Skip to main content

ภาษา

 

แม่ชีชาวคองโกชนะรางวัลนานเซ็นอันทรงเกียรติ

ภาพคุ้นตาของของแม่ชี Angélique Namaika ที่ขี่จักรยานเพื่อเยี่ยมเด็กผู้หญิงที่เธอช่วยในเมือง Dungu และหมู่บ้านใกล้เคียง

 

เจนีวา 17 กันยายน (UNHCR) หน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประกาศผู้ชนะรางวัลนานเซ็น รางวัลเพื่อบุคคลหรือหน่วยงานที่อุทิศตนเพื่อผู้ลี้ภัยให้กับแม่ชีแองเจลิคผู้ที่ทำงานอยู่ในถิ่นธุรกันดารในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เพื่อช่วยผู้รอดชีวิตจากการถูกทำร้าย และถูกละเมิดโดยกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ (LRA)

แม่ชีแองเจลิคได้ช่วยเหลือผู้รอดชีวิตผ่านศูนย์สำหรับการกลับคืนถิ่นและการพัฒนาของเธอซึ่งได้มีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้หญิงและเด็กกว่า 2,000 คนที่ถูกบังคับให้ออกจากบ้านของตนเองและถูกทำร้ายโดยกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ (LRA) ที่มีต้นกำเนิดในประเทศยูกันดา หลายคนที่เธอช่วยได้เล่าถึงเรื่องราวที่พวกเธอถูกกระทำเช่น ลักพาตัว บังคับให้เป็นแรงงาน ตบตี ฆาตกรรม ข่มขืน และอื่นๆที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

การให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดแบบตัวต่อตัวช่วยให้ผู้หญิงที่ถูกทำร้ายฟื้นตัวจากการบาดเจ็บและความบอบช้ำ นอกเหนือจากความเจ็บปวดจากการถูกละเมิดแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้หญิงและเด็กที่เปราะบางกลุ่มนี้ถูกขับไล่จากครอบครัวและชุมชนของพวกเธอเอง

การดูแลกลุ่มคนที่บอบบางเช่นนี้ต้องใช้ความช่วยเหลือและการดูแลเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้หญิงที่ร่างกายและจิตใจที่แตกร้าวกลับมาเป็นเหมือนเดิม แม่ชี แองเจลิค ช่วยให้พวกเธอเรียนรู้ที่จะทำการค้า เริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กหรือกลับไปเรียนหนังสือ สิ่งที่ผู้หญิงกลุ่มนี้พูดถึงแม่ชีแสดงให้รู้ถึงความสำเร็จ และความสำคัญของการช่วยเหลือที่ของแม่ชีได้เปลี่ยนชีวิตของพวกเธอ หลายคนเรียกแม่ชีอย่างสนิทสนมว่า "แม่"

การประกาศรางวัลนานเซ็นปี 2556 เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับจำนวนผู้ที่ต้องพลัดถิ่นจากความรุนแรงของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ LRA ตั้งแต่ปี 2551 ประมาณ 320,000 คนได้ถูกบังคับให้ลี้ภัยไปอยู่ในจังหวัด Orientale ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศคองโกและบางคนต้องลี้ภัยหลายต่อหลายครั้ง รายงานนี้จัดทำโดย UNHCR และ ศูนย์ตรวจสอบผู้พลัดถิ่นภายในประเทศตนเอง (IDMC) โดยเน้นถึงความสูญเสียจากความรุนแรงกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ LRA ได้สร้าง ไม่ว่าจะเป็นการบอบช้ำรุนแรงและยาวนานของผู้ที่ถูกลักพาตัว และกว่าหลายแสนคนยังคงกลัวเกินกว่าที่จะกลับบ้าน

ในปี 2552 ตัวของแม่ชีแองเจลิคเองเคยถูกบังคับให้ออกจากบ้านตนเองเพราะความรุนแรง ในขณะที่อยู่ในเมือง Dungu จังหวัด Orientale เธอรู้ดีถึงจากการถูกบังคับให้ออกจากบ้าน และนี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอลุกขึ้นทำเพื่อคนอื่นอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

นายอันโตนิโอ กุเตอเรส ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ กล่าวถึงผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ "ม่ชีแองเจลิคทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อช่วยให้ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงจากการได้รับการบาดเจ็บ ความยากจน และการถูกบังคับให้ออกจากบ้าน ความท้าทายที่เธอต้องเจอนั้นยิ่งใหญ่ ซึ่งยิ่งทำให้สิ่งที่เธอทำนั้นมีค่า และน่าทึ่งมาก  เธอไม่ยอมแพ้ และไม่ยอมให้อะไรมาขวางสิ่งที่เธอทำ"

การทำงานของแม่ชีนั้นต้องได้รับยกย่องเป็นพิเศษเพราะแม่ชีต้องทำงานในสถานที่ที่ไม่ค่อยมีไฟฟ้า น้ำประปา และถนนที่มีสภาพที่ดีและถึงแม้ว่าเธอจะขาดเครื่องมือที่เหมาะสมและทรัพยากรที่เกือบจะหาไม่ได้ แม่ชีแองเจลิคก็ไม่ยอมให้สิ่งเหล่านั้นมาขัดขวาง เธอทำให้มันเป็นชีวิตการทำงานของเธอเพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานของผู้หญิงและเด็กหญิงเหล่านี้เพื่อให้พวกเขามีความหวังขึ้นมาใหม่สำหรับอนาคต

นายกุเตอเรสกล่าวต่อว่า "ชีวิตของผู้หญิงเหล่านี้ได้รับการทำลายด้วยความรุนแรงที่โหดร้าย  แม่ชีแองเจลิคได้พิสูจน์แล้วว่าแม้จะมีแค่คนคนเดียวก็สามารถสร้างความแตกต่างอย่างมากให้กับหลายครอบครัวที่ถูกพลัดพรากจากสงคราม เธอคือวีรสตรีเพื่อมนุษยธรรมที่แท้จริง"

หลังจากการประกาศ ผู้ชนะรางวัลนานเซ็นอันทรงเกียรติกล่าวว่า "มันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าผู้หญิงและเด็กหญิงที่ถูกทารุณกรรมโดย กลุ่มกองกำลังติดอาวุธ LRAเจ็บปวดอย่างไร  พวกเขาต้องทนกับรอยแผลของความรุนแรงนี้ไปทั้งชีวิตของพวกเธอ การได้รับรางวัลนี้หมายถึงจำนวนคนในเมือง Dunguจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ฉันจะไม่หยุดที่จะทำทุกอย่างที่ฉันสามารถทำได้เพื่อให้พวกเธอมีความหวังและโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่อีกครั้ง"

แม่ชีแองเจลิคจะเข้ารับรางวัลนานเซ็น และเหรียญเกียรติยศในงานที่เมืองเจนีวาในวันที่ 30 ก.ย. โดยที่งานจะมีการปราศัยจากคุณเปาโล คูเอลญูนักเขียนชื่อดังระดับโลกที่ขายดีที่สุด และการแสดงดนตรีโดย คุณไดโด้ นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอังกฤษ คุณยูนา นักร้องและนักแต่งเพลงชาวมาเลเซีย และวงอามาดู แอนด์ มีเรียม นักดนตรีชาวมาลีที่ได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่

หลังจากเสร็จพิธี แม่ชีแองเจลิคจะเดินทางไปยังกรุงโรม เพื่อพบกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในวันที่ 2 ตุลาคมที่รัฐวาติกัน ก่อนที่จะเดินทางไปปารีส บรัสเซลส์ และออสโลสำหรับการประชุมอื่น ๆ

เพิ่มเติมที่ The Nansen Refugee Award