Skip to main content

ภาษา

 

ชายผู้มอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ลี้ภัยในตุรกี

นักธุรกิจชาวตุรกีมอบที่พักพิง อาหาร และช่วยยื่นขอใบอนุญาตทำงานให้กับผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย

 

เมืองโตร์บาลิ ประเทศตุรกี ลีเวนท์ ทอปกา ชายผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้ลี้ภัยหลายคน ที่รู้จักกันหมู่ผู้ลี้ภัยที่เมืองโตร์บาลืเป็นอย่างดีในฐานะผ็จัดการทั่วไปวัย 52 ปี ของบริษัท เอจ สัญชาติตุรกีที่ผลิตสินค้าจากหนังสัตว์ที่มีพนักงานประมาณ 60 คน

ลีเวนท์และเพื่อนๆของเขาได้สร้างชุมชนออนไลน์ขึ้นในเฟสบุ๊คเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากต่างๆ ซึ่งผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในตุรกี 2.7 ล้านคนก็เป็นหนึ่งในนั้น ลีเวนท์และเพื่อนๆรวมทั้งความช่วยเหลือบางส่วนจาก UNHCRก็ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตของคนกว่าร้อยคนที่นี่

เมื่อสามเดือนก่อนกลุ่มของลีเวนท์ได้ปรับปรุงตึกที่ถูกทิ้งร้างเพื่อใช้เป็นที่อยู่ของครอบครัวผู้ลี้ภัย 2-3 ครอบครัว หลังจากนั้นลีเวนท์ก็เดินทางไปหาผู้ลี้ภัยที่เต็นท์และเพิงชั่วคราวที่พวกเขาสร้างขึ้นติดกับไร่ที่พวกเขาทำงาน “ลีเวนท์หาพวกเราจนเจอ” อาเบียร์ ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียวัย 32 ปีพร้อมลูก 10 คน ลี้ภัยมาจากเมืองอเลปโปเมื่อปีก่อน กล่าว “หลังจากนั้นพวกเราก็ทิ้งเต็นท์ของพวกเราและย้ายเข้ามาอยู่ที่อาคารหลังนี้”

“ผมไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกตอนนั้นอย่างไร มันเหมือนว่าในที่สุดก็มีใครบางคนที่เป็นห่วงเป็นใยเรา เขาสร้างห้องน้ำให้เรา เอาอาหาร ผ้าห่ม และขนมมาให้เด็กๆ และเมื่อวานนี้เขาก็เอาเครื่องซักผ้ามาให้พวกเราด้วย” อาเบียร์กล่าวด้วยน้ำเสียงของความชื่นชมและขอบคุณ “ผมพยามยามช่วยเหลือพวกเขาอย่างสุดความสามารถ แต่ก็รู้สึกว่าที่เราทำนั้นยังไม่เพียงพอ” ลีเวนท์ กล่าว

หลังจากรัฐบาลตุรกีประกาศกฎหมายอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยมีสิทธิ์ในการยื่นใบอนุญาตทำงานได้เมื่อเดือนมกราคม ลีเวนท์และกลุ่มอาสาของเขาก็เริ่มเดินหน้าเรื่องการยื่นขอเอกสารด้วยความรวดเร็ว ซึ่งก่อนที่กฎหมายนี้จะถูกประกาศใช้ชาวซีเรียที่หนีสงครามรวมทั้งผู้ลี้ภัยหลายแสนคนไม่มีสิทธิในการทำงานโดยถูกกฎหมายได้

หลังจากได้รับคำปรึกษาและความช่วยเหลือจาก UNHCR ลีเวนท์ก็ได้พบกับชาวซีเรียสองคนและได้ดำเนินการเรื่องเอกสารต่างๆเพื่อยื่นขอสิทธิในการทำงานตามกฎหมายให้กับพวกเขาสำเร็จภายในหกสัปดาห์ ซึ่งผู้ลี้ภัยทั้งสองตอนนี้ได้ทำงานอยู่ที่โรงงานบริษัทเอจของลีเวนท์ ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยสองคนแรกของภูมิภาคที่ถูกจ้างเข้าทำงานโดยถูกต้องตามกฎหมายและได้รับค่าตอบแทนเท่ากับชาวตุรกี

