Skip to main content

ภาษา

 

ปฏิบัติการฉุกเฉินในซูดานใต้ กับความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ไทยที่ทำงานเพื่อคุ้มครองผู้ลี้ภัยชาวซูดาน

นายกัณวีร์ สืบแสง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความคุ้มครอง ยูเอ็นเอชซีอาร์สำนักงานภาคสนาม จ.แม่ฮ่องสอน ไปปฏิบัติการฉุกเฉินที่ซูดานใต้เพื่อปกป้องผู้ลี้ภัยชาวซูดานจากพื้นที่เสี่ยง

 

จากการทำงานให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยในอำเภอเมืองที่เงียบสงบใน จ.แม่ฮ่องสอน และได้รับคำสั่งเร่งด่วนให้ไปทำงานช่วยเหลือผู้ลี้ภัย ในที่ๆมีการสู้รบกันตลอดเวลา ณ เมืองยีดา ประเทศซูดานใต้ แม้จะผ่านความยากลำบาก และอันตรายที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด นายกัณวีร์ สืบแสง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความคุ้มครอง ยูเอ็นเอชซีอาร์สำนักงานภาคสนาม จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า นี่คือการท้าทายครั้งยิ่งใหญ่และเป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจจะลืมเลือน

“ตอนนั้นได้รับข้อมูลให้ไป ซูดานใต้ ภายใน 72 ช.ม. และรู้จักประเทศซูดานใต้ แต่ในทีวีเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2554 ว่าเป็นประเทศล่าสุดที่ได้รับเอกราช แค่นั้น” นายกัณวีร์ กล่าว หลังจากได้กลับมาประเทศไทยเพียง 4 วัน “พอไปอยู่ ที่นั่นมีเสียงระเบิดดังให้ได้ยินเรื่อยๆ ผู้ลี้ภัยเดินทางเข้ามาตลอดเวลา” ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้สร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เมืองยีดา เพื่อดูแลผู้ลี้ภัยที่หนีเข้ามา

เพราะเป็นสิ่งที่ฝัน ทำให้คนๆหนึ่งถึงตัดสินใจไปทำงานในที่ๆอันตรายและทุรกันดาร “ทุกๆคนคงมีความฝัน งานนี้ก็เป็นงานที่ผมฝัน เป็นสิ่งหนึ่งที่คาดหวังไว้นะครับ ว่าจะมาทำงานดูแลสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัยตามหลักสากลระหว่างประเทศ เป็นงานที่ท้าทายและคิดว่าทุกคนที่ยูเอ็นเอชซีอาร์คงอยากจะไป” นายกัณวีร์กล่าว “เราเต็มที่แล้วที่จะไปทำงานจริงๆที่เขาเรียกว่า เรียล โอเปอเรชั่น คือที่ๆยังไม่มีการจัดการอะไรทั้งสิ้น เราต้องไปเริ่มตั้งแต่ศูนย์” หน้าที่ของเขาคือการดูแลความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัย ลงทะเบียนและให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ

ยูเอ็นเอชซีอาร์ร่วมกับรัฐบาลและองค์กรต่างๆในการให้ความช่วยเหลือและความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัยชาวซูดาน  ยูเอ็นเอชซีอาร์ทำงานกับรัฐบาลในการจัดการพื้นที่พักพิง ลงทะเบียนผู้ลี้ภัย นอกเหนือจากนั้นยูเอ็นเอชซีอาร์ยังช่วยเหลือและสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ให้กับหน่วยงานต่างๆ เช่น องค์การอาหารโลกสนับสนุนด้านอาหาร และ ยูนิเซฟดูแลเรื่องเด็ก

การอยู่ผิดที่ผิดทางในสายตาของรัฐบาลทำให้ผู้ลี้ภัยชาวเผ่านูเบี้ยนหลายหมื่นคน ต้องอพยพจากบ้านของตนเองในเมืองโคโดฟานใต้ ประเทศซูดานเนื่องจากรัฐบาลซูดานต้องการได้พื้นที่คืน  “เราทำงานกัน 6 คนดูแลผู้ลี้ภัยประมาณ 20,000 คนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่เป็นหัวหน้าครอบครัวและเป็นเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปีถึง 10,000 คน” นายกัณวีร์กล่าว “หน้าที่ของเราคือต้องพาผู้ลี้ภัยมาอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ลี้ภัยใครจะรับผิดชอบ”

