Skip to main content

ภาษา

 

ตัวเลขผู้พลัดถิ่นทั่วโลกสูงเกิน 70 ล้านคน ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เร่งผลักดันความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการแก้ปัญหา

 

ตัวเลขผู้พลัดถิ่นทั่วโลกสูงเกิน 70 ล้านคน ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เร่งผลักดันความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการแก้ปัญหา

 

 

19 มิถุนายน 2562 กรุงเทพฯ – ในปี 2561 จำนวนผู้ลี้ภัยจากสงคราม การประหัตประหาร และความขัดแย้ง ได้เพิ่มสูงขึ้นเกิน 70 ล้านคน ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR เคยประสบมาในระยะเวลาการทำงานกว่า 70 ปี

 

รายงานประจำปีของ UNHCR หรือ Global Trends ฉบับล่าสุด เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ว่ามีจำนวนผู้ถูกบังคับให้พลัดถิ่น  ทั่วโลกสูงถึง 70.8 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 2.3 ล้านคน ภายในระยะเวลาหนึ่งปี และเทียบได้กับขนาดประชากรของประเทศไทย และประเทศตุรกี

 

ทั้งนี้ 70.8 ล้านคน คือสถิติขั้นต่ำที่ยังไม่รวมจำนวนผู้พลัดถิ่นทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ในประเทศเวเนซูเอลา สถิติรวมจากรัฐบาลต่างๆ ที่ได้ให้ความช่วยเหลือชาวเวเนซูเอลาระบุว่า ในขณะนี้มีประชากรจำนวนมากกว่า 4 ล้านคนที่เดินทางออกจากประเทศ ส่งผลให้วิกฤติการณ์ครั้งนี้เป็นการผลัดถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกครั้งล่าสุด และแม้ว่าผู้พลัดถิ่นส่วนใหญ่ต้องการความคุ้มครองจากนานาชาติ แต่จนถึงทุกวันนี้มีจำนวนผู้พลัดถิ่นเพียงครึ่งล้านเท่านั้นที่ขอลี้ภัยอย่างเป็นทางการ

 

“สิ่งที่เราเห็นจากสถิติเหล่านี้ เป็นข้อยืนยันถึงแนวโน้มว่าจะมีผู้คนที่ต้องหลบหนีจากสงคราม ความขัดแย้ง และการประหัตประหาร เพื่อหาความปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว ขณะที่การพูดถึงเรื่องผู้ลี้ภัยและผู้อพยพมักจะสร้างความแตกแยก แต่เราก็ได้เห็นน้ำใจและความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันที่หลั่งไหลให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะในชุมชนที่มอบที่พักพิงให้แก่ผู้ลี้ภัยจำนวนมาก นอกจากนี้เรายังได้เห็นความร่วมมือที่คาดไม่ถึงจากภาคส่วนใหม่ๆ เช่น นักพัฒนาชุมชน ภาคธุรกิจและเอกชน รวมถึงบุคคลทั่วไป ที่สะท้อนถึงและดำเนินงานตามเจตนารมณ์ข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องผู้ลี้ภัย (Global Compact on Refugees)” ฟิลลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ กล่าว “เราต้องถือปฏิบัติจากสิ่งดีๆ เหล่านี้และสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์หลายพันคนที่ถูกบังคับให้จากบ้านมาในแต่ละวัน”

 

ในจำนวนผู้พลัดถิ่น 70.8 ล้านคนตามรายงานประจำปีนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท โดยกลุ่มแรก คือ ผู้ลี้ภัย หมายถึง บุคคลที่จำเป็นต้องทิ้งประเทศบ้านเกิดของตนเองเนื่องจากความหวาดกลัว ความขัดแย้ง สงคราม และการถูกประหัตประหาร หรือได้รับการคุกคามต่อชีวิต จากปี พ.ศ. 2560 มีจำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นกว่า 5 แสนคนภายในระยะเวลาหนึ่งปี ส่งผลให้จำนวนผู้ลี้ภัยสูงถึง 25.9 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2561 ในจำนวนนี้ 5.5 ล้านคนเป็นผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ ที่อยู่ในความคุ้มครองของสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ หรือ UNRWA

กลุ่มที่สอง คือ ผู้ขอลี้ภัย หมายถึง ผู้แสวงหาที่ลี้ภัยที่ยังไม่ได้รับการรับรอง แต่รอสถานะผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2561 มีผู้ขอลี้ภัยทั่วโลกเป็นจำนวน 3.5 ล้านคน

 

