Skip to main content

ภาษา

 

ทีมเอฟ.ซี บาร์เซโลน่าเตะบอลกับชนเผ่าในโคลัมเบีย

เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์แข่งบอลกับเด็กหญิงชาวเผ่าฮิตนู

 

ณ ใจกลางป่าใกล้กับชายแดนระหว่างประเทศโคลัมเบียและประเทศเวเนซูเอลา สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า จากประเทศสเปน ได้ใช้ฟุตบอลเป็นสื่อในการสอนทักษะชีวิตและสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนข้างเคียง ให้แก่เยาวชนพื้นเมืองเผ่าฮิตนู

มูลนิธิสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า ร่วมกับบริษัทไนกี้ และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ได้มอบเงินทุนเพื่อริเริ่มดำเนินการโครงการแฟร์เพลย์ (Fair Play) ในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอะราอูคา (Arauca) ซึ่งเกิดเหตุการณ์รุนแรง ทำให้ประชากรชนเผ่าฮิตนูจำนวนมากต้องลี้ภัยออกนอกพื้นที่

ในเบื้องต้น สมาชิกของชนเผ่าที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ช่วยกันถางป่ารกในบริเวณใกล้เคียงที่อยู่อาศัย ให้กลายเป็นสนามฟุตบอล สร้างเสาประตูจากไม้ไผ่และประดิษฐ์ลูกบอลจากเศษผ้า

หลังจากนั้น องค์กร CIDEMOS ซึ่งเป็นองค์กรอิสระทำงานช่วยเหลือเยาวชนชาวโคลัมเบีย ได้เข้ามาร่วมงานกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติเป็นครั้งแรก ในการส่งผู้ฝึกสอนฟุตบอลเข้ามาจัดคลินิกฟุตบอลและการแข่งขันระหว่างชุมชนขึ้นในทุกสัปดาห์ ทั้งยังสนับสนุนอุปกรณ์ในการฝึกซ้อมด้วย

ผู้ฝึกสอนจะเป็นผู้อธิบายรูปเกมให้แก่ผู้เล่น แต่ผู้เล่นจะทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในการแข่งขันเอง ประสบการณ์เหล่านี้จะสอนให้พวกเขาเรียนรู้การทำงานเป็นทีม ระเบียบวินัย กฎกติกา มิตรภาพ และที่สำคัญคือน้ำใจนักกีฬา ในช่วงท้ายของการฝึกซ้อมพวกเขาก็จะมีโอกาสวิเคราะห์การแข่งขันที่เพิ่งผ่านไปด้วยกัน กิจกรรมนี้ยังช่วยส่งเสริมความร่วมมืออย่างสันติระหว่างชุมชนข้างเคียง โดยเด็กๆจะมีโอกาสร่วมกิจกรรมและผูกมิตรกับเด็กๆจากต่างหมู่บ้าน

เฮคเตอร์ มูนอซ ผู้ฝึกสอน กล่าวว่า “วิธีนี้จะทำให้พวกเขาสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ในการแข่งขัน เข้ากับการใช้ชีวิตประจำวัน บทเรียนเหล่านี้จะก่อเกิดประโยชน์ต่อตัวพวกเขาเองและต่อชุมชนด้วย เพราะกิจกรรมนี้คือการเปิดพื้นที่ให้แก่เยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหาความขัดแย้ง เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการเล่นกีฬา”

แม้ว่านักเตะและผู้ฝึกสอนของทีมบาร์เซโลน่าจะไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรง แต่ทุกคนที่มีร่วมโครงการนี้ต่างภาคภูมิใจที่ได้มีความร่วมมือเกิดขึ้นกับทีมอดีตแชมป์สโมสรยุโรป กัสตาโว กอนซาเลส เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานชาวฮิตนู กล่าวว่า “แม้ว่าทีมบาร์ซ่าจะทำการแข่งขันฟุตบอลในประเทศที่อยู่ห่างไกล แต่พวกเรารู้สึกว่าเป็นหนึ่งเดียวกันกับพวกเขา” โครงการนี้ส่งผลให้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลของเขตเซลวาส เดอ ไลปา ในช่วงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ กอนซาเลสยังกล่าวอีกว่า “ความฝันของพวกเราคือการที่สโมสรบาร์เซโลน่าจะมาดูการแข่งขันของพวกเรา เราอยากจะแสดงให้พวกเขาได้เห็น ไม่ใช่แค่วิถีการเล่นของเรา แต่ยังรวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของพวกเราด้วย”

เมื่อไม่นานมานี้ ศาลรัฐธรรมนูญของโคลัมเบียได้ร่างรายชื่อกลุ่มชนพื้นเมืองที่กำลังอยู่ในภาวะอันตรายต่อการสูญเสียเผ่าพันธุ์ จำนวน 34 กลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยชาวฮิตนูประมาณ 500 คน ศาลรัฐธรรมนูญยังเรียกร้องให้รัฐบาลโคลัมเบียใช้มาตรการในการปกป้องกลุ่มเหล่านี้ เพราะนอกเหนือจากการเผชิญหน้ากับกองกำลังติดอาวุธนอกกฎหมายแล้ว ชาวฮิตนูยังถูกคุกคามด้วยกับระเบิด อีกเยาวชนยังถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารด้วย สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนขัดขวางการดำเนินชีวิตประจำวันของชาวฮิตนูเป็นอย่างยิ่ง

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ จึงร่วมทำข้อตกลงความร่วมมือกับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า ในปี พ.ศ. 2551 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการกีฬาและการศึกษา ตลอดจนช่วยสร้างเสริมทักษะการใช้ชีวิตแก่เยาวชนผู้ลี้ภัย โดยความร่วมมือดังกล่าวยังมอบความช่วยเหลือไปยังประชาชนในเอกวาดอร์ รวันดา และเนปาล ด้วย

ข่าวโดย ฟรานเซสซา ฟอนตานินิ, โคลัมเบีย

แปลโดย วริทธิ์ อนุชิราชีวะ