การทำงานในสถานที่ๆมีความเสี่ยงสูง อันตรายต่อชีวิตเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ในวันที่ 15 พ.ย. ที่ดูเหมือนจะเป็นวันธรรมดาอีกวันหนึ่งของหลายคน แต่ไม่ใช่กับเจ้าหน้าที่ท่านนี้ “ขณะที่ลงจากเครื่องบินเพื่อเดินทางเข้าไปทำงานกับผู้ลี้ภัย ก็ได้ยินเสียงระเบิด ทุกคนหนีเข้าป่าเพื่อความปลอดภัย ระเบิดมีทั้งหมด 5 ลูก ระเบิดไปแล้ว 4 ลูก ลูกสุดท้ายระเบิดตอนเราลงเครื่องพอดี 3 ลูกถูกปล่อยลงใกล้กับโรงเรียน อีก 1 ลูกถูกปล่อยหลังที่ทำงานของยูเอ็นเอชซีอาร์ โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ” ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้ช่วยอพยพผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยงทันทีหลังจากเกิดการระเบิด

ในความอันตรายและทุรกันดาร อยู่กลางดินกินกลางทราย รวมถึงความยากลำบากในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่อยู่ในความเสี่ยงสูงให้มาอยู่ในพื้นที่ๆปลอดภัยให้ได้ ไม่ได้ทำให้ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่คนนี้ลดลง ความประทับใจในผู้ลี้ภัยทำให้เขาอยากจะทำดีที่สุดเพื่อให้ผู้ลี้ภัยปลอดภัยที่สุด “ผู้ลี้ภัยที่นี่แตกต่างจากที่แม่ฮ่องสอนทุกอย่าง คือเขาค่อนข้างจะลำบาก ทุกอย่างคือความฉุกเฉิน พื้นที่ที่เขาระเบิดยิงกันห่างจากที่พวกเขาอยู่ประมาณ 15 ก.ม. อาหารก็แจกเดือนละครั้งเนื่องจากค่าขนส่งที่สูงกว่าค่าอาหารถึง 3 เท่า แต่ผู้ลี้ภัยก็เข้มแข็งมาก บางคนเป็นหมอ เป็นพยาบาล มีทีมการจัดการช่วยเหลือกันเองอย่างเป็นระบบ ผมทำงานกับเด็กนักเรียนซะเป็นส่วนมาก พวกเขาเก่งและกล้าแสดงออก” นายกัณวีร์กล่าว “แต่ก็เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือพวกเขารอที่จะกลับไปอยู่ที่บ้านเมื่อวันใดที่สงครามสงบ”

เนื่องจากเป็นพื้นที่ๆอันตรายทีมปฏิบัติการฉุกเฉินสามารถทำงานได้ที่นั่นไม่เกิน 3 เดือนและต้องกลับมาที่ประจำการของตนเอง “ถ้าเลือกได้ก็จะขอกลับไปอีก ไม่ว่าจะเจออะไรที่ยากลำบากอีกก็ตาม ผมอยากแก้ปัญหาให้จบ อีกนิดเดียว”นายกัณวีร์ กล่าว

ยูเอ็นเอชซีอาร์ร่วมให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลี้ภัยชาวซูดาน โดยการตั้งทีมปฏิบัติการฉุกเฉินที่รวบรวมเจ้าหน้าที่ๆมีความสามารถระดับสูง ในการจัดการพื้นที่พักพิง ลงทะเบียนผู้ลี้ภัย ประสานงานกับรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ในการหาทางช่วยเหลือผู้ลี้ภัย เพื่อให้มาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่เมืองนีล ประเทศซูดานใต้ ซึ่งขณะนี้ยูเอ็นเอชซีอาร์ได้อพยพผู้ลี้ภัยส่วนหนึ่งออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว