Skip to main content

ภาษา

 

ลูกๆของฉัน คิดถึงพ่อของเขา

ลูกๆของฉัน คิดถึงพ่อของเขา

 

เมืองชาร์ซาดดา ประเทศปากีสถาน 7 ส.ค. (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ซาฮีร์ ชาฮ์ คนขายของเล่นอายุกว่า 40 ปี ชาวบ้านใกล้เมืองชาร์ซาดดา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน สูญเสียทุกสิ่งที่เป็นของเขาจากเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่กวาดบ้านเรือนบริเวณที่เขาอาศัยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงรถถีบขายของเล่นซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการหารายได้ชิ้นเดียวของเขา ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็คิดว่าเขายังโชคดี

เขาเอาชีวิตรอดมาได้ ในช่วงนั้น เขาต้องอุ้มลูกชายทั้งสองของเขาไว้ที่หลัง เพื่อให้สูงเหนือน้ำ โดยมีครอบครัวของเขาอยู่เคียงข้าง

จานาต บิบิ อายุ 40 ปี รู้สึกว่าเธอโชคดีเช่นกัน เธอได้หนีเอาชีวิตรอดร่วมกับลูกๆทั้ง 5 คน เมื่อชาวบ้านได้ส่งสัญญาณเตือนให้ทุกคนหนีอุทักภัยโดยการยิงปืนขึ้นฟ้า แต่เป็นเวลาสามวันแล้ว เธอก็ยังหาสามีไม่พบ ที่เธอยังไม่สามารถติดต่อสามีได้ เพราะกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่เธอเขียนเบอร์มือถือของเขาหายไปกับกระแสน้ำ “ชั้นเพียงต้องการให้เขากลับมาอย่างปลอดภัย ลูกๆ ของฉันคิดถึงพ่อของเขา” เธอกล่าว

บิบิ และชาฮ์ เป็นส่วนหนึ่งของคนอีกกว่า 12 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมจากมรสุมครั้งร้ายแรงที่สุดในปากีสถานในช่วงเวลากว่า 80 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นเอชซีอาร์ ได้เข้าไปในพื้นที่ และทำงานอย่างหนักที่จะเดินทางเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ต้องการที่อยู่อาศัย และอุปกรณ์ยังชีพ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงมากทำให้ถนน และสะพานขาดชำรุดซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นเอชซีอาร์ และหน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติอื่นๆ ทำงานได้อย่างยากลำบากมากยิ่งขึ้น มีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกลงมาอีก ผู้คนจึงมีความหวาดกลัวต่อโรคระบาด และความหิวโหย

ขณะที่ซาฮีร์ ชาฮ์ รอคอยความช่วยเหลือจากโลกภายนอก เขาระลึกถึงช่วงเวลาที่พวกเขาต้องหนีภัย “ในตอนที่ฝนเริ่มตก ลูกๆของฉันสนุกสนานกันมาก เพราะอากาศร้อนมาหลายวันแล้ว” เขาเล่าให้ฉันฟังระหว่างที่เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ตรวจเยี่ยมพื้นที่ แต่หลังจากนั้น ฝนยังตกไม่หยุด หลายชั่วโมงผ่านไปฝนก็ยังตกอยู่ จนกระทั่งน้ำเริ่มท่วมถนนหนทางหลายเส้น ข่าวว่ามีเหตุการณ์อุทกภัยส่งมาจากมัสยิดใกล้เคียง ซาฮีร์ ชาฮ์ ตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยพาครอบครัวของเขาไปในที่สูง การที่ต้องละทิ้งรถขายของเล่นที่เขาได้ใช้ถีบขายของตามหมู่บ้านต่างๆ เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากมาก เพราะเขามองไม่เห็นทางที่จะขนมันหนีมาได้

“ตอนที่เราวิ่งออกจากบ้าน น้ำท่วมถึงเข่าของผมแล้ว พอเราเดินเท้าได้แค่ 10 นาที น้ำก็ท่วมถึงครึ่งตัว ผมต้องอุ้มลูกไว้บนหลัง” เขาเล่า ซาฮีร์ ชาฮ์ เดินทางไปถึงบ้านเพื่อน แล้วพักเหนื่อยชั่วครู่ แต่มีผู้คนหนีเข้ามามากขึ้น ทำให้เขาต้องเดินทางต่อไป เพื่อหาพื้นที่หลบภัยร่วมกับผู้ประสบภัยอื่นๆในโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียง

ห่างไปไม่ไกล ในอาคารเดียวกัน จานาต บิบิ พยักหน้า เธอหนีมากับครอบครัวของเธอในช่วงเวลาเดียวกัน สิ่งแรกที่เธอจำได้คือ ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงยิงปืน

“ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” เธอนึกย้อนกลับไป “แต่เราก็ลุกจากเตียง ลงมาที่พื้น ฉันจึงรู้ว่าฉันยืนอยู่บนน้ำ มีคนยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อเตือนคนอื่นๆ”

"ฉันปลุกลูกทั้ง 5 คน ตอนที่ออกจากบ้าน น้ำท่วมถึงหัวเข่า” สามีของจานาต บิบิ เป็นคนขับรถ ไม่ได้อยู่บ้านในขณะนั้น “ตอนนั้น วุ่นวายมาก ทุกคนวิ่งหนีเพื่อรักษาชีวิต” เธอเล่า หลังจากนั้น เธอได้พบกับญาติ ซึ่งช่วยอุ้มลูกๆของเธอ

จานาต บิบิ ยังติดต่อกับสามีไม่ได้มาเป็นเวลา 3 วันแล้ว จนกระทั่งเธอรู้ข่าวเขาผ่านญาติคนหนึ่ง ว่าเขาติดอยู่ในหุบเขาสวัต เธอยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขาจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

ซาฮีร์ ชาฮ์ และจานาต บิบิ พักอาศัยอยู่ในอาคารของโรงเรียนรัฐบาล และอยู่รอดด้วยข้าวที่ชุมชนต้องถิ่นมอบให้ ซาฮร์ ชาฮ์ ดูเหมือนหลงทางเมื่อเขาคิดถึงอนาคตของเขา เขาต้องออกจากอาคารของโรงเรียนเมื่อโรงเรียนเปิดเทอม เขาไม่มีเงินที่จะซ่อมบ้าน เช่าห้องพัก หรือเริ่มต้นอาชีพของเขาใหม่ ซาฮีร์ ชาฮ์ ได้กลับไปดูบ้านของเขาเมื่อวันก่อน สิ่งที่เหลืออยู่คือซากปรักหักพัง

ยูเอ็นเอชซีอาร์ มีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด จำนวน 350,000 คน และเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ และสาธารณชน ร่วมบริจาคเพื่อสมทบการส่งต่อความช่วยเหลือไปสู่ผู้ประสบภัยอย่างซาฮีร์ ชาฮ์ และจานาต บิบิ

โดบ ราเบีย อาลี เมืองชาร์ซาดดา ประเทศปากีสถาน

บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในปากีสถาน http://www.unhcr.org/emergency/pakistanfloods/global_landing.html