และกลุ่มสุดท้ายที่เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด คือ ผู้พลัดถิ่นที่ยังอยู่ภายในประเทศของตน ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 41.3 ล้านคน โดยกลุ่มคนเหล่านี้เรียกว่า ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (Internally Displaced People หรือ IDPs)

 

ด้วยจำนวนผู้พลัดถิ่นที่เพิ่มสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่องนี้ ทำให้การดำเนินการหาทางออกเป็นเรื่องยาก แม้ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ลี้ภัย คือการเดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ ปลอดภัย และสมศักดิ์ศรี รวมถึง การผสมกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน หรือการตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศที่สาม แต่อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2561 มีผู้ลี้ภัยเพียง 92,400 คนที่ได้รับโอกาสในการตั้งถิ่นฐานใหม่ ซึ่งน้อยกว่าร้อยละ 7 ของจำนวนคนที่ยังคงรอการตั้งถิ่นฐานใหม่ และ มีผู้ลี้ภัยเพียง 593,800 คน ที่เดินทางกลับประเทศโดยสมัครใจ ในขณะที่ 62,600 คน ได้รับสิทธิพลเมืองในประเทศที่ให้ลี้ภัย

 

“ในทุกวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัย ไม่ว่าจะเกิดในประเทศใด ยาวนานแค่ไหน มีความจำเป็นที่จะต้องเน้นย้ำถึงการมอบทางออกที่ถาวร และลดอุปสรรคในการกลับประเทศของตนอย่างสมัครใจ” กรันดี กล่าว “การแก้ปัญหาวิกฤติโลกในครั้งนี้เป็นเรื่องซับซ้อนที่ UNHCR ยังคงมุ่งมั่นช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง และต้องการความร่วมมือจากทุกประเทศเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข วิกฤตินี้ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”

 

อ่านรายงานฉบับเต็ม

****

8 สิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับผู้ลี้ภัย จาก รายงานประจำปีของ UNHCR หรือ Global Trends 2018

  • เด็ก: ในปี พ.ศ. 2561 มีผู้ลี้ภัยเด็กเพิ่มขึ้นทุกๆ วินาที และ เป็นจำนวนมากถึง 111,000 คน ที่เป็นเด็กที่ไม่มีพ่อแม่และอยู่อย่างไร้ครอบครัว
  • เด็กเล็ก: ประเทศยูกันดา รายงานว่ามีเด็กผู้ลี้ภัย อายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 2,800 คน ต้องอยู่ลำพัง หรืออยู่แยกกับครอบครัว
  • ผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง: ร้อยละ 61 ของผู้ขอลี้ภัยในเขตเมืองจะอาศัยอยู่ในใจกลางเมืองมากกว่าที่จะอยู่ในชนบทหรือในค่ายผู้ลี้ภัย
  • ประเทศรายได้สูง – ต่ำ: ประเทศที่มีรายได้สูง รองรับผู้ลี้ภัยโดยเฉลี่ย 2.7 คน ต่อประชากรในประเทศ 1,000 คน ประเทศที่มีรายได้ปานกลางถึงต่ำ รองรับผู้ลี้ภัยโดยเฉลี่ย 5.8 และในประเทศที่ยากจน รองรับผู้ลี้ภัยหนึ่งส่วนสามของจำนวนผู้ลี้ภัยทั้งหมดทั่วโลก
  • ถิ่นที่อยู่: ร้อยละ 80 ของจำนวนผู้ลี้ภัย อาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดกับประเทศภูมิลำเนาของตน
  • ระยะเวลา: สัดส่วนผู้ลี้ภัย 4 ใน 5 คน ต้องพลัดถิ่นเป็นเวลาอย่างน้อยห้าปี โดยที่หนึ่งในห้านั้น ต้องพลัดถิ่นเป็นเวลานานถึง 20 ปี หรือมากกว่านั้น
  • ผู้ขอลี้ภัยใหม่: ในปี พ.ศ. 2561 ผู้ขอผู้ลี้ภัยกลุ่มใหม่ที่มีจำนวนมากที่สุด มาจากประเทศเวเนซูเอลา (341,800 คน)
  • แนวโน้ม: ในปัจจุบัน อัตราส่วนของประชากรผู้ลี้ภัย ผู้ขอลี้ภัย หรือ ผู้พลัดภิ่นภายในประเทศ ต่อเพื่อนมนุษย์ทั่วโลก คือ 1 ใน 108 (เทียบกับ 1 ใน 160 เมื่อสิบปีที่แล้ว)

****

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ดวงมน สุชาตานนท์

เจ้าหน้าที่สื่อสารและประชาสัมพันธ์

อีเมล sujatano@unhcr.org

เบอร์โทร +662 288 1296

เบอร์มือถือ +6681 855 8522