Skip to main content

ภาษา

 

UNHCR ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียจากเหตุไฟไหม้ค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทยทั้ง 2 แห่ง

เจ้าหน้าที่ UNHCR กำลังขนแผ่นพลาสติกเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ลี้ภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้

 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเหตุการณ์ไฟไหม้ค่ายผู้ลี้ภัย 2 ค่ายในประเทศไทยส่งผลให้ผู้ลี้ภัยผู้สูงอายุ 1 คนเสียชีวิต และหลายคนได้รับบาดเจ็บ

เหตุการณ์ไฟใหม้ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมาในค่ายผู้ลี้ภัยแม่ละ จ.ตาก ซึ่งเป็นค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีประชากรอาศัยอยู่ราว 40,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงจากประเทศพม่า ผู้ลี้ภัย 1 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส และที่พักพิงชั่วคราวกว่า 130 หลังถูกทำลาย

นอกจากนี้ไฟยังได้เผาไหม้หอพักนักเรียนและโรงเรียนในค่ายแม่ละ แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเนื่องจากเป็นวันหยุดของโรงเรียน สำหรับเด็กที่ไม่มีพ่อแม่หรือผู้ปกครองจำนวน 11 คนที่เคยอาศัยอยู่ที่หอพักนั้น ขณะนี้ได้เข้าพักในบ้านบริเวณใกล้เคียงแล้ว

เหตุการณ์ไฟใหม้ครั้งที่สองเกิดขึ้นที่ค่ายบ้านใหม่ในสอย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา หญิงชราผู้ลี้ภัยวัย 70 ปีถูกไฟใหม้เสียชีวิต เนื่องจากเธอไม่สามารถออกมาจากบ้านได้ทัน และมีผู้ได้รับผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 1 คนและได้รับการรักษาปฐมพยาบาลแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ที่พักพิงชั่วคราว 35 หลังและชุมชนได้รับความเสียหาย

โดยรวมผู้ลี้ภัยกว่า 850 คนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟใหม้ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้ ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ของทั้ง 2แห่งนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด และยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ

"เราขอแสดงความเสียใจต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้" คุณมิเรย์ จิราร์ ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ประจำประเทศไทยกล่าว "UNHCR ทำงานร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานด้านมนุษยธรรมอื่นๆ ในการแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อผู้ประสบภัยและช่วยให้พวกเขากลับมายืนด้วยตนเองได้อีกครั้ง"

สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในค่ายผู้ลี้ภัยแม่ละ UNHCR ได้แจกจ่ายแผ่นพลาสติก 200 ผืนผ้าห่ม 200 ผืน และเสื่อพลาสติก 200 ผืน และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานได้ช่วยขนส่งผ้าห่มที่ได้รับจากคณะกรรมการผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง และสำนักงานปลัดอำเภอได้ช่วยแจกจ่ายน้ำ และอาหารที่ปรุงสุกให้ผู้ลี้ภัยที่ได้รับผลกระทบ

ในส่วนของค่ายผู้ลี้ภัยบ้านใหม่ในสอยนั้น UNHCR เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และหน่วยงานเพื่อมนุษยธรรมต่างๆ เช่นองค์กรเดอะบอร์เดอร์ คอนซอร์เตี้ยม คณะกรรมการช่วยเหลือนานาชาติ และสำนักงานคาทอลิกสงเคราะห์ผู้ประสบภัยและผู้ลี้ภัย ได้แจกจ่ายแผ่นพลาสติกผ้าห่มหมอนมุ้งกันยุงเสื้อผ้าอุปกรณ์ในการปรุงอาหาร เตา และอาหารเพื่อผู้รอดชีวิตที่ตอนนี้ต้องอาศัยอยู่กับเพื่อนและญาติในค่าย โดยสำนักงานปลัดอำเภอทำหน้าที่ประสานงานโดยรวมของการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินนี้ และคณะกรรมการค่ายผู้ลี้ภัยประสานงานการให้ความช่วยเหลือทั้งหมด

อย่างไรก็ดี เหตุเพลิงไหม้ในค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทยที่ผ่านมาไม่ได้ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ไฟใหม้รุนแรงในค่ายผู้ลี้ภัยบ้านแม่สุรินทร์ จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้ผู้ลี้ภัยเสียชีวิตกว่า 30 คนและกว่า 2,000 คนไม่มีที่อยู่อาศัย

"เรากลัวว่าจะมีเหตุการณ์ไฟไหม้เกิดอีกขึ้นได้ เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงที่แล้งที่สุดด้วยซ้ำ" คุณมิเรย์ จิราร์กล่าว "หลังจากโศกนาฏกรรมในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราได้เน้นการฝึกอบรมในการป้องกันไฟไหม้และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างมาก แต่เพลิงไหม้ยังคงเกิดขึ้นได้และยากที่จะควบคุม เนื่องจากค่ายผู้ลี้ภัยมีประชากรหนาแน่นและถูกล้อมรอบด้วยป่าที่กว้างใหญ่"

ปัจจุบันมีผู้ลี้ภัยชาวพม่ากว่า 130,000 คนที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่งตามชายแดนในประเทศไทยซึ่งดำเนินการโดยรัฐบาลไทย