Villagran Castellanos

 

เมืองเอสกวินตลา ประเทศกัวเตมาลา- เมื่อภูเขาไฟฟูเอโกปะทุขึ้นโดยมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเพียงเล็กน้อย กลุ่มควันของแก๊ซที่ถูกเผาไหม้และเถ้าถ่านได้กลืนฟาร์มของลูเซีย ชาวไร่ในพื้นที่

ซึ่งตอนนี้พลัดถิ่นและพักพิงอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวในเมืองเอสกวินตลา ตอนกลางของที่ราบลุ่มตะวันตก ความกังวลหลักของครอบครัวเธอคือบ้านที่รอดจากภูเขาไฟระเบิด

“ลูกชายและสามีของฉันกำลังนอนหลับอยู่ในที่พักพิง ชั่วคราวแห่งนี้ และในตอนกลางวันพวกเขาต้องดูแลความ ปลอดภัยบ้านของเราจากคนที่อาจเข้ามาขโมยสิ่งของ”  ลูเซียกล่าว

เธอเป็นหนึ่งในผู้คนในพื้นที่ราว 12,784 คนที่อาศัยอยู่ ตามแนวภูเขาไฟ ซึ่งได้รับการอพยพตั้งแต่วันแรกของเหตุการณ์เมื่อ 9 วันก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 110 คนและกว่า 200 คนที่ยังสูญหาย

คาดการณ์ว่ามีประชาชน 5,074 คน ที่พักอยู่ในที่พักพิงชั่วคราวรวมถึงในโบสถ์ โรงเรียน ศูนย์วัฒนธรรมและกีฬาต่างๆ และศาลากลางจังหวัดทั้ง 5 แห่งทางตอนใต้ของประเทศ โดยที่เหลือพักอาศัยอยู่กับครอบครัวและเพื่อน

ในขณะที่กระบวนการฟื้นฟูยังดำเนินต่อไปท่ามกลางภูเขาไฟที่ยังคงปะทุ UNHCR เป็นห่วงผู้ได้รับผลกระทบกว่า 1.7 ล้านคนจากโศกนาฏกรรมด้านมนุษยธรรมนี้

“พวกเขาบอกเราว่าเถ้าถ่านจากการปะทุของภูเขาไฟในบ้านเป็นพิษต่อลูกๆของเรา”

“ทันทีที่การปะทุของภูเขาไฟสงบลงและได้รับการอนุญาตให้เข้าถึงพื้นที่ UNHCR ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้ความช่วยเหลือในการประเมิณสถานการณ์และระบุความต้องการโดยการเข้าพื้นที่ที่พักพิงและชุมชนที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่ได้รับการอพยพ” นายอังเดรจ มาเฮกิก โฆษก UNHCR กล่าวที่งานแถลงข่าวในเจนีวาเมื่อวันอังคาร

นายมาเฮกิก กล่าวว่าการประเมิณสถานการณ์ยังดำเนินต่อไปเพื่อให้การสนับสนุนอย่างเร่งด่วนแก่ผู้ที่ถูกบังคับให้ละทิ้งบ้าน ทรัพย์สินและวิถีชีวิตที่ได้รับผลกระทบ

UNHCR เป็นผู้นำในการให้ความคุ้มครองของสหประชาชาติและกำลังประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆของสหประชาชาติและองค์กรด้านมนุษยธรรมเพื่อปรับปรุงให้ความคุ้มครองและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขาภิบาล

“นี่ยังรวมไปถึงการเข้าถึงที่พักพิงของผู้พิการ หญิงมีครรภ์และหญิงที่กำลังให้นมบุตร สนับสนุนการเยียวยาทางจิตใจและสังคม ให้ความดูแลด้านสุขอนามัยและสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและสตรี” นายมาเฮกิก กล่าวกับผู้สื่อข่าว

ในสัปดาห์นี้ความพยายามในการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าจะยังมีการปะทุของภูเขาไฟอยู่อย่างต่อเนื่องนำมาซึ่งการไหลของลาวา ก๊าซพิษ เถ้าร้อน และหิน ภูเขาไฟฟูเอโกยังคงปะทุและ UNHCR กังวลว่าฝนที่คาดการณ์จะตกจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโคลนและแผ่นดินถล่ม

ความไม่แน่นอนเป็นอุปสรรคต่อผู้ที่พักพิงอยู่ในที่พักพิงชั่วคราว ในจำนวนนั้น อนา คาโรไลนา คุณแม่ของหนูน้อยที่ลืมตาดูโลกได้เพียง 17 วัน ตอนนี้พักอยู่ในมหาวิทยาลัย Centro Universitario del Sur (CUNSUR) ในเมืองเอสกวินตลา

“เราไม่รู้ได้เลยว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่” เธอกล่าว “พวกเขาบอกเราว่าเถ้าถ่านจากการปะทุของภูเขาไฟในบ้านเป็นพิษต่อลูกๆของเรา”

 

บริจาคตอนนี้ เพื่อสนับสนุนการทำงานของ UNHCR