Skip to main content

ภาษา

 

ค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญที่สุดในโลกที่ยูกันดากับการช่วยเหลือวิกฤติผู้ลี้ภัยซูดานใต้จากสงครามและความอดอยาก

 

การเติบโตอย่างรวดเร็วของผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้จนกลายเป็นวิกฤติที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา ในเวลาเพียง 10 เดือนมีการลี้ภัยไปประเทศเพื่อนบ้านกว่า 1 ล้าน 6 แสนคน โดยกว่าครึ่งหนึ่งอพยพมายังประเทศยูกันดา จนเกิดศูนย์อพยพที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ยูกันดาซึ่งเป็นประเทศที่ยากจนที่สุด กลับต้อนรับและให้การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเหล่านี้ ติดตามนโยบายของรัฐบาลยูกันดากับการดูแลผู้ลี้ภัยจากวิกฤติสงครามและความอดยาก

เนื้อที่ 421 ตารางกิโลเมตร หรือกว่า 2 แสน 6 หมื่นไร่ เป็นที่ตั้งของ Bidibidi Settlement  ซึ่งรัฐบาลยูกันดาได้รับบริจาคที่ดินจากประชาชนให้เป็น พื้นที่รองรับผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้ จำนวนกว่า 2 แสน 7 หมื่นคน จนกลายเป็นศูนย์อพยพผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในเวลาไม่ถึง 10 เดือน

นับจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้วที่เกิดสงครามภายในประเทศซูดานใต้ และเกิดภาวะอดอยากจนองค์การสหประชาชาติประกาศให้ซูดานใต้เป็นพื้นที่ประสบภาวะอดอยากเป็นประเทศแรกในรอบ 6 ปี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงเกิดการทะลักของผู้ลี้ภัยซูดานใต้เข้ามาในยูกันดาเกือบ 2 แสนคน ทำให้รัฐบาลยูกันดาต้องเปิดศูนย์อพยพรวม 5 แห่ง รองรับผู้ลี้ภัยซูดานใต้ กว่า 8 แสน 2 หมื่นคน เฉพาะที่ Bidibidi Settlement ต้องแบ่งพื้นที่เป็น 5 โซน

ลักษณะพื้นที่ที่เป็นทุ่งหญ้า และป่าที่พอจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่บ้าง ผู้ลี้ภัยสามารถสร้างบ้านดินอาศัยอยู่ตามธรรมชาติที่ไม่แออัดมากนัก นอกจากอุปกรณ์สร้างบ้านและช่วยชีวิตที่ได้รับจาก UNHCR แล้ว  อาหารที่ได้รับจาก องค์การอาหารโลก หรือ WFP ยังไม่เพียงพอกับจำนานผู้ลี้ภัยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แม้พวกเขาจะช่วยเหลือตัวเองด้วยการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ให้พอมีอาหารและเงินประทังชีวิต แต่ด้วยต้นทุนสภาพร่างกายที่ประสบภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะเด็กที่ส่วนใหญ่จะมีแขนขาลีบ และท้องป่อง นี่จึงกลายเป็นเหตุผลที่รัฐบาลยูกันดา ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านมีนโยบายเปิดรับผู้ลี้ภัยชาวซูดานใต้ สำนักนายกรัฐมนตรี Office of the prime minister เปิดแผนกเพื่อผู้ลี้ภัย ขึ้นมาโดยเฉพาะ ในขณะที่ยูกันดาเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

Baryamwesiga Robert หัวหน้าพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัย Bidibidi Settlement สำนักนายกรัฐมนตรียูกันดา ยอมรับว่ามี 3 เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลยูกันดาให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยซูดานใต้ เพราะวัฒนธรรมของชาวยูกันดา มีการ ให้ และรัฐบาลมีนโยบายในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ลี้ภัย เพราะยูกันดาเองเคยมีสงครามกลางเมืองเมื่อปี 2005 จนเกิดผู้พลัดถิ่นภายในประเทศจำนวนกว่า 2 ล้าน 2 แสนคน และทุกคนได้กลับบ้านหลังการเจรจาสันติภาพประสบความสำเร็จในปี 2008 ประเทศยูกันดาจึงเข้าใจสภาพความทุกข์ยากของซูดานใต้ดี และยูกันดาไม่ได้เห็นผู้ลี้ภัยเป็นภาระ แต่เห็นเป็นโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน การจ้างงาน จากการเข้ามาขององค์การระหว่างประเทศ จึงเกิดประโยชน์และยังได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

นอกจากที่พักพิงที่ปลอดภัยโดยการสนับสนุนชุดบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยชีวิตจาก UNHCR แล้ว ในพื้นที่รองรับผู้ลี้ภัย Bidibidi ยังมีโรงเรียนทั้งชั้นอนุบาล ประถม และมัธยม ที่แม้จะต้องเรียนรวมกัน ในสภาพเสื้อผ้าที่นำติดตัวมาจากซูดานใต้ และต้องกลับไปทานอาหารเที่ยงที่บ้าน เพราะองค์กรต่างๆไม่มีงบประมาณเพียงพอ แต่ชีวิตการเรียนของเด็กๆที่นี่มีความสุขที่สามารถเรียนหนังสือได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องวิ่งหนีเสียงปืนในขณะแต่งชุดนักเรียนเหมือนที่อยู่ในซูดานใต้ การให้การศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลยูกันดาและ UNHCR จะมอบให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้  นอกเหนือจากอาหาร และน้ำดื่ม ที่ไม่เพียงพอและมีความจำเป็นต้องได้รับเงินสนับสนุนจากประชาคมโลก

จากวิกฤติสงครามและความอดอยากที่เกิดขึ้น UNHCR จึงเปิดระดมทุนเพื่อนำไปช่วยเหลืออย่างเร่ด่วน ท่านสามารถบริจาคได้ผ่านทาง  บริจาคช่วยชีวิตพวกเขาได้ที่ www.unhcr.or.th/famine หรือ บริจาคทาง SMS 30 บาท พิมพ์ 30 ไปที่ 4642789