“นี่เป็นงานที่ดีมาก และผมขอบคุณพระเจ้าที่ได้ทำงานนี้” มูฮัมมัด หนึ่งในผุ้ลี้ภัย สองคนแรกกล่าว “เป้าหมายของผมและครอบครัวคือการได้เดินทางกลับบ้าน เราไม่เคยคิดจะเดินทางไปยุโรป เราเลยตัดสินใตอยู่ที่ตุรกีเพราะใกล้กับซีเรีย และตอนนี้ผมก็สามารถทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้แล้ว” ผู้ลี้ภัยอีกสองคนตอนนี้ก็ได้รับใบอนุญาตในการทำงานแล้ว และกำลังทำงานที่โรงงานเช่นเดียวกัน รวมทั้งผู้ลี้ภัยอีกสองคนที่กำลังจะเริ่มงานที่โรงงานบริษัทเอจซึ่งรวมแล้วมีทั้งหมดหกคน โดยกฎหมายของตุรกีอนุญาตให้รับผู้ลี้ภัยเป็นพนักงานบริษัทได้เพียงร้อยละสิบของจำนวนพนักงานทั้งหมด ซึ่งในตอนนี้ก็ครบโควต้าของบริษัทเอจ พอดี

“เราจะอาศัยอยู่ที่นี่จนกว่าเราจะสามารถเดินทางกลับซีเรียได้ ตุรกีใกล้กับซีเรียมากและเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราอยู่ห่างไกลจากบ้านมากนัก” © UNHCR/Andrew McConnell
“เราจะอาศัยอยู่ที่นี่จนกว่าเราจะสามารถเดินทางกลับซีเรียได้ ตุรกีใกล้กับซีเรียมากและเราก็ไม่ได้รู้สึกว่าเราอยู่ห่างไกลจากบ้านมากนัก” © UNHCR/Andrew McConnell
มูฮัมมัดวัย 37 ปี พร้อมทั้งเฟอร์ดอส ภรรยาวัย 25 และลูกๆหน้าที่พักของพวกเขาในอาคารที่ลีเวนท์มอบให้ © UNHCR/Andrew McConnell
มูฮัมมัดวัย 37 ปี พร้อมทั้งเฟอร์ดอส ภรรยาวัย 25 และลูกๆหน้าที่พักของพวกเขาในอาคารที่ลีเวนท์มอบให้ © UNHCR/Andrew McConnell

“อันที่จริงแล้วเราสามารถให้ปลาเพื่อเป็นอาหารให้กับพวกเขา แต่มันจะไม่ดีกว่าหรือหากเราสามารถสอนวิธีจับปลาให้กับพวกเขาได้ ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุที่เราพยายามในการดำเนินเรื่องใบอนุญาตทำงานให้เป็นจริงขึ้นมาได้”

“เมื่อฤดูหนาวที่ผ่านมา ผมรู้ดีว่าผู้ลี้ภัยชาวซีเรียจะต้องการรองเท้าบูทผมเลยมีความคิดว่าจะนำเอาหนังที่คุณภาพกลางๆมาทำรองเท้าให้พวกเขา แต่ในที่สุดเพื่อนคนนึงของผมก็นำหนังคุณภาพดีเยี่ยมมามอบให้และเราก็สามารถผลิดรองเท้าบูทจำนวน 2,300 คู่เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยที่เมืองกาเซียนเท็ปทางตอนใต้ได้

“และจากเหตุการณ์นั้นผมก็ทราบว่าผู้ลี้ภัยหลายคนไม่มีถุงเท้า ผมเลยโทรหาเพื่อนคนนึงและในที่สุดเราก็สามารถหาถุงเท้าให้กับผุ้ลี้ภัยทั้งหมดได้ครบ” สำหรับผู้ลี้ภัยยที่อาศัยในที่พักพิงที่ถูกจัดไว้ให้จะมีไฟฟ้าใช้ และมีอาหารโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ที่ทำงานที่บริษัทเอจนั้นจะได้รับอาหารและที่พักอาศัยฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายจนกว่าจะถึงสิ้นปีนี้เพื่อที่พวกเขาจะสามารถเก็บเงินได้

ลีเวนท์กล่าวว่าการสร้างแรงจูงใจนั้นง่ายมาก “คนพวกนี้ก็เปรียบเสมือนพี่น้องของผม เรามีชีวิตเดียว และหน้าที่ของการมีชีวิตอยู่ก็คือการช่วยเหลือผู้อื่น”

คัมภีร์อัลกุรอ่านเขียนไว้ว่าวิธีที่เราจะช่วยเหลือคนอื่นคือการมอบสิ่งของที่เรารักให้กับพวกเขา ผมมีเสื้อผ้ามากมายและผมก็มอบเสื้อผ้าของผมที่ผมรักให้กับพวกเขาและก็เก็บตัวที่ดีที่สุดไว้ที่บ้าน” ลีเวนท์พูดพร้อมหัวเราะ