Skip to main content

ภาษา

 

UNHCR เรียกร้องให้เปิดชายแดนช่วยเหลือผู้ที่ต้องหนีความรุนแรงจากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์

 

UNHCR เรียกร้องให้เปิดชายแดนช่วยเหลือผู้ที่ต้องหนีความรุนแรงจากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์

 

เนื่องจากสถานการณ์ในรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ย่ำแย่ลงตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา UNHCR ได้มีการพูดคุยกับรัฐบาลบังคลาเทศเกี่ยวกับความพร้อมของ UNHCR ในการให้ความสนับสนุนรัฐบาลบังคลาเทศเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ข้ามชายแดนเข้ามา ตั้งแต่วันพฤหัสบดีจนถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีประชาชนราว 5,200 คน เดินทางจากประเทศเมียนมาร์มาที่บังคลาเทศ จากรายงานพบว่ายังมีคนอีกนับพันคนยังอยู่ในบริเวณแนวชายแดนประเทศเมียนมาร์ UNHCR ขอเน้นย้ำถ้อยแถลงการณ์จากท่านเลขาธิการสหประชาชาติเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ประณามความรุนแรงในรัฐยะไข่ บนแนวชายแดนของประเทศบังคลาเทศ ผู้คนบางส่วนอยู่ในบริเวณแนวกั้นใกล้กับชายแดน ในขณะที่อีกจำนวนหนึ่งอยู่ในบริเวณค่ายผู้ลี้ภัยกูตปาลอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เด็ก หรือผู้สูงอายุ และมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมอยู่ด้วย 

 

                  หลังลี้ภัยจากความรุนแรงในประเทศพม่าเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2559 ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาอยู่ร่วมกันในที่พักพิงชั่วคราวอย่างแออัดในเมืองคอกซ์บาซาร์ ประเทศ บังกลาเทศ ที่พักพิงชั่วคราวถูกสร้างขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรองรับจำนวนครอบครัวผู้ลี้ภัยที่เพิ่มสูงขึ้น © UNHCR

 

หน่วยงานรัฐของประเทศบังคลาเทศ ชุมชนท้องถิ่น พันธมิตรของ UNHCR และNGOs เร่งให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรวมไปถึงการมอบอาหาร น้ำดื่ม และการรักษาพยาบาลแก่ผู้ที่เพิ่งเดินทางมาถึง UNHCR ซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐของประเทศบังคลาเทศ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในประเทศเมียนมาร์นั้นรุนแรงและเรามีกังวลว่าจำนวนของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออาจเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เราได้เร่งวางแผนทำการสำรวจความต้องการการช่วยเหลือแก่พวกเขาอย่างเร่งด่วนแล้ว

UNHCR ได้ทราบข้อมูลรายงานหลายชิ้นเกี่ยวกับคนที่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศบังคลาเทศ  ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ร้ายแรงต่อบุคคลที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้

ประเทศบังคลาเทศได้ให้พื้นที่ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยจากประเทศเมียนมาร์มาหลายสิบปี และ UNHCR เชื่อว่าการอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยที่ต้องหนีจากความรุนแรงได้รับความปลอดภัยในประเทศบังคลาเทศมีความสำคัญอย่างมากที่สุด นอกจากนี้ UNHCR ขอเรียกร้องต่อประชาคมโลกให้การสนับสนุนประเทศบังคลาเทศในการเปิดชายแดนรับผู้ลี้ภัยโดยการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนในด้านต่างๆ

ขณะเดียวกันในรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ การช่วยเหลือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบยังคงถูกจำกัด เราได้ขอให้ทางการของประเทศเมียนมาร์ทำทุกอย่างที่จะทำได้เพื่อช่วยให้เราให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและมั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าที่ของเราจะปลอดภัย