Skip to main content

ภาษา

 

คาดิจา คาทุน รู้ดีว่าการต้องใช้ชีวิตและเผชิญกับแผ่นดินถล่มเป็นเช่นไร

 

คาดิจา คาทุน รู้ดีว่าการต้องใช้ชีวิตและเผชิญกับแผ่นดินถล่มเป็นเช่นไร

From left, Nur Kalima, 10, her mother Khadija, 40, brother Saiful Hoque, 4, and grandmother Suvia Khatun, 60, pose for a photograph as they sit outside their shelter. ©UNHCR/David Azia

From left, Nur Kalima, 10, her mother Khadija, 40, brother Saiful Hoque, 4, and grandmother Suvia Khatun, 60, pose for a photograph as they sit outside their shelter. ©UNHCR/David Azia

 

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 บนจุดที่สูงที่สุดของตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบังคลาเทศ คาดิจาและครอบครัวของเธอสูญเสียที่พักพิงจากเหตุการณ์แผ่นดินถล่มแบบฉับพลัน สมาชิกในครอบครัวของเธอประกอบด้วย ซูเวีย คุณแม่ของคาดิจา อายุ 60 ปี นัวร์ คาลิมา ลูกสาว อายุ 10 ขวบ และซายฟัล อายุ 4 ขวบ จากเหตุการณ์นั้นไม่มีสมาชิกในครอบครัวได้รับบาดเจ็บ แต่พวกเขาสูญเสียข้าวของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในน้ำและโคลน 

เพื่อนบ้านของพวกเขาเข้าช่วยเหลือและให้ความดูแลในทันที คาดิจา คุณแม่ของเธอและเด็กๆอาศัยอยู่กับเพื่อนบ้านเกือบ 1 สัปดาห์เนื่องจากมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

นี่เป็นครั้งที่สองในรอบปีที่พวกเขาสูญเสียที่พักพิง เมื่อ 11 เดือนก่อน คาดิจาและครอบครัวถูกบังคับให้หนีออกจากบ้านเพราะหมู่บ้านไมพารา หมู่บ้านของพวกเขาถูกโจมตีและเผาทำลาย “เราใช้เวลา 14 วัน ในการเดินทางมาถึงประเทศบังคลาเทศ” คาดิจาเล่า “ทุกที่มีแต่การต่อสู้ การยิงและระเบิด เราเดินทั้งวันและข้ามแม่น้ำด้วยแพไม้ไผ่” “เมื่อเราเดินทางมาถึงค่ายนี้หลังจากการเดินทางที่ยาวนาน เราได้รับอาหาร ที่พักพิงและความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อน” เธอกล่าวต่อ

UNHCR ทำงานในพื้นที่ เราอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาเช่นคาดิจาทันทีที่เดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่ของ UNHCR ติดต่อและดูแลครอบครัวของคาดิจาและครอบครัวอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินถล่มอย่างใกล้ชิด และในวันหนึ่ง เธอได้รับข่าวดีว่า UNHCR ได้สร้างที่พักพิงใหม่ให้แก่ครอบครัวของเธอในพื้นที่ราบและปลอดภัยภายในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลองและพวกเขาจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในที่พักพิงแห่งใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

เมื่อวันที่ต้องย้ายเข้าที่พักพิงแห่งใหม่มาถึง คาดิจาและครอบครัวได้รับความช่วยเหลือมากมาย อาสาสมัคร 10 คน ช่วยขนของและมีรถช่วยพาคุณแม่วัย 60 ของเธอไปส่งเพราะไม่สามารถเดินได้สะดวก

ในฤดูมรสุม UNHCRและองค์กรพันธมิตรช่วยอพยพครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากว่า 34,000 ครอบครัว ซึ่งส่วนมากเป็นครอบครัวที่พักพิงอยู่บนพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินถล่มหรือน้ำท่วม นอกจากนี้พวกเขายังได้รับเสื่อนอน ถังเก็บน้ำ อุปกรณ์ประกอบอาหารและสิ่งของบรรเทาทุกข์อื่นๆ เพื่อให้พวกเขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่พักพิงแห่งใหม่

“ตอนที่เราอยู่บนเนินเขา ลูกๆของฉันไม่มีที่วิ่งเล่น... แต่ที่นี่มีโอกาสมากขึ้น พวกเขาสามารถหาเพื่อนใหม่ได้”

พื้นที่ที่ตั้งที่พักพิงแห่งใหม่ของคาดิจามีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ค่ายส่วนต่อขยาย 4” ซึ่งมีพื้นที่กว้างขึ้นและได้รับการพัฒนาด้านน้ำสะอาดและระบบสาธารณสุขสำหรับครอบครัว แต่ยังมีความต้องการความช่วยเหลือในลักษนะนี้อีกมาก 9 ครอบครัวที่พักพิงใกล้เคียงอยู่ในพื้นที่ตั้งที่พักพิงเดิมของคาดิจาย้ายมาที่นี่ในวันเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือคาดิจารู้สึกว่าครอบครัวของเธอได้รับความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น  

“ตอนที่เราอยู่บนเนินเขา ลูกๆของฉันไม่มีที่วิ่งเล่น” เธอเล่า “แต่ที่นี่มีโอกาสมากขึ้น พวกเขาสามารถหาเพื่อนใหม่ได้” “ที่นี่หนูสามารถวิ่งเล่นได้อย่างอิสระ” นัวร์ คาลิมา ลูกสาววัย 10 ขวบของคาดิจาเสริม

“ฉันรู้สึกมีความสุขที่เราจะได้มีช่วงเวลาที่ดีด้วยกันที่นี่” คาดิจา มีความหวังว่าจะมีความเปลี่ยนแปลง เธอจะสามารถเดินทางกลับบ้านเกิดได้อย่างปลอดภัยและสงบสุข ตอนนี้เธอรู้สึกสบายและปลอดภัย “ที่นี่สร้างได้แข็งแรงมาก” เธอเล่า “ฉันสามารถนอนหลับได้สนิทยิ่งขึ้นที่นี่”
 

ร่วมบริจาคเพื่อมอบที่พักพิงที่ปลอดภัยให้ครอบครัวผู้ลี้ภัยเช่นครอบครัวของคาดิจา https://goo.gl/t7sbnv