Skip to main content

ภาษา

 

แองเจลิน่า โจลี ร้องขอให้รัฐบาลนานาชาติเพิ่มความพยายามในการช่วยชีวิตผู้ลี้ภัยในวิกฤตการณ์ความแห้งแล้งในทวีปแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ

แองเจลิน่า โจลี ทูตสันถวไมตรีของยูเอ็นเอชซีอาร์ ร่วมประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริหารยูเอ็นเอชซีอาร์

 

กรุงเจนีวา 4 ตุลาคม (ยูเอ็นเอชซีอาร์) – แองเจลิน่า โจลี ฑูตสันถวไมตรีของยูเอ็นเอชซีอาร์เร่งรัดให้นานาชาติหาทางรับมือกับวิกฤตการณ์ความแห้งแล้งในประเทศแถบแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเธอกล่าวว่า ชีวิตของผู้ลี้ภัยนับแสนขึ้นอยู่กับการช่วยเหลือดังกล่าว

ในถ้อยแถลงจากการประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริหารยูเอ็นเอชซีอาร์ในกรุงเจนีวา นักแสดงสาวผู้มีชื่อเสียงแห่งฮอลลีวูด กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศโซมาเลีย และประเทศรอบๆ ว่าเป็น“วิกฤติแห่งมวลมนุษยชาติ” พร้อมกล่าวเรียกร้องให้เพิ่มความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

 “ทุกวันนี้ สามในสี่ของประชากร 1 ล้านคนในทวีปแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องตกอยู่ในภาวะรอคอยความตายที่จะมาถึงในอีกสี่เดือนข้างหน้า” เธอกล่าว “เราควรขยายขอบเขตการทำงานของเราให้เข้าถึงความต้องการของคนกลุ่มนี้ สิ่งที่เรากำลังทำเพื่อแก้ปัญหาภาวะการขาดแคลนอาหาร และการขาดสารอาหาร จะเป็นเครื่องชี้วัดการทำงานของกลุ่มองค์กรภาคเอกชน ภาครัฐ และองค์การระหว่างประเทศที่กำลังปฏิบัติหน้าที่กันอยู่ในแถบประเทศแอฟริกาตะวันออกขณะนี้ สิ่งที่ทำจะเป็นสิ่งชี้เป็นชี้ตายให้กับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้”

การกล่าวของเธอเป็นช่วงเดียวกับการรายงานข่าวจากเมืองหลวงของประเทศโซมาเลีย เมืองโมกาดิชู ที่รายงานว่าประชาชนจำนวนมากถูกระเบิดพลีชีพสังหารในบริเวณใกล้กับที่ทำการกระทรวงแห่งหนึ่ง

โจลี ยังได้ขอให้คณะกรรมการบริหารยึดมั่นในจุดยืนที่จะให้ความช่วยเหลือต่อผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ แม้สภาวะทางด้านเศรษฐกิจและการเงินของโลกจะตึงเครียดมากขึ้น

 “ความท้าทายที่ยูเอ็นเอชซีอาร์เผชิญอยู่คือการให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในปัจจุบันที่มีจำนวนมากและเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประเทศที่มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจต่างก็กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจภายในประเทศ และมีความจำเป็นที่ต้องปรับลดระดับการช่วยเหลือทางการเงินให้แก่องค์กรการกุศลต่างๆ ลง” เธอกล่าวในการแถลงครั้งแรกของเธอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารที่ถูกจัดขึ้นเพื่อ ทบทวน อนุมัติโครงการและงบประมาณต่างๆของยูเอ็นเอชซีอาร์ รวมถึงการให้คำปรึกษาในประเด็นการให้ความคุ้มครองต่างๆ และการปรึกษาในหัวข้ออื่นๆ 

 “อย่างไรก็ตาม พวกเรายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลในประเทศต่างๆ จะยังคงยืนยันจุดยืนที่จะให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ โดยที่พวกเราตระหนักและซาบซึ้งถึงน้ำใจอันดีของประเทศเหล่านั้น” โจลีกล่าว ด้วยความซาบซึ้งที่มีต่อประเทศต่างๆ ที่ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ฑูตสันถวไมตรียังได้กล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นต่อการทำงานของยูเอ็นเอชซีอาร์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ รวมถึงองค์กรอื่นๆ ที่ทำงานทางด้านมนุษยธรรมว่า “พวกเขาต้องทำงานในพื้นที่ที่ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดในโลก นับตั้งแต่ประเทศโซมาเลีย ลิเบีย จนถึงอัฟกานิสถานเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก พวกเราขอแสดงความขอบคุณต่อสิ่งที่คนเหล่านั้นได้ทำ ทั้งที่ต้องเสี่ยงชีวิต แต่พวกเขาก็ยังยืนหยัดที่จะทำ” เธอกล่าวด้วยความตระหนักว่า เจ้าหน้าที่เหล่านั้นต้องเผชิญกับอันตรายที่มากขึ้น “พวกเราต้องเรียกร้องให้เกิดอิสรภาพ ความยุติธรรม รวมถึงความเท่าเทียมกันเพื่อให้มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ทำงานด้านมนุษยธรรมจะได้รับความปลอดภัยในชีวิต”

โจลี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นฑูตสันถวไมตรีจากยูเอ็นเอชซีอาร์ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2544 นับแต่นั้น เธอได้เดินทางไปเยี่ยมพื้นที่ต่างๆ มากกว่า 40 พื้นที่ รวมถึงพื้นที่ที่ห่างไกลและกันดารที่สุด ในวันอังคาร ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ นาย อันโตนิโอ กุเตอเรส แสดงความซาบซึ้งใจต่อการปฏิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ลี้ภัยอย่างทุ่มเทมานานกว่า 10 ปีของเธอ โดยการขอให้เธอรับหน้าที่เป็นผู้แทนพิเศษของยูเอ็นเอชซีอาร์สำหรับบางสถานการณ์ของผู้ลี้ภัยที่ยากลำบากและซับซ้อนที่สุดในโลก

 “นี่เป็นความตั้งใจจริงของผม หากคุณเห็นด้วยกับการรับหน้าที่เป็นผู้แทนพิเศษของพวกเราในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ลี้ภัยที่มีความซับซ้อนระดับสูง ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย รวมถึงทำให้ทุกฝ่ายสนใจเพื่อได้รับการสนับสนุนที่เข้มแข็งจากนานาชาติ” นาย กูเตอเรส กล่าวในขณะแนะนำ โจลี กับคณะกรรมการบริหาร

 “เราจะขอให้คุณจะช่วยเหลือเรามากกว่าที่เคยทำ และเราจะพึ่งพาอาศัยไม่เฉพาะความมุ่งมั่นของคุณในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัย แต่รวมถึงทักษะด้านการทูต วิสัยทัศน์และความเข้าใจลึกซึ้งต่อการช่วยแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนสูงที่เราเผชิญพร้อมกับนานาชาติ” นายกุเตอเรส กล่าวกับคณะกรรมการบริหารในสุนทรพจน์ที่เขาแนะนำโจลี

โจลี กล่าวถึงประสบการณ์การร่วมงานกับยูเอ็นเอชซีอาร์ที่ผ่านมาว่า “ได้เดินทางไปหลายๆ ที่ บางครั้งหัวใจแตกสลายกับสิ่งที่เจอ แต่เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและไม่อาจลืมเลือนได้” เธอยังได้เรียนรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยว่า “คนเหล่านี้เป็นกลุ่มหนึ่งที่เปราะบางที่สุด แต่ก็เป็นกลุ่มที่ปรับตัวได้เก่งที่สุดบนโลกใบนี้”

ขอบคุณผู้แปล คุณ จิตราภรณ์ เอื้ออำพน Jitraporn Eua-Umpon

ข่าวนี้ได้ลงในหนังสือพิมพ์ไทย ติดตามต่อได้ที่ http://www.unhcr.or.th/th/news/unhcr-news/784