Skip to main content

ภาษา

 

สารคดีของผู้ลี้ภัยชาวคองโก แบ่งปันสันติภาพกับผู้ลี้ภัยชาวพม่าในประเทศไทย

เรื่องราวของโรสในสารคดีเรื่อง “Pushing the Elephant” ตรึงใจ และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ลี้ภัยในค่ายผู้ลี้ภัยแม่หละ

 

อ.แม่สอด ประเทศไทย 17 กันยายน (ยูเอ็นเอชซีอาร์ในวันที่ฝนโปรยปรายที่ค่ายผู้ลี้ภัยนุโพ ผู้ลี้ภัยได้รู้จักกับโรส มาเพนโด ผู้ที่เคยลี้ภัยและรอดชีวิตจากความขัดแย้งทางเชื้อชาติในประเทศคองโก พวกเขาได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่เป็นแรงบันดาลใจของเธอในการให้อภัย และการตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า ถึงแม้ว่าเธอจะต้องสูญเสียสามี และพลัดพรากจากลูกสาวนานถึง 13 ปี เรื่องราวของโรสตรึงใจผู้ลี้ภัยหลายร้อยคนในค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทย

เมื่อวันที่  22 สิงหาคม - 13 กันยายนที่ผ่านมาUNHCR จัดการฉายสารคดีเรื่อง “Pushing the Elephant” ที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้ลี้ภัยชาวแอฟริกา โดยมีบทบรรยายภาษากะเหรี่ยง และพม่า ฉายในค่ายผู้ลี้ภัยนุโพ อุ้มเปี้ยมและแม่หละ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันสันติภาพโลกในวันที่ 21 กันยายน เนื้อหาของสารคดีที่สื่อถึงสันติภาพและการปรองดองกันได้เป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญของผู้ลี้ภัยในประเทศไทย ในช่วงเวลาที่พวกเขาวิตกกังวลถึงอนาคตของพวกเขากับการเปลี่ยนแปลงของประเทศพม่า

เรื่องราวของโรสได้สะท้อนถึงชีวิตของผู้ลี้ภัยหลายๆคน ที่ต้องลี้ภัยจากบ้านตนเอง และพลัดพรากจากครอบครัว หลายคนถึงกับเก็บอารมณ์สะเทือนใจไว้ไม่อยู่ เมื่อได้ฟังเธอเล่าถึงประสบการณ์ที่น่าเศร้าถึงสิ่งที่เธอได้เผชิญ และสิ่งที่เธอได้ทำ เพื่อให้ครอบครัวเธออยู่รอด ผู้ลี้ภัยจากค่ายนุโพถึงกับร้องไห้ออกมา เพราะมันทำให้เธอนึกถึง ตอนที่เธอลี้ภัยจากหมู่บ้านของเธอเมื่อปี 2540

“เราต้องการสื่อถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับผู้ลี้ภัยที่จะช่วยพวกเขาในการดำรงชีวิตประจำวัน และเตรียมตัวไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต” คุณเม ฟง จุง เจ้าหน้าที่อาวุโสฝ่ายความคุ้มครอง และหัวหน้าสำนักงานUNHCRอ.แม่สอดกล่าว “นี่เป็นประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ลี้ภัย ที่พวกเขาจะได้แสดงออกถึงความรู้สึกของพวกเขา หาทางออกให้อดีตที่ผ่านมาและก้าวต่อไปข้างหน้า”

เรื่องราวของโรสเกี่ยวกับการให้อภัยและเอาชนะความยากลำบากในชีวิตและความเจ็บปวดในอดีต ได้โอบอุ้มความรู้สึกของผู้ที่ได้ชมสารคดีเรื่องนี้

“เราต้องลืมและให้อภัยอดีตที่ผ่านมา และเราควรมีความหวังในชีวิต ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีวันได้พบกับสันติสุข” หนี่งในผู้ชมสารคดีในค่ายแม่หละกล่าว

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเสวนาในบางรอบของการฉายสารคดีเรื่องนี้โดยมี ผู้ลี้ภัย หัวหน้าผู้ดูแลค่ายผู้ลี้ภัยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้นำศาสนา ร่วมพูดคุย หนึ่งในหัวหน้าผู้ดูแลค่ายอุ้มเปี้ยมกล่าวว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ชมสารคดีแบบนี้ ส่วนคนอื่นๆที่ได้ชมต่างได้รับแรงบันดาลใจที่จะทำงานช่วยเหลือผู้อื่นเหมือนโรส เพราะแม้ว่าเธอจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวของลูกถึง 10 คนเธอไม่เคยหยุด และท้อที่จะทำเพื่อผู้อื่น

“เธอคือแม่ตัวอย่าง” เอ เอ จากค่ายแม่หละกล่าว “ถึงแม้เธอได้พบเจอกับสิ่งที่เลวร้ายมากมายแต่เธอไม่เคยท้อถอย ถึงแม้ว่าเธอจะเจออุปสรรค เธอก็จะยังคงพยายามที่จะช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนให้ได้”

เพื่อเฉลิมฉลองวันสันติภาพโลก นอกจากการฉายสารคดี UNHCRได้จัดการประกวดบทความและภาพเขียนที่ค่ายแม่หละ อุ้มเปี้ยม และนุโพ รวมถึงโรงเรียนของผู้อพยพโดยเปิดโอกาสให้เด็กผู้ลี้ภัยถึงเยาวชนอายุ 21 ปี ร่วมประกวด บทความบทกลอน และภาพวาดในหัวข้อ “สันติภาพในความฝันของฉัน”

การเปลี่ยนแปลงในทางบวก ในหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ลี้ภัยเริ่มพิจารณาที่จะเดินทางกลับ ในขณะที่พวกเขากำลังวิตกกับอนาคตที่ไม่แน่นอน โรส มาเพนโด ได้ช่วยให้ทุกคนตระหนักถึงการสร้างสันติภาพ และการก้าวต่อไปข้างหน้า เหมือนที่ผู้ลี้ภัยจากค่ายนุโพ กล่าวหลังจากชมสารคดีว่า  “ฉันรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก”

 โดย เอเดียรนี วาจานโท อ.แม่สอด ประเทศไทย