Skip to main content

ภาษา

 

แองเจลิน่า โจลี ผู้แทนพิเศษฯ UNHCR เรียกร้องให้ยุติความอยุติธรรมที่ส่งผลให้ชาวโรฮิงญาเกือบ 1 ล้านคน ต้องหนีมายังประเทศบังคลาเทศ

 

แองเจลิน่า โจลี ผู้แทนพิเศษฯ UNHCR เรียกร้องให้ยุติความอยุติธรรมที่ส่งผลให้ชาวโรฮิงญาเกือบ 1 ล้านคน ต้องหนีมายังประเทศบังคลาเทศ

แองเจลิน่า โจลี ผู้แทนพิเศษฯ UNHCR เดินทางเยือนค่ายผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ประเทศบังคลาเทศ ค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อไปเห็นความเป็นอยู่และสถานการณ์ของพวกเขาด้วยตนเอง เรียกร้องสิทธิ์ในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กๆ ชาวโรฮิงญา

 

แองเจลิน่า โจลี ทูตพิเศษฯ UNHCR พบกับ จอรินา เด็กผู้ลี้ภัยชาวโรอิงญา วัย 18 ปี เธอสูญเสียพ่อแม่ หนีจากบ้านมาที่ค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ ไม่กีสัปดาห์ก่อนหน้านี้ © UNHCR/Santiago Escobar-Jaramillo
แองเจลิน่า โจลี ผู้แทนพิเศษฯ UNHCR พบกับ จอรินา เด็กผู้ลี้ภัยชาวโรอิงญา วัย 18 ปี เธอสูญเสียพ่อแม่ หนีจากบ้านมาที่ค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ ไม่กีสัปดาห์ก่อนหน้านี้ © UNHCR/Santiago Escobar-Jaramillo


แองเจลิน่า โจลี ผู้แทนพิเศษฯ UNHCR รับฟังเรื่องราวจากผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่กำลังทนทุกข์จากการถูกประหัติประหาร การถูกแบ่งแยกและต้องเอาชีวิตรอดในการต่อสู้จากความขัดแย้ง

“ฉันรู้สึกขอบคุณ ที่ในประเทศบังคลาเทศ ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามีตัวตน ได้รับการยอมรับ รวมถึงมีเอกสารที่สามารถระบุตัวตนด้วยความสนับสนุนจากรัฐบาลบังคลาเทศและ UNHCR ซึ่งอาจเป็นครั้งแรกในชีวิตของพวกเขา” ทูตพิเศษกล่าว ขณะเยือนค่ายผู้ลี้ภัย ประเทศบังคลาเทศ

ครั้งนี้เป็นการเดินทางเยือนค่ายผู้ลี้ภัยครั้งที่ 64 ร่วมกับ UNHCR ของโจลี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ซึ่งครั้งนี้เป็นการเดินทางเยือนประเทศบังคลาเทศครั้งแรก โดยได้พบกับผู้พลัดถิ่นชาวโรฮิงญาในประเทศเมียนมาร์ ปี พ.ศ. 2558 และในประเทศอินเดียในปี พ.ศ. 2549 เป็นเวลาหลายสิบปีของความอยุติธรรมที่ส่งผลให้ชาวโรฮิงญาเกือบ 1 ล้านคน หนีออกจากบ้านเกิดเพื่อแสวงหาที่พักพิงที่ปลอดภัยในประเทศบังคลาเทศ โดยส่วนใหญ่เดินทางออกมาในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา   

 

รองเท้าของนักเรียนในศูนย์การเรียนรู้ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ที่วางเรียงรายอยู่หน้าห้องเรียน © UNHCR/Santiago Escobar-Jaramillo
รองเท้าของนักเรียนในศูนย์การเรียนรู้ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ที่วางเรียงรายอยู่หน้าห้องเรียน © UNHCR/Santiago Escobar-Jaramillo

โจลี พบกับเด็กชาวโรฮิงญาที่ศูนย์การเรียนรู้ในค่ายผู้ลี้ภัยที่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่การหลั่งไหลของชาวโรฮิงญาในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2560 จำนวนประชากรผู้ลี้ภัยในพื้นที่เพิ่มขึ้นราว 620,000 คน มากกว่าค่ายใดๆ ในโลก เด็กๆ มากกว่าครึ่งไม่เคยไปโรงเรียนก่อนเดินทางมาถึงประเทศบังคลาเทศ เมื่อไปที่บ้านของแด็กๆ พ่อแม่บอกกับโจลี ว่า การศึกษาเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับเด็กๆ ชาวโรฮิงญา พวกเขาโดนกีดกันด้วยวิธีต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง

