Skip to main content

ภาษา

 

ถาม-ตอบ เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์มีความหวัง หลังเยือนพม่า “ครั้งสำคัญ”

รองข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ เอริกา เฟลเลอร์ และนางออง ซาน ซูจี

 

เจนีวา 13 ธ.ค. (ยูเอ็นเอชซีอาร์) – เอริกา เฟลเลอร์ เจ้าหน้าที่ด้านการคุ้มครองระดับสูงสุดในหน่วยงานด้านผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ ได้เดินทางเยือนประเทศพม่าครั้งสำคัญเมื่อเร็วๆนี้ โดยยูเอ็นเอชซีอาร์มีโครงการในรัฐระขิ่นทางตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งประเด็นสำคัญคือผู้พลัดถิ่นบริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยยูเอ็นเอชซีอาร์ประเมินว่าภาคเหนือของรัฐระขิ่นที่เป็นที่พักพิงของชาวมุสลิมที่ไม่มีสัญชาติจำนวน 750,000 คน  

ผู้สังเกตการณ์อิสระเล็งเห็นถึงการเปิดกว้างด้านโครงการเพื่อมนุษยธรรมตั้งแต่รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารเมื่อปลายปีที่แล้ว สำหรับรองข้าหลวงใหญ่ฯ การประชุมที่เปิดกว้าง และมีประสิทธิภาพที่เธอได้เข้าร่วมกับรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายท่าน รวมทั้งการได้รับอนุญาตให้เข้าพบผู้นำฝ่ายค้าน นางออง ซาน ซูจี เป็นภาพที่สะท้อนได้ดี เฟลเลอร์ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บาบาร์ บาโลช์ และลีโอ ดอบบส์ เกี่ยวกับการเดินทางของเธอในครั้งนี้ นี่คือบางส่วนจากบทสัมภาษณ์

ทำไมคุณเลือกเดินทางไปพม่าในช่วงเวลานี้

การเดินทางไปพม่าครั้งนี้ เป็นการติดตามผลจากการเดินทางคราวก่อนเมื่อฉันได้ไปประเทศไทย การเดินทางไปเมืองไทยเน้นการเยี่ยมค่ายบริเวณชายแดน ซึ่งเป็นที่พักพิงผู้ลี้ภัยจำนวนมากจากประเทศพม่า ดูเหมือนการหาทางออกให้สถานการณ์ผุ้ลี้ภัยระยะยาวมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และมีโอกาสมากมายที่ไม่เคยมีมาก่อน ทางออกหมายถึงความเป็นไปได้ในการปิดค่าย เราไม่สามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้เมื่อปีที่แล้วหรือในอดีต

ทำไมถึงเกิดขึ้นได้ตอนนี้

ประเทศพม่ามีรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อชุมชนนานาชาติตั้งแต่พวกเขาเข้ารับตำแหน่ง ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือต่อประชาชนในชาติ มีสัญญาณในเชิงบวกหลายประการที่แสดงให้เห็นว่าหลายสิ่งในพม่าเปลี่ยนไป เราได้เห็นการปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง เราได้เห็นการปฎิรูปกฎหมายเลือกตั้ง เราได้เห็นการปฎิรูปกฎหมายแรงงาน และการก่อตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สิ่งเหล่านี้เป็นก้าวสำคัญที่จะออกห่างจากนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้ว ในความเห็นของเรา รัฐบาลชุดนี้ร่วมกันเป็นตัวแทนการเปิดรับความห่วงใยจากนานาชาติ และพวกเขาได้สร้างโอกาสให้พวกเราสร้างสัมพันธ์กับรัฐบาลชุดใหม่ และพัฒนาโครงการเพื่อสนับสนุน และนำให้ผู้คนที่อยู่นอกประเทศพม่าได้เดินทางกลับประเทศได้อย่างยั่งยืน

คุณได้ไปที่ไหน และได้พบใครบ้าง

การเดินทางครั้งนั้นน่าสนใจมากเพราะมีความหลากหลาย ฉันได้ไปเยี่ยมหมู่บ้านต่างๆที่อยู่ในรัฐทางตะวันออกเฉียงใต้ของพม่า ซึ่งเป็นที่ๆผู้ลี้ภัยที่อยู่อีกด้านหนึ่งของชายแดน (ไทย-พม่า) เคยอาศัย และได้เห็นโครงการต่างๆที่เราดำเนินการเพื่อช่วยชาวบ้านที่นั่น และจะสร้างโอกาสที่ดีขึ้นสำหรับผู้ที่จะเดินทางกลับอีกด้วย

