Skip to main content

ภาษา

 

ยูเอ็นเอชซีอาร์มอบ ความช่วยเหลือแก่ผู้คนหลายพันคนในเขตทุรกันดาร รัฐคะฉิ่น ประเทศพม่า

ในค่ายสำหรับผู้พลัดถิ่นภายในประเทศที่เมืองมิตจีนา รัฐคะฉิ่น นางเอ็น-จวอน กอย์ จะ แม่ที่มีลูก 5 คนกอดลูกสาวขณะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ติดตามผลของยูเอ็นเอชซีอาร์ภายนอกที่พักพิงชั่วคราวของเธอ

 

เมืองมิตจีนา ประเทศพม่า 26 มีนาคม (ยูเอ็นเอชซีอาร์) – ขบวนรถบรรทุกผืนผ้าพลาสติก มุ้ง และอุปกรณ์ทำครัวของหน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติ พร้อมด้วยอาหาร และสิ่งของบรรเทาทุกข์จากหน่วยงานอื่นๆของสหประชาติได้ส่งถึงมือผู้พลัดถิ่นชาวคะฉิ่นกว่าหนึ่งพันคนบริเวณชายแดนพม่า และจีนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

การสู้รบระหว่างกองกำลังทหารรัฐบาล และกลุ่มคะฉิ่นได้ทำให้เกิดผู้พลัดถิ่นประมาณ 50,000 ถึง 75,000 คนตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งที่สองที่รัฐบาลพม่าอนุญาตให้สหประชาชาติเข้าถึงพื้นที่นอกการควบคุมของรัฐบาล ขบวนรถบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติเป็นขบวนแรกที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าในพื้นที่นับตั้งแต่ธ.ค.ปีที่แล้ว โดยขบวนรถบรรทุกคันที่สามจะออกเดินทางวันนี้

“เราหวังว่าเราจะสามารถเข้าถึงผู้คนที่ขาดแคลนได้ต่อเนื่อง และให้ความช่วยเหลือพวกเขาไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม” นายฮันส์ เทน เฟลด์ ผู้แทนยูเอ็นเอชซีอาร์ในพม่ากล่าว

แม้ว่าเครื่องยนต์จะทำงานได้ไม่เต็มที่บนสภาพถนนที่ย่ำแย่ ขบวนรถบรรทุก 4 คัน และรถยนต์ของสหประชาชาติอีก 2 คันก็เดินทางถึงเมืองสะดุง ซึ่งปกครองโดยองค์กรปลดปล่อยรัฐคะฉิ่น (เคไอโอ) โดยใช้เวลามากกว่าที่วางแผนไว้ และยังต้องหยุดพักในคืนวันอาทิตย์ในหมู่บ้านอีกด้วย เมื่อไปถึง ทีมเจ้าหน้าที่เริ่มแจกจ่ายอุปกรณ์ยังชีพแก่ผู้พลัดถิ่นทันที

ผู้คนกว่า 5,500 คนที่อาศัยในพื้นที่ 7 แห่งจะใช้ผืนผ้าพลาสติกของยูเอ็นเอชซีอาร์ที่จัดส่งโดยรถบรรทุกสองขบวนทำเป็นที่พักได้ ผู้คนกว่า 4,000 คนได้รับการคุ้มครองจากมุ้งที่ยูเอ็นเอชซีอาร์แจก นอกจากนี้ หน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติยังได้มอบอุปกรณ์ทำครัว เสื่อ ผงซักฟอก ผ้าเช็ดตัว และของใช้ในบ้านอีกหลายอย่าง

ในรัฐคะฉิ่นทั้งหมด ผู้คนที่พลัดถิ่นจากการสู้รบต้องหาที่พักพิงในค่ายฉุกเฉินจำนวน 121 แห่ง สหประชาชาติคาดว่าผู้คนจำนวน 30,000 คนยังคงพลัดถิ่นในพื้นที่ปกครองของเคไอโอ และอีก 20,000 คนในพื้นที่ของรัฐบาล อีกหลายพันคนน่าจะยังอาศัยกับครอบครัวในประเทศจีน องค์กรสิทธิมนุษยชนสากลรายงานจำนวนผู้พลัดถิ่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ 75,000 คน

“เราวิ่งหนีเข้ามาในป่า เราไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลย” นางเอ็น-จวอน กอย์ จะ แม่อายุ 48 ปีที่มีลูก 5 คนเล่าให้เจ้าหน้าที่ติดตามผลของยูเอ็นเอชซีอาร์ทราบเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้พลัดถิ่นภายในประเทศเมื่อไม่นานมานี้ เธอเป็นหนึ่งในผู้คน 18,000 คนที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ให้ความช่วยเหลือในรัฐคะฉิ่นตั้งแต่เดือนต.ค. 2554

เมื่อหมู่บ้านของเธอถูกเผาระหว่างการสู้รบเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว เอ็น-จวอน กอย์ จะ และสามีของเธอรีบคว้าลูกสาวทั้งสองคนอายุ 4 และ 8 ปี วิ่งหนีจากไร่เข้าไปในป่า

แต่เพียงไม่กี่สัปดาห์สามีของเธอเสียชีวิตจากการเหยียบกับระเบิดเมื่อเขาออกไปดูผลผลิตในไร่ หลังจากนั้นไม่นานเธอใช้เวลาเดินทั้งวันพร้อมลูกสาวทั้งสอง และเพื่อนบ้านเข้ามาพักพิงที่ค่ายมิตจีนาสำหรับผู้พลัดถิ่นภายในประเทศที่ๆลูกสาววัยรุ่นอีกสองคนของเธอได้เข้ามาพักพิงอยู่ก่อนแล้ว

ลูกชายวัย 28 ปีของเธออยู่ที่นี่แล้ว จิตใจของเขารับไม่ได้เมื่อทราบถึงการเสียชีวิตของพ่อ “ลูกชายไม่เชื่อว่าพ่อเสียแล้ว เพราะเขาไม่ได้เห็นศพพ่อ” ผู้หญิงกล่าว “เขามีท่าทีเปลี่ยนไปตอนที่ฉันบอกเขา เขาไม่ปกติอีกเลย เขาต้องไปโรงพยาบาล”

หน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติมอบบ้านใหม่ให้แก่เอ็น-จวอน กอย์ จะ “แก้วน้ำ จาน และที่พักที่ยูเอ็นเอชซีอาร์มอบให้เป็นประโยชน์กับเรามาก” เธอกล่าว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกปลอดภัย “ที่หมู่บ้านของฉันไม่มีใครเหลืออยู่เลย” เธอกล่าว “ฉันไม่พร้อมที่จะกลับบ้านเพราะฉันกลัว” เธอกอดลูกสาว เลาวา ซะซะ ลอว์ วัย 8 ขวบ ขณะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ที่มาเยี่ยมเธอที่ด้านนอกบ้านใหม่ และเสริมว่า “ความกลัวที่อยู่ในใจฉันก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม”

โดย โรสลี ในเมือง มิตจีนา ประเทศพม่า