"เด็กๆ มากกว่าครึ่งไม่เคยไปโรงเรียน
ก่อนเดินทางมาถึงประเทศบังคลาเทศ"

 

ที่ค่ายผู้ลี้ภัยชัคมากุล ประเทศบังคลาเทศ แองเจลิน่า โจลี ทูตพิเศษฯ UNHCR พูดคุยกับหญิงผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ที่รอดชีวิตจากการถูกคุกคามทางเพศในบ้านเกิด © UNHCR/Santiago Escobar-Jaramillo
ที่ค่ายผู้ลี้ภัยชัคมากุล ประเทศบังคลาเทศ แองเจลิน่า โจลี ผู้แทนพิเศษฯ UNHCR พูดคุยกับหญิงผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ที่รอดชีวิตจากการถูกคุกคามทางเพศในบ้านเกิด © UNHCR/Santiago Escobar-Jaramillo

ในค่ายกูตูปาลอง โจลี ได้เยือนศูนย์ลงทะเบียนที่ก่อตั้งด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลบังคลาเทศและ UNHCR สถานที่ที่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาได้รับการระบุอัตลักษณ์ทางชีวภาพและได้รับบัตรที่ช่วยระบุตัวตน สำหรับผู้ที่ไร้รัฐไร้สัญชาติ นี่เป็นหลักฐานการระบุตัวตนที่ชัดเจนมากที่สุดที่พวกเขาเคยได้รับ โดยเอกสารจะระบุชื่อของพวกเขา และบ่งบอกว่าพวกเขาสามารถพักพิงอยู่ในประเทศบังคลาเทศได้อย่างปลอดภัย นี่เป็นการขยายโอกาสในการให้ความช่วยเหลือและการมอบความคุ้มครอง ทั้งยังเป็นการรับรองสิทธิ์ในการเดินทางกลับมาตุภูมิโดยสมัครใจเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

“ฉันอยากบอกว่าฉันรู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมยืนหยัดเคียงข้างคุณวันนี้ คุณมีสิทธิ์ทุกอย่างที่ในการดำรงชีวิตอย่างปลอดภัย นับถือศาสนาอย่างอิสระ และมีตัวตนอยู่ร่วมอยู่กับผู้ที่มีความเชื่อและชาติพันธุ์ต่างกัน คุณมีสิทธิ์ที่จะมีรัฐและสัญชาติ และวิธีการที่คุณได้รับการปฏิบัตินำความเสียใจมาสู่เราทุกคน” แองเจลิน่า โจลี ผู้แทนพิเศษฯ UNHCR กล่าวแก่ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในค่ายผู้ลี้ภัย ประเทศบังคลาเทศ

ร่วมบริจาคเพื่อช่วยชีวิตพวกเขาตอนนี้

 

 

  • ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา กำลังเตรียมพื้นที่เพื่อสร้างที่กั้นบนเนินเขาในค่ายผู้ลี้ภัยชัคมากุล เพื่อป้องกันแผ่นดินถล่ม © UNHCR/Santiago Escobar-Jaramillo

  • มานิรา เด็กผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ประเทศบังคลาเทศ เบื้องหลังของเธอคือวิถีชีวิตของผู้ลี้ภัยในค่ายทำดำเนินไปในช่วงบ่าย © UNHCR/Santiago Escobar-Jaramillo

  • ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา เล่นฟุตบอลในที่แจ้งในค่ายผู้ลี้ภัยชัคมากุล เมืองค็อกซ์บาซาร์ ประเทศบังคลาเทศ © UNHCR/Santiago Escobar-Jaramillo

  • มูร์ชิดา อายุ 33 ปี แสกนลายนิ้วมือ หนึ่งในขั้นตอนของการลงทะเบียนในค่ายผู้ลี้ภัยกูตูปาลอง ขณะที่สามีและลูกๆ รอให้ถึงคิวของตัวเอง © UNHCR/Santiago Escobar-Jaramillo