เราได้เยี่ยมโรงเรียน โครงการอาชีวศึกษาที่รัฐบาลสนับสนุนเพื่อผู้หญิง และโรงพยาบาล เป็นที่ๆฉันได้เห็นว่าโครงการเล็กๆสามารถปรับปรุงระบบสาธารณสุข การศึกษา และโอกาสทางอาชีพได้อย่างมาก โครงการของเราส่วนใหญ่จะเน้นให้เห็นผลอย่างรวดเร็ว เช่น การมอบปั๊มน้ำสำหรับกรองน้ำ ซึ่งได้สร้างการเปลี่ยนแปลง และเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน

ฉันยังได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลในเมืองเนปิดอว์ (เมืองหลวงของพม่า) ฉันได้พบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการตรวจคนเข้าเมือง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉันได้พบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่บริหารจัดการชายแดน เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้พบกับเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น การเดินทางครั้งนี้ ยังรวมถึงการได้พูดคุยกับนางออง ซาน ซูจีอีกด้วย  

รบกวนเล่าเรื่องการพบปะกับนางออง ซาน ซูจี

เธอเป็นคนที่มีเสน่ห์มาก และเธอได้พูดกับเราอย่างตรงไปตรงมา เปิดเผย และปฎิบัติได้จริง เกี่ยวกับประเด็นเรื่องโครงการหลักของเราทั้งสองด้านในพม่า เราคุยกันถึงปัญหาของผู้คนที่อาศัยทางตอนเหนือของรัฐระขิ่น ซึ่งยังไม่ได้รับสัญชาติรวมถึงอุปสรรคในการเดินทางกลับ (จากประเทศไทย) สู่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของพม่า เธอให้ความสำคัญต่อการสร้างความสมานฉันท์เชิงรุก รวมทั้งการแก้ปัญหาด้านความไม่มั่นคง และการลงทุนเพิ่มเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนทั่วประเทศ

เธอให้ความสำคัญอย่างมากต่อการปรับปรุงสวัสดิการของประชากรทั่วทั้งพม่า เราพูดถึงกิจกรรมที่ยูเอ็นเอชซีอาร์สามารถทำได้ภายในกรอบการทำงานของเราที่จะตอบรับกับวัตถุประสงค์ต่างๆ เธอเปิดเผยว่าเธอจะสนับสนุนกิจกรรมของยูเอ็นเอชซีอาร์ในด้านเหล่านี้ จากมุมมองในด้านการทำงาน ฉันพบกว่าเป็นการพูดคุยที่มีคุณค่า จากมุมมองส่วนตัว ถือเป็นโอกาสที่ยากในชีวิตที่จะได้พบกับบุคคลที่มีความสามารถระดับเธอ สำหรับฉันถือเป็นประสบการณ์ในหลายมิติทีเดียว

แล้วการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐเป็นอย่างไรบ้าง

บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างกระตือรือร้น ผู้คนที่ฉันได้พบตอบรับข้อเสนอของเรา รวมทั้งการขอยืดอายุบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลในการทำงานทางตอนเหนือของรัฐระขิ่น ฉันออกจากพม่าด้วยความเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ เรามองหาโอกาสที่จะดำเนินโครงการอย่างมั่นคงทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอีกด้วย ฉันคิดว่าเราจะได้รับการสนับสนุนให้ดำเนินโครงการของยูเอ็นเอชซีอาร์ต่อไป เราพูดคุยเล็กน้อยเกี่ยวกับการลดหย่อนระเบียบเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเดินทางของเจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ การได้รับวีซ่า เราได้เห็นว่ามีการเตรียมการเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ดี

เราได้พูดคุยถึงภาพรวมเกี่ยวกับสถานการณ์ของผู้คนทางตอนเหนือของรัฐระขิ่น ซึ่งจากมุมมองของเรา พวกเขาเป็นหรือมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นบุคคลไร้รัฐ เป้าหมายของเราคือการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่เพื่อค้นหาแนวทางที่จะทำให้ผู้คนเหล่านี้ได้รับความเป็นประชากรอย่างสมบูรณ์ของประเทศ ฉันได้แลกเปลี่ยนเรื่องนี้ต่อผู้แทนพม่าในอดีตเป็นเวลาหลายครั้ง ฉันคิดว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่มีแนวโน้มในเชิงบวกมากที่สุด เราหวังจะเห็นแนวทางเกิดขึ้นเร็วๆนี้

การเยือนครั้งนี้ แตกต่างจากการเดินทางไปยังพม่าครั้งก่อนๆอย่างไร

ฉันเดินทางกลับมาด้วยความมั่นใจ และความหวัง แน่นอนว่ากระตือรือร้นมากขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของโครงการของยูเอ็นเอชซีอาร์ และกิจกรรมต่างๆของยูเอ็นเอชซีอาร์ในพม่าโดยทำงานร่วมกับรัฐบาล สัญญาณต่างๆแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง...ฉันเดินทางกลับมาด้วยความรู้สึกว่าเราอาจได้เห็นสถานการณ์ยาวนานของผู้ลี้ภัยสิ้นสุดลง